ทริปนี้ผมเดินทางเที่ยวคนเดียวอีกเช่นเคย เป็นทริปตรุษจีนประจำปี 2026 นี้ครับ ปกติผมจะลาหยุดพักผ่อนช่วงตรุษจีนทุกปี
แต่ปีนี้ผมแพลนไปเที่ยวปักกิ่ง และรู้กันว่าช่วงตรุษจีนนั้นที่ประเทศจีนคับคั่งทุกที่ ผมจึงลาหยุดหนึ่งอาทิตย์หลังตรุษจีนแทนเพื่อเลี่ยงผู้คนมหาศาล
และด้วยวันหยุดที่จำกัดรวมถึงตารางงานที่ค่อนข้างแน่นช่วงต้นปี ทำให้ผมมีเวลาเที่ยวปักกิ่งประมาณ
3 วัน
ซึ่งผมก็พยายามจัดตารางให้เก็บแลนด์มาร์คและมรดกโลกให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ 😀
ผมเดินทางมาถึงปักกิ่งตั้งแต่คืนก่อนหน้าแล้วหนึ่งวันและเลือกพักแถวสถานี
Chongwenmen เพราะอยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางและจัตุรัสเทียนอันเหมิน
วันถัดมาผมแพลนไปเที่ยวแหล่งมรดกโลก 2 แห่งคือ
กำแพงเมืองจีนและ
พระราชวังฤดูร้อน (Summer Palace)
จากนั้นตอนค่ำก็ไปชมวิว
สนามกีฬาโอลิมปิค (สนามรังนก) และเดินเล่นย่าน
ถนน Qianmen
เนื่องจากผมเดินทางคนเดียว การซื้อ
Day Trip Package จึงเป็นอะไรที่ประหยัดและสะดวกที่สุดแล้ว 😄
โดยผมซื้อ Package Day Trip สำหรับ Mutianyu Great Wall และ พระราชวังฤดูร้อน ผ่าน
Klook.com (ราคาประมาณ 40 USD ต่อคน)
Package นี้รวมค่าตั๋วเข้าชมสถานที่ ค่ากระเช้าขึ้นกำแพงเมืองจีน ค่ารถไปกลับปักกิ่ง และไกด์ภาษาอังกฤษเรียบร้อยแล้ว (เราจ่ายแค่ค่าอาหารกลางวันเท่านั้น)
หมายเหตุ:
1. กำแพงเมืองจีนมี 2 ด่านหลักที่ไม่ไกลจากปักกิ่งให้เลือกเที่ยวคือ Badaling และ Mutianyu (ยังมีด่านอื่นอีกเยอะ แต่ 2 ด่านนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน) ผมเลือก Mutianyu เพราะดูจากรีวิวในหลายแหล่งพบว่าที่นี่คนน้อยกว่า
2. ก่อนวันจริง 1 วัน ไกด์จะส่ง Whatsapp มาหาเราเพื่อนัดหมายสถานที่ขึ้นรถครับ บริการดีมาก
เมื่อถึงวันจริงค่อนข้างตื่นเต้นครับที่จะได้เห็นกำแพงเมืองจีนของจริงครั้งแรกในชีวิต ผมไปถึงสถานี Dongzhimen station Exit C เวลา 7.30 น. ตามเวลานัด
ไกด์พาไปขึ้นรถและรถออกเวลา 8 โมงตรง ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ถึง Mutianyu Great Wall วันนั้นหิมะตกครับ ได้บรรยากาศสวยงามมาก
(ถ้าใครไม่ชอบหิมะอาจจะมองว่ามันขาวจนแยกอะไรไม่ออก)
เมื่อไปถึงแล้วไกด์บอกว่ามีสองฝั่งให้เลือก
-
ฝั่งตะวันตก มี Cable Car มีความสูงกว่าฝั่งตะวันออก กำแพงเป็นออริจินอล ไม่ได้รับการรีโนเวท แต่เดินยากกว่า
-
ฝั่งตะวันออก มี Chair Lift พาขึ้น กำแพงดูใหม่กว่าเพราะผ่านการรีโนเวท และเดินง่ายกว่า
ผมเลือกฝั่งตะวันตกครับ 😁
เพราะอยากเห็นความออริจินอล โดยฝั่งนี้จะเริ่มนับตั้งแต่หอสังเกตการหมายเลข 14 จนถึงหมายเลข 20 ระยะทางรวมประมาณ 1 กม.
