JJNY : ภูเก็ตอัมพาต! แท็กซี่ยกธงขาว│ตลาดเช้าหรือป่าช้า?│วัตถุดิบขึ้นราคา ขายได้ก็เอาไปเติมน้ำมัน│เนปาลสั่งทำงาน 5 วัน

ภูเก็ตอัมพาต! แท็กซี่ยกธงขาวหยุดวิ่งทั้งเกาะ เซ่นน้ำมันแพง-แอปฯเถื่อน
https://www.amarintv.com/news/social/542711
.

.
ภูเก็ตอัมพาต! แท็กซี่ยกธงขาวประกาศ "หยุดวิ่งทั้งเกาะ" เซ่นน้ำมันแพง-แอปฯ เถื่อนรุกหนัก ลั่น "วิ่งก็ขาดทุน จะวิ่งทำไม!" 
.
วันที่ 6 เม.ย. 69 ที่จ.ภูเก็ต กลุ่มแท็กซี่ป้ายเหลือง-เขียว ในนามชมรมรถแท็กซี่จังหวัดภูเก็ต ออกมาประกาศจุดยืนชัด หยุดวิ่ง 1 วันเต็มในวันนี้ (6 เม.ย.) เพื่อกดดันรัฐบาล หลังมองว่า “นิ่งเฉย” ปล่อยให้ปัญหาน้ำมันแพงและการแข่งขันไม่เป็นธรรมลุกลามจนคนขับอยู่ไม่ไหว 
วิ่งก็ขาดทุน แล้วจะวิ่งทำไม!” เสียงสะท้อนตรงไปตรงมาจากคนขับที่วันนี้ไม่ขอทนอีกต่อไป  
.
นายทวี วาศรุ่งเรือง ประธานชมรมฯ เปิดเผยว่า สถานการณ์ตอนนี้หนักหนาสาหัส ต้นทุนพุ่งแต่รายได้สวนทาง โดยเฉพาะรถแอปพลิเคชันที่ “กดราคาลงแข่ง” จนต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้แท็กซี่ป้ายเหลืองและเขียวที่ต้องยึดราคาตามกฎหมาย ไม่สามารถสู้ได้ ยังไม่พอ ปัญหายังลุกลามจาก “รถนอกระบบ” ทั้งรถส่วนบุคคล ป้ายดำ รถต่างจังหวัด ที่แห่เข้ามาวิ่งรับนักท่องเที่ยวแบบไม่ถูกกฎหมาย กลายเป็นการแย่งเค้กก้อนเดียวกันแบบไม่มีกติกา “ถูกกฎหมาย แต่กำลังจะตาย” คือคำที่สะท้อนสถานการณ์ได้ชัดที่สุด  

ด้านคนขับอีกราย เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ต้องวิ่งทำรอบให้มากขึ้น เพื่อให้ได้รายได้เท่าเดิม แต่กลับติดกับดักน้ำมันแพง ยิ่งวิ่งยิ่งจ่าย แถมลูกค้าก็น้อยลงจากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยต่างประเทศ  “น้ำมันก็แพง ลูกค้าก็หาย รายได้ก็ลด จะให้อยู่ยังไงไหว”  หลายคนยอมรับตรงกัน หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น อาจต้อง “เลิกขับ” และหางานใหม่ เพราะฝืนต่อไปก็มีแต่ขาดทุน  
.
สำหรับข้อเรียกร้องชัด 3 ข้อ      
• ควบคุมราคาน้ำมันอย่างจริงจัง
• จัดการรถแอปฯ และรถเถื่อนให้เป็นธรรม     
• บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด 
 .
การหยุดวิ่งไม่ใช่แค่การประท้วงธรรมดา แต่คือ “สัญญาณสุดท้าย” จากคนขับแท็กซี่ภูเก็ต ที่กำลังถูกบีบจนถึงทางตัน  คำถามคือ…รัฐบาลจะฟัง หรือปล่อยให้แท็กซี่ถูกกลืนหายไป?
.

