ครอบครัวเรามีกันสี่คน พ่อแม่เราแล้วก็น้องชายที่อายุห่างกันปีนึงค่ะ เรารู้สึกว่าบ้านเรา Toxic มากๆมาตั้งนานแล้วแต่เรายอมรับแล้วก็เติบโตมาได้แล้วค่ะตอนนี้อายุ20 สำหรับน้องชายที่อายุ19 เรารู้สึกว่าเราโตมาคล้ายๆกันอาจจะเข้าใจกันได้บ้างแต่เราเข้าไม่ถึงจริงๆ เค้าปฏิเสธทุกคนในบ้านไม่เอาใครเลย เราเป็นคนเดียวที่เค้ายอมคุยด้วยค่ะ เค้ารู้สึกว่าคนที่บ้านไม่ว่าจะใครก็ตามโง่หมด ล่าสุดเมื่อวานด่าแม่ทุเรศเพราะกินเกี๊ยวไม่หมดแล้วเอาไปเก็บใส่ตู้เย็น เค้าบอกไม่มีมารยาท พอแม่จะคุยด้วยก็บอกให้หุบปากไปเลย คือมันเกินไปจริงๆสำหรับเรา มันมีวิธีสื่อสารที่ดีกว่านี้มากเพื่อให้ทั้งเค้าและแม่ไม่ต้องเหนื่อย กับเพื่อนคนอื่นๆนอกบ้านถ้าพูดแบบตรงๆคือ ติ๋มใส่เลยค่ะแทบจะงอมืองอเท้ากลัวเค้ามองไม่ดีแคร์สายตามากก เราไม่รู้จะทำยังไงดี เค้าชอบบอกว่าตัวเองเก็บกดเพราะครอบครัวเราไม่อบอุ่น แต่เราก็โตมาด้วยกัน ไม่ใช่ว่าเราไม่เเครียดไม่เก็บกดนะคะ แต่เรียนรู้ที่จะระบายออกและเปิดอกคุยกับพ่อกับแม่ ถึงสุดท้ายจะไม่ได้เข้าใจกันร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เค้าก็มีควาทตั้งใจที่จะปรับตัวเพื่อให้ลูกอย่างเราสบายใจและเริ่มเปิดใจเล่าเรื่องที่เค้าเก็บเอาไว้เหมือนกันเปิดโลกเรามากค่ะ เป็นความหนักหนาของวัยผู้ใหญ่จริงๆตอนที่เราฟังครั้งแรกก็ยังไม่ได้เข้าใจอะไรมากพอรับรู้มาเรื่อยๆก็เข้าใจเหตผลที่เค้าสามารถดูแลเราได้เท่านี้และพฤติกรรมที่เราไม่เข้าใจว่าเค้าทำทำไมนับตั้งแต่ตอนนั้นเราก็จัดการตัวเองได้ค่ะ เพราะมันเป็นเรื่องที่เด็กทำอะไรไม่ได้และคิดว่าในอนาคตเราก็คงได้เจอเหมือนกันเก็บเป็น case study ไป ตัดมาเรื่องน้องเราก็นึกว่าเค้ารู้เหมือนกันแต่คงยังไม่โตพอเราก็เลยรอ สรุปเค้าไม่คิดจะเรียนรู้ด้วยซ้ำอะไรที่มันไม่พอใจเค้า เค้าเมินเลย เมินไม่พอใช้คำพูดแย่ๆทำให้เหตุการณ์ที่มันแก้ไขได้ด้วยความใจเย็นสุดท้ายพังกว่าเดิม เค้าบอกอบากออกไปจากบ้านไวๆแต่ก็ทำอะไรไม่เป็นเหมือนกัน พอเราสอนเค้าก็มีชุดความคิดเป็นของตัวเองอยู่แล้วและเราไม่สามารถแปลให้เค้าเข้าใจได้เลยปลงแล้วค่ะ เค้าอยากที่จะรู้อะไรเราก็เล่าให้เค้าฟังเพราะคิดว่าตอนนี้คงจะพอเข้าใจอะไรบ้าง สรุปก็ด่าค่ะ ด่าหนักกว่าเดิมอีกบอกว่าพ่อแม่ดักดานไม่รู้จักพัฒนา เราก็ไม่กล้าว่าเหมือนกันว่าน้องนั่นแหละที่ไม่พัฒนาเลย ไม่เชื่อว่า 1 ปีที่ห่างกัน ความกระตือรือร้นวุฒิภาวะทางอารมณ์ ความสามารถในการตัดสินใจจะห่างกันได้ขนาดนี้ การพัฒนามันไม่ต้องรอพร้อมก็จริงแต่ความเสี่ยงของครอบครัวเรามันมากเกินไปถ้าหากลงทุนแล้วพังอนาคตของเราและเค้าก็จะลำบากกว่าเดิมมาก ภาระค่าใช้จ่ายมันเยอะเค้าไม่เข้าใจเพราะไม่ยังไม่เคยลองทำอะไรเลยและมาบอกว่าไม่มีใครสนใจที่จะสอนเค้าแต่พอสอนก็เป็นงี้แหละ เราอยากรู้ว่าน้องชายคนอื่นเป็นมั้ยคะ รับมือยังไงบ้าง เรากลับบ้านในรอบปีมาเจอปัญหากองสุมไว้แบบนี้ก็ไม่รู้จะช่วยที่บ้านยังไงดี
น้องชายใครเป็นอย่างงี้บ้างคะ