สวัสดีค่ะทุกคน ฉันอยากจะเอาประสบการณ์และความผิดพลาดของตัวเองมาตั้งกระทู้เล่าให้ฟัง เพื่อเป็นวิทยาทานเตือนสติผู้หญิงทุกคน ฉันก็แค่พนักงานออฟฟิศกินเงินเดือนธรรมดาๆ หาเช้ากินค่ำ ไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงตัวเองจะมาตกหลุมพรางทางจิตวิทยาของมิจฉาชีพจนชีวิตพังทลายและเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวแบบนี้
เรื่องมันเริ่มจากความเหงา ฉันเลยโหลด "แอปหาคู่" มาเล่น แล้วก็แมตช์เจอกับผู้ชายคนนึง ขอใช้นามสมมติว่า 'เดวิด' โปรไฟล์เขาไม่ได้ดูหรูหราฟู่ฟ่าจนเกินจริงนะคะ เป็นแค่คนทำงานทั่วไป บอกว่าเป็นหัวหน้าช่างคุมงานอยู่ต่างประเทศ
แรกๆ เราคุยกันผ่านแอปแปลภาษา เขาดูใส่ใจและพยายามคุยกับฉันมากสิ่งที่ทำให้ฉันเริ่มลดกำแพงลงคือ เขาใช้
จิตวิทยาเรียกความสงสาร เล่าปมดราม่าว่าเคยคบกับผู้หญิงไทยมาเป็นปีๆ แต่โดนทิ้งไปหาคนอื่น ฉันก็ดันไปสงสาร คิดอยากจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าผู้หญิงไทยหาเช้ากินค่ำที่จริงใจก็ยังมีนะ
แถมคุยกันได้ไม่นาน เขาก็เริ่มวาดฝันให้ความหวัง บอกว่า "เดือนมีนาคมนี้ ฉันแพลนจะบินไปเที่ยวที่ไทยนะ" คำพูดสัญญานี้แหละค่ะที่ทำให้ฉันยิ่งอินและเชื่อสนิทใจว่าเขามีตัวตนและจริงจังกับฉันจริงๆ
แต่จุดที่น่ากลัวที่สุดคือ
"การหลอกล่อทางจิตวิทยา" ค่ะ พอคุยกันไปสักพัก จู่ๆ เขาก็เริ่มวกเข้าเรื่องเพศ เรื่องบนเตียง ตอนนั้นฉันสะดุ้งและ "เอ๊ะ" ขึ้นมาทันที พอฉันแสดงท่าทีไม่พอใจและเริ่มตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ สิ่งที่เขาทำคือ
"การรีบเปลี่ยนเรื่องทันที" กลับมาทำตัวสุภาพเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และเมื่อฉันเริ่มถอย... เขาก็ใช้เทคนิค
ทิ้งระยะห่าง (Push and Pull) ค่ะ เขาหายเงียบไป ทักไปก็ตอบช้า ไม่ทักหาเช้าเย็นเหมือนเคย กลายเป็นว่าจากที่ฉันกำลังสงสัย กลับกลายเป็นความ
"โหยหา" และกระวนกระวายกลัวจะเสียเขาไป พอเขาเห็นว่าฉันเริ่มติดกับและเป็นฝ่ายตาม เขาก็กลับมาคุยดีเหมือนเดิม
คราวนี้เขาใช้วิธี
"ต้มกบทีละนิด" ค่ะ เขาไม่ได้จู่โจมเรื่อง 18+ โต้งๆ แล้ว แต่จะเริ่มจากการชมเรือนร่าง ชมว่าฉันหุ่นดี ขอดูรูปธรรมดาๆ ก่อน แล้วค่อยๆ ไต่ระดับความ 18+ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างแนบเนียน พอฉันเริ่มชิน กำแพงความสงสัยของฉันก็พังทลายลงไปโดยไม่รู้ตัว
แต่จุดที่ทำให้ฉันปิดสวิตช์ความระแวงแบบ 100% คือเรื่องนี้ค่ะ...
วันนึงเขาทักมาหน้าตาตื่น บอกว่ากระเป๋าเงินหายระหว่างไปทำงาน แอปธนาคารเข้าไม่ได้ ไม่มีเงินกินข้าว ขอยืมฉันก่อนสัก 30-50 ดอลลาร์ (ประมาณพันกว่าบาท) ได้ไหม ตอนแรกเขาบอกว่าขอเวลาสักสองวันเดี๋ยวจะรีบหามาคืนให้ ด้วยความสงสารเห็นว่าเป็นเงินไม่เยอะ ฉันก็โอนไปให้
แล้วคุณรู้อะไรไหมคะ?
พอตกเช้า (ตามเวลาบ้านเขา) เขาก็รีบโอนคืนมาให้ฉันทันที แถมโอนมาให้เป็น "สองเท่า!" เขาบอกว่า
"ฉันไปยืมเพื่อนมาคืนให้คุณก่อนเลยนะ ไม่อยากให้คุณต้องรอนาน ส่วนที่ให้เพิ่มเนี่ย เพราะคุณพิเศษสำหรับฉันมาก" วินาทีนั้น ฉันเซอร์ไพรส์และประทับใจมาก รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบ และพึ่งพาได้สุดๆ พอเขาได้ใจฉันไปเต็มๆ
ประจวบเหมาะกับตอนนั้น ใกล้จะถึงวันเกิด (ทิพย์) ของเขาพอดีค่ะ เขาเริ่มใช้วันเกิดมาเป็นข้ออ้าง บอกว่าอยากได้ของขวัญวันเกิดสุดพิเศษจากฉัน เป็นการขอให้ฉันโชว์อะไรที่มันมากกว่าเดิม...