ทางเดินค่อนข้างชันแถมหิมะตกทำให้ลื่น ทำให้ต้องระมัดระวังเวลาเดิน
แต่วิวที่ได้คุ้มค่ามาก แถมความอลังการของกำแพงเมืองจีนของจริงสวยงามมาก
ไม่น่าเชื่อว่าคนในยุคโบราณที่ยังไม่มีเทคโนโลยีสามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้ขนาดนี้ 😃
ผมใช้เวลาที่นี่จนถึง 11 โมงครึ่ง จากนั้นก็นั่ง Cable Car ลงไปเพื่อหาข้าวเที่ยงกินแถวนั้นก่อนจะขึ้นรถกลับเข้าปักกิ่งเพื่อไปยังพระราชวังฤดูร้อนตอนเที่ยงครึ่ง ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
พระราชวังฤดูร้อน หรือ Summer Palace สร้างขึ้นในปี 1750 โดยจักรพรรดิเฉียนหลงเพื่อเป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อน เคยถูกทำลายในปี 1860 เพราะสงครามและถูกบูรณะขึ้นใหม่โดนซูสีไทเฮา ภายในบริเวณพระราชวังนอกจากสิ่งปลูกสร้างและอาคารต่างๆ แล้ว ยังประกอบด้วยทะเลสาบ สวน ทางเดินยาวพร้อมภาพจิตรกรรม เรือหินอ่อน และภูเขา ซึ่งทั้งหมดสร้างขึ้นด้วยแรงงานคนทั้งสิ้น
🤩
ไกด์พาเดินชมพระราชวังทุกส่วนพร้อมอธิบายถึงประวัติความเป็นมาและความอัศจรรย์ของแต่ละจุดอย่างละเอียด ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
เราใช้เวลาที่พระราชวังฤดูร้อนจนถึงประมาณ 5 โมงเย็นก่อนจะบอกลาไกด์และผมก็นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Aoti Zhongxin Station เพื่อชมทัศนียภาพยามค่ำคืนและความอลังการของสนามกีฬาโอลิมปิค หรือ สนามรังนก 😇
หลังจากดื่มด่ำบรรยากาศของสนามรังนกแล้ว ผมก็นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Qianmen station เพื่อไปเดินหาของกินที่ถนนคนเดิน Qianmen ที่มีประวัติความเป็นมากว่า 600 ปีตั้งแต่ยุคราชวงศ์หมิง 😃
เวลาประมาณสามทุ่มผมก็เดินทางกลับโรงแรมครับ สิริรวมวันแรกนี้เดินไปเกือบ 25000 ก้าว แต่รู้สึกไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ อาจจะเพราะอากาศหนาวทำให้การเดินเหมือนเป็นการทำให้ร่างกายอบอุ่นไปด้วย โดยรวมแล้ววันแรกนี้ถือว่าคุ้มครับ ไล่เก็บแหล่งมรดกโลกได้ถึงสองแห่ง รวมถึงไปชมแลนด์มาร์คระดับโลกอย่างสนามรังนก และปิดท้ายวันด้วยสีสันยามค่ำคืนของถนนคนเดิน สำหรับวันพรุ่งนี้ผมมีแพลนเก็บสถานที่ในเมืองปักกิ่งครับ จะเป็นอย่างไรและอลังการแค่ไหนเดี๋ยวมาตามดูกัน สำหรับวันนี้ขอตัวไปพักผ่อนเอาแรงก่อนครับ 🥰
[CR] เที่ยงปักกิ่งคนเดียว - วันที่ 1 : มรดกโลกและโลกยุคใหม่
