[CR] ทวาทศมาส



โคลงทวาทค่มาล่

สำนวนพระเยาวราช

ข้อวินิจฉัยโคลงทวาทค่มาส

โคลงทวาทศมาส เป็นวรรณคดีเอกของไทยเรื่องหนึ่ง ซึ่งนิยมกันมาแต่โบราณและถือว่าเป็นตำราโคลงดั้นชั้นเก่า สมัยกรุงศรีอยุธยา ความเก่าของโคลงทวาทศมาส ถ้าจะเทียบก็คงมีอายุ และมีสำนวนโวหารใกล้เคียงกับโคลงยวนพ่าย แต่เป็นเรื่องน่าพิศวงที่ โคลงทวาทศมาสแม้จะมีอายุยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน ก็หาอ่านกันไม่ได้โดยง่าย เพราะฉบับพิมพ์มีอยู่น้อยประการหนึ่ง กับอีกประการหนึ่งเมื่อได้ฉบับมาอ่าน ผู้อ่านส่วนมากไม่เข้าใจอรรถรสหรือโวหารกวีที่มีอยู่ในเรื่อง จึงทำให้โคลงทวาทศมาสไม่แพร่หลาย สมกับเป็นวรรณคดีเอก การที่เป็นเช่นนี้ก็คงจะเนื่องมาจากโคลงทวาทศมาส บรรจุ ไว้ด้วย ถ้อยคำ อัน เป็น ลักษณะ กวีนิพนธ์ ที่เป็น กวีโวหารลึกซึ้ง ผู้สนใจอ่านโคลงทวาทศมาสต้องเป็นผู้มีความรู้กว้างขวางพอที่จะเข้าใจความหมายต่าง ๆ ที่กล่าวไว้ในเรื่องนั้นด้วย จึงจะชาบซึ้งถึงอรรถรสและกวีโวหารตลอดจนความพิลาศของกลอนกานท์ มิเช่นนั้นแล้วพอเริ่มอ่านโคลงบทต้นจบลงแล้วก็มักจะต้องวาง เพราะไม่เข้าใจว่าหมายความอย่างไร คงเป็นเพราะเหตุนี้ โคลงทวาทศมาสจึงไม่แพร่หลาย แม้ในกลุ่มนักศึกษาวิชาวรรณคดี เป็นเรื่องน่าเสียดายที่จักทอดทิ้งโคลงทวาทศมาส อันมีค่าเปรียบเสมือนเพชรน้ำหนึ่ง ของอาณาจักรวรรณคดีให้อยู่ในสภาพเหมือนถูกหมกอยู่ในโคลนตม หรือถูกซ่อนตัวเองอยู่ในสมุดข่อยเก่า ๆ ซึ่งนับวันแต่จะเปื่อยผุพังไปตามกาลเวลา

ข้าพเจ้าเคยสนใจใคลงทวาทศมาสมานานแล้ว เมื่อเป็นเด็กพอ อ่านหนังสือแตกเคยรับหน้าที่อ่านหนังสือต่าง ๆ ให้ผู้ปกครองฟังทุกวัน จึงได้ผ่านการอ่านวรรณคดีของไทยที่มีอยู่ดูเหมือนเกือบทุกเรื่อง รวมทั้งโคลงทวาทศมาสด้วย ข้าพเจ้าเป็นผู้มีโชคดีอย่างยิ่งที่มีผู้ปกครองเป็นนักอ่านหนังสือ เมื่อข้าพเจ้าอ่านให้ท่านฟัง ท่านก็อธิบายประกอบไปด้วยว่า โคลงนั้น ๆ หมายถึงอะไร ความรู้ที่ได้รับจากผู้ปกครอง ได้เป็น พื้น ฐาน ให้ข้าพเจ้า ได้ใช้ ค้นคว้าเกี่ยวกับวิชวรรณคดีประวัติศาสตร์ พระราชพงศาวดาร สืบมาจนถึงปัจจุบันเป็นอันมาก เมื่อข้าพเจ้าได้อ่านทวาทศมาสอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะเขียนข้อ วินิจฉัยครั้งนี้ ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจทวาทศมาสยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความรู้สึกว่าทวาทศมาสเป็นเพชรน้ำเอกที่จำรัสรัสมีอยู่ในอาณาจักรของวรรณคดี สมควรจะเสนอแก่บรรดาผู้สนใจศึกษาวิชาวรรณคดี เพื่อให้ช่วยกัน พิจารณาค้นคว้า หาหลักฐาน เป็นการเทิดทูน ให้ความดี เด่นเป็นสุนทรีย์ของเรื่องนี้ได้ธำรงสถาพร และเป็นหลักสำคัญหลักหนึ่ง ในสถาบันของวรรณคดีไทยต่อไป

