📢“รสนา” ค้านรัฐบาลกู้ 1.5 แสนล้าน ให้กองทุนน้ำมันฯ ชี้เพิ่มภาระประชาชน (07 เม.ย. 69)
“รสนา” อดีต สว.โพสต์เฟซบุ๊กคัดค้าน รัฐบาลกู้เงิน 1.5 แสนล้านให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมเสนอ 6 ข้อ แก้ปัญหาพลังงาน
เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต สว.และนักกิจกรรมทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาโดยสรุประบุว่า
จากกรณีมีข่าวว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะประชุมวาระแรกเพื่อพิจารณาการกู้เงิน 1.5 แสนล้านบาท ให้กองทุนน้ำมันเพื่อชดเชยราคาน้ำมัน
โดยขอเสนอให้รัฐบาลหยุดกู้เงินเนื่องจากเป็นการสร้างภาระให้ประชาชน
นอกจากนั้น น.ส.รสนา ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาราคาพลังงานที่เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนทั้งหมด 6 ข้อต่อ รัฐบาล
รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ดังนี้
1. โครงสร้างราคาพลังงาน หากใช้ราคาอิงสิงคโปร์ ควรตัดค่าพรีเมียมที่ประกอบด้วยค่าขนส่ง ค่าประกันภัย
ค่าสูญเสียระหว่างทางจากสิงคโปร์มาไทย เพราะน้ำมันกลั่นในประเทศไทยทั้งหมดจึงไม่มีค่าใช้จ่ายดังกล่าว
ค่าปรับปรุงคุณภาพระหว่างน้ำมันสิงคโปร์ ที่ต่างจากไทย
และค่าสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง ควรตัดออกทั้งหมด จะช่วยลดราคาลงได้ลิตรละ 1 บาท
2. กำหนดเพดานค่าการกลั่นที่ 2 บาทต่อลิตร เพื่อไม่ให้เกิดลาภลอยเมื่อมีวิกฤตการณ์ที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นโดยไม่ใช่ประสิทธิภาพของโรงกลั่น
3. รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังควรพิจารณาปรับลดสรรพสามิตน้ำมันตามสถานการณ์เพื่อลดภาระราคาน้ำมันแพงให้ประชาชน
4. รัฐบาลควรยกเลิก พ.ร.บ.กองทุนน้ำมัน พ.ศ.2562 ปัจจุบันราคาเบนซินถูกปล่อยลอยตัวอย่างสมบูรณ์ แต่ยังถูกรีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพื่อชดเชยดีเซล
และก๊าซหุงต้ม จึงเสนอให้ลอยตัว โดยไม่มีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันอีก และไม่ต้องกู้เงิน 1.5 แสนล้านมาเป็นภาระหนี้ของประชาชน
รัฐบาลควรช่วยแก้ปัญหาน้ำมันแพงตามความจำเป็น โดยช่วยเหลือตรงไปที่กลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่มตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ โดยอุดหนุนจากภาษีของรัฐบาล
5. เปิดให้มีการขายน้ำมันพื้นฐาน ดีเซลและเบนซินล้วน ตามโครงสร้างราคาใหม่ โดยไม่มีการโก่งราคา ไม่มีการผสมน้ำมันชีวภาพ
ทั้งนี้ น้ำมันชีวภาพทั้งเอทานอล และไบโอดีเซล ควรเป็นทางเลือกให้ประชาชนเลือกเติมด้วยราคาที่แข่งขันได้ ไม่ใช่ด้วยการชดเชยจากเงินของประชาชนผ่านกองทุนน้ำมันฯ
6. เปลี่ยนให้ภาคครัวเรือนได้ใช้ก๊าซหุงต้มก่อนภาคส่วนอื่นที่เป็นราคาที่เป็นธรรมในประเทศเหมือนสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ จะสามารถตัดการชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ ได้
*** ที่มา
https://www.thaipbs.or.th/news/content/504336