.
ตลาดเช้าหรือป่าช้า? แม่ค้าโวยน้ำมันแพงทำคนหาย คนซื้อสู้ไม่ไหวจัดทริปเดียวตุนของกินทั้งสัปดาห์
https://www.dailynews.co.th/news/5754892/
.
ดีเซลพุ่ง 50 บาท ทำตลาดเมืองเลยร้าง! แม่ค้าโอดลูกค้าประจำหายหน้า หันมาควบมอ'ไซค์มาตุนของสดทีละเยอะๆ เพื่อลดรอบการเดินทาง บ่นอุบน้ำมันแพงกว่าค่าหมูค่าน้ำพริก จนต้องรัดเข็มขัดตัวกิ่ว
.
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย ณ ตลาดเช้าเทศบาลเมืองเลยในเช้าวันนี้ พบว่ามีความเงียบเหงาผิดตา ประชาชนและชาวบ้านออกมาเลือกซื้อสินค้ากันอย่างบางตา ทำให้บรรยากาศโดยรวมไม่คึกคักเหมือนช่วงที่ผ่านมา
.
จากการสอบถาม นางนวลจันทร์ จันทรรส แม่ค้าในตลาดเช้า เปิดเผยถึงสถานการณ์ที่น่ากังวลว่า ขณะนี้จำนวนลูกค้าที่มาเดินตลาดลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ “ลูกค้าประจำ” ที่เคยเห็นหน้าค่าตากันทุกวัน ก็เริ่มหายหน้าไป หรือเปลี่ยนพฤติกรรมการมาตลาดอย่างสิ้นเชิง
.
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงคือ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ชาวบ้านต้องงัดมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อความอยู่รอด มีการเปลี่ยนยานพาหนะ กลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ในรัศมีใกล้เคียง 1-2 กิโลเมตร ซึ่งเคยใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางมาตลาด ปัจจุบันหันมาใช้รถจักรยานยนต์มากขึ้น เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายน้ำมันให้ได้มากที่สุด บางคนประหยัดได้สูงสุด 4-5 เท่า
.
ลูกค้าบางคนลดความถี่ในการเดินทาง จากเดิมที่เคยมาจ่ายตลาดแบบ “วันต่อวัน” เพื่อความสดใหม่ ตอนนี้เปลี่ยนเป็น 2-3 วันมาครั้งหนึ่ง เพื่อลดจำนวนรอบในการขับขี่ และซื้อเพื่อเก็บตุนไว้หลายวัน
.
เมื่อตัดสินใจมาตลาดครั้งหนึ่ง ชาวบ้านจะเน้นซื้อสินค้าในปริมาณมาก เพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภคหลายวัน เช่น หมู และปลา เพื่อไม่ต้องเดินทางบ่อย ๆ และประหยัดค่าน้ำมันที่แพงหูฉี่ ขณะนี้ดีเซลราคาถึง 50 บาทต่อกิโลลิตร ทำให้คนมาตลาดน้อยมาก
.
ลูกค้าประจำบอกตรง ๆ ว่า “ไม่ไหว ต้องประหยัดน้ำมัน มาครั้งหนึ่งก็ต้องซื้อเตรียมไว้หลายวัน ไม่อยากมาบ่อย เพราะมันเปลือง
.