เมื่อได้ตั้งความปรารถนา จะค้นคว้าหาหลักฐาน ในการรจนา โคลงทวาทศมาสเสนอแต่บรรดาผู้สนใจเช่นกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าจึงได้กำหนดหัวข้อวินิจฉัยโคลงทวาทศมาสขึ้นรวมหลายข้อ แต่ละข้อเป็นปัญหาเกี่ยวพันกันตั้งแต่ต้นจนจบ คือ ข้าพเจ้าจะเริ่มด้วยตั้งปัญหาว่า โคลงทวาทศมาสเป็นลักษณะกวีนิพนธ์ประเภทไหน ? รจนาในรัชสมัยใด? ประมาณพุทธศักราชเท่าใด ? และใครเป็นผู้รจนา? นี่เป็นข้อวินิจฉัยขั้นต้น ที่ข้าพเจ้าจะได้อธิบายพร้อมทั้งแสดงหลักฐานให้ ปรากฏเท่าที่สามารถจะทำได้เป็นขั้นแรก

ขั้นต่อไป เมื่อวินิจฉัยทราบตัวบุคคลผู้รจนาแล้ว ก็พิจารณา ประวัติบุคคลผู้รจนาต่อไปว่า เป็นใคร? ดำรงฐานะอย่างไร? มีวงศาวลีสัมพันธ์กับใครในยุคที่อ้างถึงในขั้นต้นนั้นบ้าง ? ขั้นนี้ข้าพเจ้า จะได้นำหลักฐาน ที่ปรากฏในทวาทศมาสและหลักฐานที่ปรากฏ ทางประวัติศาสตร์ พระราชพงศาวดาร มาอ้างอิงประกอบไว้ด้วยอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน

ขั้นที่สาม วินิจฉัยวัตถุประสงค์ของการนิพนธ์กับวินิจฉัยตัวบุคคลที่ถูกอ้างอยู่ในโคลงทวาทศมาสว่าเป็นใคร ? เช่น พระยุพราช เป็นต้น ขั้นที่สามนี้จะได้วินิจฉัยประวัติปัญญาสชาดกประกอบวรรณ คดีเรื่องนี้ รวมทั้งวินิจฉัยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่ปรากฏอยู่ ในโคลงทวาทศมาส เทียบกับหลักฐานทางจารีตประเพณีของไทยและเทียบกับกฎมณเฑียลบาลด้วย

ขั้นสุดท้าย เป็นสรุปข้อวินิจฉัยซึ่งกล่าวถึงสามกวีผู้ “ช่วยแกล้ง เกลากลอน” ให้แก่พระเยาวราชว่าเป็นใคร? ดำรงตำแหน่งอยู่ในสังกัดใด? และทรงวุฒิพิเศษอย่างใด ?

ข้าพเจ้าเชื่อว่าหลักวินิจฉัยทั้งหลายเหล่านี้ จะเป็นเหมือนมัคคุทเทศนำไปสู่อุทยานแห่งวรรณคดี เพื่ออภิรมย์ชมชื่นกับโคลงทวาทศมาส อันเปรียบประดุจทิพยบุษปบรรณชูช่อรออยู่ได้ตามมโนปณิธาน