แต่ปีนี้ผมแพลนไปเที่ยวปักกิ่ง และรู้กันว่าช่วงตรุษจีนนั้นที่ประเทศจีนคับคั่งทุกที่ ผมจึงลาหยุดหนึ่งอาทิตย์หลังตรุษจีนแทนเพื่อเลี่ยงผู้คนมหาศาล
และด้วยวันหยุดที่จำกัดรวมถึงตารางงานที่ค่อนข้างแน่นช่วงต้นปี ทำให้ผมมีเวลาเที่ยวปักกิ่งประมาณ 3 วัน
ซึ่งผมก็พยายามจัดตารางให้เก็บแลนด์มาร์คและมรดกโลกให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ 😀
ผมเดินทางมาถึงปักกิ่งตั้งแต่คืนก่อนหน้าแล้วหนึ่งวันและเลือกพักแถวสถานี Chongwenmen เพราะอยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางและจัตุรัสเทียนอันเหมิน
วันถัดมาผมแพลนไปเที่ยวแหล่งมรดกโลก 2 แห่งคือ กำแพงเมืองจีนและพระราชวังฤดูร้อน (Summer Palace)
จากนั้นตอนค่ำก็ไปชมวิวสนามกีฬาโอลิมปิค (สนามรังนก) และเดินเล่นย่านถนน Qianmen
เนื่องจากผมเดินทางคนเดียว การซื้อ Day Trip Package จึงเป็นอะไรที่ประหยัดและสะดวกที่สุดแล้ว 😄
โดยผมซื้อ Package Day Trip สำหรับ Mutianyu Great Wall และ พระราชวังฤดูร้อน ผ่าน Klook.com (ราคาประมาณ 40 USD ต่อคน)
Package นี้รวมค่าตั๋วเข้าชมสถานที่ ค่ากระเช้าขึ้นกำแพงเมืองจีน ค่ารถไปกลับปักกิ่ง และไกด์ภาษาอังกฤษเรียบร้อยแล้ว (เราจ่ายแค่ค่าอาหารกลางวันเท่านั้น)
หมายเหตุ:
1. กำแพงเมืองจีนมี 2 ด่านหลักที่ไม่ไกลจากปักกิ่งให้เลือกเที่ยวคือ Badaling และ Mutianyu (ยังมีด่านอื่นอีกเยอะ แต่ 2 ด่านนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน) ผมเลือก Mutianyu เพราะดูจากรีวิวในหลายแหล่งพบว่าที่นี่คนน้อยกว่า
2. ก่อนวันจริง 1 วัน ไกด์จะส่ง Whatsapp มาหาเราเพื่อนัดหมายสถานที่ขึ้นรถครับ บริการดีมาก
เมื่อถึงวันจริงค่อนข้างตื่นเต้นครับที่จะได้เห็นกำแพงเมืองจีนของจริงครั้งแรกในชีวิต ผมไปถึงสถานี Dongzhimen station Exit C เวลา 7.30 น. ตามเวลานัด
ไกด์พาไปขึ้นรถและรถออกเวลา 8 โมงตรง ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ถึง Mutianyu Great Wall วันนั้นหิมะตกครับ ได้บรรยากาศสวยงามมาก
(ถ้าใครไม่ชอบหิมะอาจจะมองว่ามันขาวจนแยกอะไรไม่ออก)
เมื่อไปถึงแล้วไกด์บอกว่ามีสองฝั่งให้เลือก
- ฝั่งตะวันตก มี Cable Car มีความสูงกว่าฝั่งตะวันออก กำแพงเป็นออริจินอล ไม่ได้รับการรีโนเวท แต่เดินยากกว่า
- ฝั่งตะวันออก มี Chair Lift พาขึ้น กำแพงดูใหม่กว่าเพราะผ่านการรีโนเวท และเดินง่ายกว่า
ผมเลือกฝั่งตะวันตกครับ 😁
เพราะอยากเห็นความออริจินอล โดยฝั่งนี้จะเริ่มนับตั้งแต่หอสังเกตการหมายเลข 14 จนถึงหมายเลข 20 ระยะทางรวมประมาณ 1 กม.