.
แม่ค้า ตลาดนัดเคาะถึงรบ. วัตถุดิบขึ้นราคา ขายได้ก็เอาไปเติมน้ำมัน
https://www.matichon.co.th/region/news_5666177
.
เสียงสะท้อนแม่ค้าตลาดนัด ปลาไข่จากเดิมโลละ 60 ปรับขึ้นเป็น 200 หาเงินได้เพื่อเอาไปเติมน้ำมัน
.
เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ตลาดไนท์บาร์ซาร์ เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม พ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างบ่นเป็นสิ่งเดียวกัน นอกจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นไปกว่าลิตรละ 10 บาท โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลทะลุลิตรละ 50 บาทไปแล้ว ส่งผลต่อต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น ซ้ำราคาสินค้ายังปรับขึ้นราคาแล้วทุกอย่าง แต่กำไรลดลง หาเงินได้เท่าไหร่ก็ต้องเอาไปเติมน้ำมัน
.
นางนิตยา แสงอรุณ แม่ค้าร้านปลาไข่ทอด กล่าวว่า ของแพงขึ้นทุกอย่าง ทั้งแป้งทอดกรอบ น้ำมันทอด น้ำตาล เกร็ดขนมปัง วัตถุดิบที่นำมาทอดขาย รวมถึงถุงใส่อาหาร ค่าครองชีพน้อยลงแต่รายจ่ายสูงขึ้น
.
โดยเฉพาะปลาไข่ เคยซื้อกิโลกรัมละ 60 บาท ตอนนี้โลละ 200 บาท ต่างกันถึง 140 บาท น้ำมันทอดขึ้น 2-3 บาท แป้งขึ้น 2-3 บาท ถุงขึ้นมัดละ 10 บาท น้ำตาลทราย 1 บาท ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นทำให้ต้องปรับราคาขายปลาไข่ทอดจากเดิมตัวละ 5 บาท เป็นตัวละ 10 บาท ส่วนของทอดอื่นๆ ยังขายราคาเดิม ปูม้าทอดชิ้นละ 10 บาท กุ้งทอด 10 บาท ปูอัดทอด 5 บาท ยอดขายก็ตกลงประสบปัญหาพอสมควร
.
ลูกค้ามีทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ บางคนบอกว่าแพงเกินไป ไม่สมราคา แม่ค้ารับมาก็แพงอยู่แล้ว ทำให้ต้องปรับราคาขึ้น ทางร้านก็ได้ติดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน ตอนนี้หยุดขายตามตลาดนัดตามหมู่บ้าน เนื่องจากขายของไม่ได้ ตลาดเงียบเหงา คนไม่มีกำลังซื้อ จะมาขายแต่ตลาดนัดในเมืองเท่านั้น” นางนิตยา กล่าว และว่า
.
อยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องค่าครองชีพของประชาชน ลดราคาสินค้าตอนนี้แพงมาก รายได้ลดลง ไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว เดิมเคยเติมน้ำมันออกมาค้าขายวันละ 200 บาท มาวันนี้ต้องเติม 500 บาทต่อวัน หาเงินมาได้ก็เอาไปเติมน้ำมันอย่างเดียว
.
ด้านนางประภัสสร พานิชย์ แม่ค้าขายกระเพาะปลาและข้าวคลุกกะปิ กล่าวว่า ต้นทุนสินค้าปรับขึ้นราคาทั้งหมด หมู ไข่ กระเพาะปลา จากเดิม หมูโลละ 120 บาท ปรับเป็น 140 บาท ไข่จาก 100 บาท เป็น 125 บาท กระเพาะปลาจากเดิม 500 กว่าบาท ปรับขึ้นเป็น 600 กว่าบาท ถุงหูหิ้ว 6 คูณ 14 นิ้ว จากเดิมแพ็คละ 11 บาท ปรับเป็น 14 บาท ถุงร้อนใส่อาหาร ปรับขึ้นอีกแพคละ 5 บาท กล่องพลาสติกใส่ข้าวคลุกกะปิ จากเดิมเคยแพ็กละ 155 บาท ปรับขึ้นเป็น 180 บาท ทางร้านก็ยังขายราคาราคาเดิมคือ 50 บาท หากขึ้นราคา ลูกค้าก็จะไม่มีกำลังซื้อ ไม่รู้จะไปขายให้ใคร อยากให้รัฐบาลช่วยลดราคาสินค้า ลดราคาน้ำมัน ช่วยชาวบ้านลดค่าครองชีพตอนนี้ค้าขายลำบากมากๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่