ข้าพเจ้าจำต้องแถลงไว้ ณ ที่แห่งนี้ด้วยว่า ข้าพเจ้ามิใช่ผู้ เชี่ยวชาญกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ วรรณคดีแต่อย่างใด หากแต่มีความปรารถนาอยู่ประการเดียวคือ ความตั้งใจเสนอรสกวีอันอมตะ ที่มีอยู่ในโคลงทวาทศมาสแก่ผู้สนใจทั้งหลายให้ทราบว่า ไม่ควรทอดทิ้งโคลงทวาทศมาสให้อยู่ในลักษณะอันอับเฉา ปราศจากความสนใจเช่นทุกวันนี้ เพราะโคลงทวาทศมาสเป็นบทกวีวัจนะที่ไพเราะ ทรงศักดิ์ศรี ควรแก่การศึกษายกย่องเทิดทูนเช่นเดียวกับโคลงกำศรวลยวนพ่าย และโคลงนิราสหริภุญไชย โคลงทั้งสามที่กล่าวมามีอรรถรสไพเราะลึกซึ้งจับใจเพียงใด โคลงทวาทศมาสก็มีอรรถรสไพเราะลึกซึ้งจับใจเพียงนั้น ด้วยเหตุนี้ที่จูงใจให้ข้าพเจ้า เขียนข้อวินิจฉัย ตลอดจน อธิบายความหมาย ในโคลง ทวาทศมาส และถอดคำที่เป็นกวีวัจนะและกวีโวหารออกเป็นถ้อยคำที่เข้าใจง่าย สำหรับเป็น การศึกษาหาความรู้ ทางวิชา วรรณคดี อันเกี่ยวเนื่องกับ ประวัติศาสตร์ พระราชพงศาวดาร รวมทั้งขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีที่กวีสมัยกรุงศรีอยุธยาได้ร้อยกรองไว้ ทั้งนี้ นอกจากเพื่อ เป็นการแสดงให้รู้ว่า กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดีแล้ว ยังมีนักปราชญ์ ราชบัณฑิตยได้ ปรินิพนธ์วรรณคดีชิ้นเอก ไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา ซึ่งจะหาบุคคลสมัยนี้เปรียบเทียบได้ยากอีกด้วย

ลักษณะนิพนธ์ในทวาทศมาส เป็นโคลงดั้นแบบวิวิธมาลี ลางบทเป็นแบบตรีพิธพรรณกับจัตวาทัณฑีก็มี แต่เป็นส่วนน้อย เริ่มเรื่องด้วยกล่าวถึงพระพรหมผู้ประทับอยู่เหนืออาศน์บัว อันผุดขึ้นจากพระนาภีของ พระพิษณุขณะที่ บรรทมหลับอยู่เหนือ อนันตนาคราช ณ เกษียรสมุทร (๑) (ดูคัมภีร์วราหะปุราณะ และคัมภีร์พระมานวธรรมศาสตร์) ครั้นแล้วก็เกิดพระไตรรัตน์อันเป็นปิ่นแห่งดอกบัวขึ้นในภพ แล้วบานเบิกเป็นช่อช้อยงดงาม

นี่เป็นลักษณะนิพนธ์โคลงทวาทศมาสบทแรก บทสุดท้ายเป็นร่ายสุภาพ พรรนณาถึงความเกษมสุขในการเสวยรมย์สมบัติใน มไหสวรรย์ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ตราบจนสิ้นเดือนตะวันและสิ้นแผ่นฟ้าแผ่นดิน ความเกษมสุขสมบูรณ์มีทั่วหน้า ท้าวพญามหากษัตริย์ต่างก็ยอยศพระเจ้ากรุงศรีอยุธยา  ตั้งแต่โคลงบทแรก จบลงที่ร่ายสุภาพบทสุดท้ายรวม ๒๖๐ บทพอดี กวีนิพนธ์ ๒๖๐ บทนี้ แต่ละบทบรรจุไว้ซึ่งความสำคัญอย่างยิ่งทั้งวรรณคดี ลัทธิธรรม เนียม ประวัติศาสตร์ ราชนิติ ตลอดจนจารีตประเพณีของไทย ซึ่งข้าพเจ้าจะได้เสนอข้อวินิจฉัยเป็นชั้น ๆ แก่บรรดาผู้สนใจ เพื่อการ ศึกษาหาหลักฐานที่สมควรเชื่อถือได้มาประกอบการพิจารณาสืบไป
ชื่อสินค้า:   หนังสือ ทวาทศมาส โคลงดั้น
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่