คือช่วงขึ้นมหาลัยใหม่ๆเราต้องหาเพื่อนในคณะที่เรียนเพราะไม่มีเพื่อนพกมาจากมัธยมที่เรียนคณะเดียวกันเลย เราจึงได้เพื่อนคนแรกในวันรับน้องแล้วก็เป็นเพื่อนคนเดียวในปีการศึกษานั้นแต่ก็จะมีกลุ่มที่เราคุยๆกันบ้าง งานส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีงานกลุ่มถึงมีก็จะแยกกันทำไม่ค่อยมีงานที่ต้องร่วมกันทำ เพื่อนคนนี้เป็นคนที่ฮอตมากๆมีคนรู้จักเยอะส่วนเรานิสัยเงียบค่อนข้างอินโทรเวิร์ดกับคนไม่สนิทนิสัยเลยต่างกันสุดขั้วมีนิสัยบางอย่างที่ต้องปรับต่างคนต่างปรับเราเป็นคนที่หน้าเหวี่ยงเวลาไม่พอใจสีหน้าจะออกชัดมากอดทนเก่งประมาณนึงถ้าไม่สุดจริงๆจะไม่พูดส่วนเพื่อนคนนั้นจะชิลไม่แคร์อะไรลีลามากๆลังเลทุกเรื่องให้เราเลือกตลอด ช่วงแรกๆเราก็ทนได้หลังๆเราเริ่มพูดเริ่มบ่นเขาก็ยังทำเหมือนเดิมบางทีเราหงุดหงิดพูดอะไรไม่ดีไปเขาก็รู้สึกไม่โอเคก็เลยมีการคุยกันเรื่องนิสัยของเราแล้วก็นิสัยของเขาจนได้มีการปรับกันในเรื่องนี้ พอขึ้นปี2พวกเราทีกลุ่มเพื่อนจริงๆหลังจากนั้นเราจะไม่ค่อยสนใจเขาถ้ารู้ว่าเรื่องนี้ที่เขาทำเราจะหงุดหงิดแต่ก็จะมีการทะเลาะกันบ้างเรื่องเดิมๆ มีครั้งนึงเราทะเลาะเรื่องเล็กๆแต่พอมาเคลียร์กันกลายเป็นว่าเขาเอาเรื่องอื่นมาพูดมาโยนความผิดให้เราทั้งที่วันนั้นเราหวังดีกับเขาแต่เขาทำนิสัยแย่ใส่เราเสียใจเดินหนีเขาไปไม่ได้มองว่าเดินตามมารึป่าวแล้วกลุ่มเในพื่อนก็ถามว่าคนนั้นไปไหนเราก็เดาออกว่าไปหาแฟนเพราะส่วนใหญ่เวลาว่างหรือก่อนเรียนพวกเราจะไปนั่งกันอยู่ที่ห้องสมุดส่วนเพื่อนคนนั้นก็จะแยกไปอยู่กับแฟนตลอดเพื่อในกลุ่มก็จะถามหาเราก็จะตอบตามจริง แต่ในวันที่เคลียร์ใจกันเขาบอกว่าเราเอาเขาไปนินทากับเพื่อนคนอื่นๆว่าอยู่แต่กับแฟนแล้วก็บลาๆๆ เราก็แย้งว่าไม่ได้นินทาไม่ได้ว่าอะไรเสียหายเลยเพราะเวลาที่คนอื่นถามเราก็จะตอบตามนี้ส่วนต่อจากนี้ก็จะเป็นเรื่องที่เพื่อนคนอื่นพูดกันแต่ก็ไม่ได้ว่าร้ายเขาเราฟังจบเราก็ยอมรับผิดและขอโทษที่ทำให้เสียใจเพราะอยากให้เรื่องมันจบในใจลึกๆเราก็รู้สึกผิดจริงๆจากที่เรางอนเขารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เขาทำกลายเป็นว่าเราผิดเพราะถ้าเราไม่เดินออกมามันก็คงไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่เขาไม่เคยขอโทษกับสิ่งที่เขาทำให้เราเสียใจเลยจะขอโทษก็เรื่องที่ทำรอสัยแบบนั้นใส่