ทางเดินค่อนข้างชันแถมหิมะตกทำให้ลื่น ทำให้ต้องระมัดระวังเวลาเดิน
แต่วิวที่ได้คุ้มค่ามาก แถมความอลังการของกำแพงเมืองจีนของจริงสวยงามมาก
ไม่น่าเชื่อว่าคนในยุคโบราณที่ยังไม่มีเทคโนโลยีสามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้ขนาดนี้ 😃
ผมใช้เวลาที่นี่จนถึง 11 โมงครึ่ง จากนั้นก็นั่ง Cable Car ลงไปเพื่อหาข้าวเที่ยงกินแถวนั้นก่อนจะขึ้นรถกลับเข้าปักกิ่งเพื่อไปยังพระราชวังฤดูร้อนตอนเที่ยงครึ่ง ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
พระราชวังฤดูร้อน หรือ Summer Palace สร้างขึ้นในปี 1750 โดยจักรพรรดิเฉียนหลงเพื่อเป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อน เคยถูกทำลายในปี 1860 เพราะสงครามและถูกบูรณะขึ้นใหม่โดนซูสีไทเฮา ภายในบริเวณพระราชวังนอกจากสิ่งปลูกสร้างและอาคารต่างๆ แล้ว ยังประกอบด้วยทะเลสาบ สวน ทางเดินยาวพร้อมภาพจิตรกรรม เรือหินอ่อน และภูเขา ซึ่งทั้งหมดสร้างขึ้นด้วยแรงงานคนทั้งสิ้น 🤩
ไกด์พาเดินชมพระราชวังทุกส่วนพร้อมอธิบายถึงประวัติความเป็นมาและความอัศจรรย์ของแต่ละจุดอย่างละเอียด ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
เราใช้เวลาที่พระราชวังฤดูร้อนจนถึงประมาณ 5 โมงเย็นก่อนจะบอกลาไกด์และผมก็นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Aoti Zhongxin Station เพื่อชมทัศนียภาพยามค่ำคืนและความอลังการของสนามกีฬาโอลิมปิค หรือ สนามรังนก 😇
หลังจากดื่มด่ำบรรยากาศของสนามรังนกแล้ว ผมก็นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Qianmen station เพื่อไปเดินหาของกินที่ถนนคนเดิน Qianmen ที่มีประวัติความเป็นมากว่า 600 ปีตั้งแต่ยุคราชวงศ์หมิง 😃
เวลาประมาณสามทุ่มผมก็เดินทางกลับโรงแรมครับ สิริรวมวันแรกนี้เดินไปเกือบ 25000 ก้าว แต่รู้สึกไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ อาจจะเพราะอากาศหนาวทำให้การเดินเหมือนเป็นการทำให้ร่างกายอบอุ่นไปด้วย โดยรวมแล้ววันแรกนี้ถือว่าคุ้มครับ ไล่เก็บแหล่งมรดกโลกได้ถึงสองแห่ง รวมถึงไปชมแลนด์มาร์คระดับโลกอย่างสนามรังนก และปิดท้ายวันด้วยสีสันยามค่ำคืนของถนนคนเดิน สำหรับวันพรุ่งนี้ผมมีแพลนเก็บสถานที่ในเมืองปักกิ่งครับ จะเป็นอย่างไรและอลังการแค่ไหนเดี๋ยวมาตามดูกัน สำหรับวันนี้ขอตัวไปพักผ่อนเอาแรงก่อนครับ 🥰
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น