หลายคนเริ่มต้นวันเมื่อตื่นด้วยการหยิบโทรศัพท์มาดูแล้วปล่อยให้ข้อมูล ข่าว หรือโซเชียลมีเดียไหลเข้ามา สิ่งนี้ทำให้สมองถูกกำหนดทิศทางจากภายนอกตั้งแต่วินาทีแรกของวัน
ทั้งที่จริงแล้วช่วงเช้าหลังตื่นเป็นช่วงเวลาที่สมองยังสดและพร้อมจะกำหนดทิศทางชีวิตของเราได้ดีที่สุด แนวคิด morning protocol จึงเกิดขึ้นเพื่อช่วยให้เราตั้งระบบให้ตัวเองก่อนที่โลกจะเข้ามาควบคุมเรา
หลักการของมันเรียบง่ายมากเริ่มจากการหยุดคิดอะไรสั้นๆ เพื่อปรับระบบประสาท หายใจลึกและช้าจะช่วยให้ร่างกายเข้าสู่โหมดสงบ ลดความฟุ้งและความเครียด จากนั้นถามตัวเองว่าวันนี้เราจะเป็นคนแบบไหน เช่น เป็นคนมีสมาธิ เป็นคนมีวินัย หรือเป็นคนที่ควรทำสิ่งสำคัญก่อน การตั้งใจแบบนี้ช่วยให้สมองตัดสินใจได้สอดคล้องกันตลอดทั้งวัน
ขั้นต่อมาคือการเลือกสิ่งสำคัญที่สุดเพียงหนึ่งหรือสองอย่างที่ต้องทำให้สำเร็จ และการลดจำนวนเป้าหมายลงจะช่วยลดภาระของสมองและเพิ่มโอกาสในการลงมือทำจริง จากนั้นตั้งกติกาสั้นๆ กับตัวเองว่าจะไม่ทำอะไร เช่น ไม่ไถหน้าจอโดยไม่มีเป้าหมาน ไม่เปิดสิ่งรบกวนโดยไม่จำเป็น สิ่งเหล่านี้ช่วยป้องกันการสูญเสียสมาธิในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งล่อใจมากมาย
สุดท้ายคือการลงมือทันที ไม่ต้องรอแรงบันดาลใจ การกระทำเล็กๆ ตอนแรกของวันจะสร้างแรงส่งกระเพื่อมให้พฤติกรรมต่อเนื่องไปทั้งวัน เมื่อเราทำสิ่งเดิมซ้ำทุกเช้า สมองจะเรียนรู้และสร้างรูปแบบใหม่ให้กับชีวิตเรา การเริ่มต้นวันจึงไม่ใช่แค่เรื่องเวลา แต่เป็นการตั้งทิศทางของตัวเองอย่างตั้งใจและมีสติ
เวลายามเช้าเป็นของเราอย่าพึ่งให้สิ่งต่างๆโลกพุ่งเข้าสมอง จิตใจเรา มีอิทธิพลกับเราตั้งแต่ตื่นลืมตากันเลย
เวลายามเช้าเป็นของเรา อยู่กับตัวเองสักนิด อย่ารีบให้สิ่งต่างๆในโลกเข้ามารบกวน
ทั้งที่จริงแล้วช่วงเช้าหลังตื่นเป็นช่วงเวลาที่สมองยังสดและพร้อมจะกำหนดทิศทางชีวิตของเราได้ดีที่สุด แนวคิด morning protocol จึงเกิดขึ้นเพื่อช่วยให้เราตั้งระบบให้ตัวเองก่อนที่โลกจะเข้ามาควบคุมเรา
หลักการของมันเรียบง่ายมากเริ่มจากการหยุดคิดอะไรสั้นๆ เพื่อปรับระบบประสาท หายใจลึกและช้าจะช่วยให้ร่างกายเข้าสู่โหมดสงบ ลดความฟุ้งและความเครียด จากนั้นถามตัวเองว่าวันนี้เราจะเป็นคนแบบไหน เช่น เป็นคนมีสมาธิ เป็นคนมีวินัย หรือเป็นคนที่ควรทำสิ่งสำคัญก่อน การตั้งใจแบบนี้ช่วยให้สมองตัดสินใจได้สอดคล้องกันตลอดทั้งวัน
ขั้นต่อมาคือการเลือกสิ่งสำคัญที่สุดเพียงหนึ่งหรือสองอย่างที่ต้องทำให้สำเร็จ และการลดจำนวนเป้าหมายลงจะช่วยลดภาระของสมองและเพิ่มโอกาสในการลงมือทำจริง จากนั้นตั้งกติกาสั้นๆ กับตัวเองว่าจะไม่ทำอะไร เช่น ไม่ไถหน้าจอโดยไม่มีเป้าหมาน ไม่เปิดสิ่งรบกวนโดยไม่จำเป็น สิ่งเหล่านี้ช่วยป้องกันการสูญเสียสมาธิในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งล่อใจมากมาย
สุดท้ายคือการลงมือทันที ไม่ต้องรอแรงบันดาลใจ การกระทำเล็กๆ ตอนแรกของวันจะสร้างแรงส่งกระเพื่อมให้พฤติกรรมต่อเนื่องไปทั้งวัน เมื่อเราทำสิ่งเดิมซ้ำทุกเช้า สมองจะเรียนรู้และสร้างรูปแบบใหม่ให้กับชีวิตเรา การเริ่มต้นวันจึงไม่ใช่แค่เรื่องเวลา แต่เป็นการตั้งทิศทางของตัวเองอย่างตั้งใจและมีสติ
เวลายามเช้าเป็นของเราอย่าพึ่งให้สิ่งต่างๆโลกพุ่งเข้าสมอง จิตใจเรา มีอิทธิพลกับเราตั้งแต่ตื่นลืมตากันเลย