ต่อมาเขาก็กลับมาทำนิสัยเดิมคือลีลาชักช้าแล้วก็ลังเลซึ่งเรื่องนี้เราไม่ได้สนใจเพราะเรารู้ว่าเราคงหงุดหงิดเราเลยปล่อยแต่เพื่อนคนอื่นภายในกลุ่มก็รู้สึกหงุดหงิดเหมือนกันก็มีบางครั้งที่จะพูดเราเลยมองว่างั้นเราไม่พูดดีกว่าอยากให้เขารู้ว่าเราไม่ได้มีปัญหากับนิสัยเขาคนเดียวยังมีคนอื่นที่มีปัญหาอยากให้เขาคิดว่าเขาควรจะเปลี่ยนได้แล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องทะเลาะกันอีกล่าสุดหนักมากๆตัดเพื่อนกันในวันนั้นช่วงสอบไฟนอลเราเป็นประจำเดือนบวกกับไม่สบายด้วยเอเนอร์จี้ในวันนั้นไม่มีเลยเราก็น้อยใจกับคำพูดของเขา เขาก็รู้ตัวว่าเราไม่คุยกับเขาเลยแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะถามหรือตามซึ่งเราเป็นคนที่โกรธง่ายหายเร็วอยู่แล้วถ้าวันนั้นเขาไม่ง้อเราก็หายเองได้ในวันต่อมาแต่พอดีว่าวันนั้นเราปวดหัวเลยนอนที่ห้องสโมสรจนถึงเวลาเลิกเรียนปกติเราจะเดินไปที่โรงรถด้วยกันเพราะว่าอยู่คอนโดเดียวกันห้องใกล้กันก็จะได้ติดรถกันไปหรือว่าไปพร้อมกันเลยก็จะมีเพื่อนอีกคนนึงที่เดินไปด้วยกันกับเรา เขาเริ่มที่จะสนิทกับเพื่อนคนนั้นมากกว่าเราก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะยังคุยกันปกติ คือวันนั้นเรานอนอยู่แล้วทุกคนก็อยู่ในห้อง2คนนั้นออกไปโดยไม่เรียกเราหรือส่งข้อความมาบอกเลยว่าไปไหนเราต้องเดินไปคนเดียวส่วนพวกเขาก็ไปแล้ว เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ในวันต่อมาเราเลือกที่จะไม่คุยกับเขาเหมือนเดิมแล้วเราก็เป็นคนเลือกเองว่าเราจะไม่คุยกับคนนี้แล้วพอเราทนกับนิสัยแบบนี้ไม่ได้แต่เราก็ไม่เคยไปพูดกับใครก็ยังใช้ชีวิตในกลุ่มปกติจนเขาเริ่มที่จะแซะเริ่มที่จะพูดถึงเราไม่ดีจนหนักสุดคือบล็อกเราแต่เขาก็บอกกับเพื่อนคนอื่นในกลุ่มว่าเขาไม่ได้คิดอะไรนะเฉยๆแต่สิ่งที่เขาทำมันสวนทางกันเราเลยเริ่มคุยกันเคลียร์กันจนได้คำตอบว่าตัดเพื่อนกัน และพาเพื่อนอีกคนเกลียดเราไปด้วยเราแต่ในตอนนี้เราก็ไม่ได้แคร์เขาและก็คิดว่าเปิดเทอมไปก็ใช้ชีวิตปกติโดยที่ไม่ได้สนใจเขาและให้ค่า
แต่เราก็อยากรู้ว่านิสัยที่ว่าชอบโยนความผิดทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดและโทษตัวเองมันเป็นความผิดปกติรึป่าวและเราจะรับมือกับคนแบบนี้ยังไงถ้าเขาไม่จบ