📢“รสนา” ค้านรัฐบาลกู้ 1.5 แสนล้าน ให้กองทุนน้ำมันฯ ชี้เพิ่มภาระประชาชน (07 เม.ย. 69)
“รสนา” อดีต สว.โพสต์เฟซบุ๊กคัดค้าน รัฐบาลกู้เงิน 1.5 แสนล้านให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมเสนอ 6 ข้อ แก้ปัญหาพลังงาน
เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต สว.และนักกิจกรรมทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาโดยสรุประบุว่า
จากกรณีมีข่าวว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะประชุมวาระแรกเพื่อพิจารณาการกู้เงิน 1.5 แสนล้านบาท ให้กองทุนน้ำมันเพื่อชดเชยราคาน้ำมัน
โดยขอเสนอให้รัฐบาลหยุดกู้เงินเนื่องจากเป็นการสร้างภาระให้ประชาชน
นอกจากนั้น น.ส.รสนา ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาราคาพลังงานที่เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนทั้งหมด 6 ข้อต่อ รัฐบาล
รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ดังนี้
1. โครงสร้างราคาพลังงาน หากใช้ราคาอิงสิงคโปร์ ควรตัดค่าพรีเมียมที่ประกอบด้วยค่าขนส่ง ค่าประกันภัย
ค่าสูญเสียระหว่างทางจากสิงคโปร์มาไทย เพราะน้ำมันกลั่นในประเทศไทยทั้งหมดจึงไม่มีค่าใช้จ่ายดังกล่าว
ค่าปรับปรุงคุณภาพระหว่างน้ำมันสิงคโปร์ ที่ต่างจากไทย
และค่าสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง ควรตัดออกทั้งหมด จะช่วยลดราคาลงได้ลิตรละ 1 บาท
2. กำหนดเพดานค่าการกลั่นที่ 2 บาทต่อลิตร เพื่อไม่ให้เกิดลาภลอยเมื่อมีวิกฤตการณ์ที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นโดยไม่ใช่ประสิทธิภาพของโรงกลั่น
3. รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังควรพิจารณาปรับลดสรรพสามิตน้ำมันตามสถานการณ์เพื่อลดภาระราคาน้ำมันแพงให้ประชาชน
4. รัฐบาลควรยกเลิก พ.ร.บ.กองทุนน้ำมัน พ.ศ.2562 ปัจจุบันราคาเบนซินถูกปล่อยลอยตัวอย่างสมบูรณ์ แต่ยังถูกรีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพื่อชดเชยดีเซล
และก๊าซหุงต้ม จึงเสนอให้ลอยตัว โดยไม่มีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันอีก และไม่ต้องกู้เงิน 1.5 แสนล้านมาเป็นภาระหนี้ของประชาชน
รัฐบาลควรช่วยแก้ปัญหาน้ำมันแพงตามความจำเป็น โดยช่วยเหลือตรงไปที่กลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่มตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ โดยอุดหนุนจากภาษีของรัฐบาล
5. เปิดให้มีการขายน้ำมันพื้นฐาน ดีเซลและเบนซินล้วน ตามโครงสร้างราคาใหม่ โดยไม่มีการโก่งราคา ไม่มีการผสมน้ำมันชีวภาพ
ทั้งนี้ น้ำมันชีวภาพทั้งเอทานอล และไบโอดีเซล ควรเป็นทางเลือกให้ประชาชนเลือกเติมด้วยราคาที่แข่งขันได้ ไม่ใช่ด้วยการชดเชยจากเงินของประชาชนผ่านกองทุนน้ำมันฯ
6. เปลี่ยนให้ภาคครัวเรือนได้ใช้ก๊าซหุงต้มก่อนภาคส่วนอื่นที่เป็นราคาที่เป็นธรรมในประเทศเหมือนสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ จะสามารถตัดการชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ ได้
*** ที่มา
https://www.thaipbs.or.th/news/content/504336