มีใครมีเพื่อนนิสัยแบบนี้มั้ยคะ
ต่อมาเขาก็กลับมาทำนิสัยเดิมคือลีลาชักช้าแล้วก็ลังเลซึ่งเรื่องนี้เราไม่ได้สนใจเพราะเรารู้ว่าเราคงหงุดหงิดเราเลยปล่อยแต่เพื่อนคนอื่นภายในกลุ่มก็รู้สึกหงุดหงิดเหมือนกันก็มีบางครั้งที่จะพูดเราเลยมองว่างั้นเราไม่พูดดีกว่าอยากให้เขารู้ว่าเราไม่ได้มีปัญหากับนิสัยเขาคนเดียวยังมีคนอื่นที่มีปัญหาอยากให้เขาคิดว่าเขาควรจะเปลี่ยนได้แล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องทะเลาะกันอีกล่าสุดหนักมากๆตัดเพื่อนกันในวันนั้นช่วงสอบไฟนอลเราเป็นประจำเดือนบวกกับไม่สบายด้วยเอเนอร์จี้ในวันนั้นไม่มีเลยเราก็น้อยใจกับคำพูดของเขา เขาก็รู้ตัวว่าเราไม่คุยกับเขาเลยแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะถามหรือตามซึ่งเราเป็นคนที่โกรธง่ายหายเร็วอยู่แล้วถ้าวันนั้นเขาไม่ง้อเราก็หายเองได้ในวันต่อมาแต่พอดีว่าวันนั้นเราปวดหัวเลยนอนที่ห้องสโมสรจนถึงเวลาเลิกเรียนปกติเราจะเดินไปที่โรงรถด้วยกันเพราะว่าอยู่คอนโดเดียวกันห้องใกล้กันก็จะได้ติดรถกันไปหรือว่าไปพร้อมกันเลยก็จะมีเพื่อนอีกคนนึงที่เดินไปด้วยกันกับเรา เขาเริ่มที่จะสนิทกับเพื่อนคนนั้นมากกว่าเราก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะยังคุยกันปกติ คือวันนั้นเรานอนอยู่แล้วทุกคนก็อยู่ในห้อง2คนนั้นออกไปโดยไม่เรียกเราหรือส่งข้อความมาบอกเลยว่าไปไหนเราต้องเดินไปคนเดียวส่วนพวกเขาก็ไปแล้ว เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ในวันต่อมาเราเลือกที่จะไม่คุยกับเขาเหมือนเดิมแล้วเราก็เป็นคนเลือกเองว่าเราจะไม่คุยกับคนนี้แล้วพอเราทนกับนิสัยแบบนี้ไม่ได้แต่เราก็ไม่เคยไปพูดกับใครก็ยังใช้ชีวิตในกลุ่มปกติจนเขาเริ่มที่จะแซะเริ่มที่จะพูดถึงเราไม่ดีจนหนักสุดคือบล็อกเราแต่เขาก็บอกกับเพื่อนคนอื่นในกลุ่มว่าเขาไม่ได้คิดอะไรนะเฉยๆแต่สิ่งที่เขาทำมันสวนทางกันเราเลยเริ่มคุยกันเคลียร์กันจนได้คำตอบว่าตัดเพื่อนกัน และพาเพื่อนอีกคนเกลียดเราไปด้วยเราแต่ในตอนนี้เราก็ไม่ได้แคร์เขาและก็คิดว่าเปิดเทอมไปก็ใช้ชีวิตปกติโดยที่ไม่ได้สนใจเขาและให้ค่า
แต่เราก็อยากรู้ว่านิสัยที่ว่าชอบโยนความผิดทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดและโทษตัวเองมันเป็นความผิดปกติรึป่าวและเราจะรับมือกับคนแบบนี้ยังไงถ้าเขาไม่จบ