ด้วยความที่ฉันเชื่อใจไปแล้ว ฉันก็ยอม... ยอมจนถึงขั้นถอดหมดทั้งตัว แล้วก็ยอม 'คอลเสียว' กับเขา แรกๆ ปิดไฟมืดๆ พอเขาย่ามใจก็อ้อนให้ฉันเปิดไฟ ขอให้โชว์ตรงนั้นตรงนี้ จนสุดท้าย... เขาได้เห็นไปหมดทั้งตัว แถมยังเห็นสภาพแวดล้อม เห็นห้องนอน ทะลุปรุโปร่ง
พอเขาได้คลิปไปสามถึงห้าคลิป ทีนี้แหละค่ะ นรกของจริง...สารพัดความจำเป็นต้องใช้เงินก็ถาโถมมา อ้างว่าลูกเข้า ICU ต้องผ่าตัดด่วน ฉันที่หน้ามืดตามัวก็รูดบัตรเครดิต กดบัตรเงินสดจนวงเงินเต็มเกลี้ยง สุดท้ายฉันต้องไป
กู้หนี้นอกระบบ มาประเคนให้เขา
จนมาถึงจุดที่ฉันไปต่อไม่ไหว พอฉันปฏิเสธว่าไม่มีเงินแล้ว... สันดานโจรก็เผยออกมา
เขางัดเอา 'คลิปที่มันแอบอัดหน้าจอ' ตอนที่เราคอลเสียวกัน ส่งมาขู่แบล็คเมล์ฉัน! วินาทีนั้นฉันช็อกมาก เพราะไม่รู้ตัวเลยว่ามันเตรียมการอัดคลิปไว้เป็นอาวุธตั้งแต่แรก มันบอกว่าถ้าไม่หาเงินมาให้เดี๋ยวนี้ มันจะส่งคลิปพวกนี้ไปประจานที่บริษัท ส่งให้ครอบครัว และโพสต์ลงโซเชียล ไม่ต้องถามนะว่าเป็นยังไง ฉันพยายามกู้หนี้นอกระบบมาจ่ายมันก็มาขู่เอาทุกเดือนจนตอนนี้ใครจะรู้จะเห็นอะไรฉันไม่รู้จะทำยังไงละ ต้องคอยระแวงว่าคนใกล้ตัวฉันจะรู้ไหม คนที่ทำงานฉันจะมีใครรู้ไหม ตอนนี้กลัวไปหมดจนไม่อยากจะคุยหรือพบเจอใครแล้ว
ที่ฉันยอมเอาแผลสดมาเล่าให้ฟัง ฉันไม่ได้อยากให้คุณกลัวที่จะเปิดใจคุยกับใครในโลกออนไลน์นะคะ แต่อยากจะเตือนสติว่า...
คนที่เพิ่งรู้จักกัน แล้วเข้ามาพร่ำเพ้อ ชมเราสารพัด หวานใส่ตั้งแต่เริ่มคุย ให้ตั้งป้อมคิดไว้ก่อนเลยค่ะว่า "อาจจะเป็นมิจฉาชีพ"
ฉันไม่ได้บอกนะคะว่าคนที่เข้ามารุกหนักๆ จะเป็นมิจฉาชีพไปซะทุกคน แต่อยากจะบอกว่า
"คำชมผ่านหน้าจอมือถือ มันไม่ยั่งยืนหรอกค่ะ"
ถ้าวันนึงคุณคุยกับใครแล้วรู้สึกดีจนอยากจะทำอะไรที่มันเกินเลย ลึกซึ้ง... ขอร้องล่ะค่ะ
รอให้ได้ไปเจอกันตัวเป็นๆ ก่อน ให้ได้เห็นหน้า ได้สัมผัสตัวตนจริงๆ ก่อน เอาให้คุณมั่นใจว่าคนๆ นี้มีตัวตนจริงๆ พอถึงตอนนั้น คุณอยากจะทำอะไร มั่นใจแล้วค่อยทำ มันก็ยังไม่สายเกินไปค่ะ
อย่าปล่อยให้จิตวิทยาของโจรและความเหงาชั่ววูบ ต้องมาแลกกับการใช้หนี้นอกระบบและชีวิตที่หวาดระแวงไปตลอดแบบฉันเลยนะคะ หวังว่าเรื่องของฉันจะเป็นประโยชน์ค่ะ
ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้แล้วกำลังถูกแบล็คเมล์ หรือหลวมตัวโอนเงินไปแล้ว
ขอร้องว่าอย่าเก็บไว้คนเดียว และ "หยุดโอนเงิน" ให้มันเด็ดขาดนะคะ เพราะต่อให้คุณกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายให้มันจนหมดตัว มันก็ไม่มีวันหยุดขู่ค่ะ
ตั้งสติ บล็อกการติดต่อ รวบรวมหลักฐานทั้งหมด (แชทที่คุย, สลิปโอนเงิน, ข้อความที่มันขู่) แล้วรีบขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานเหล่านี้นะคะ:
สายด่วนตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.): โทร
1441 (โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง) เพื่อปรึกษาและขอคำแนะนำในการดำเนินคดี
ระบบรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: สามารถแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ที่เว็บไซต์
www.thaipoliceonline.go.th
ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ (1212 ETDA): โทร
1212 เพื่อขอรับคำปรึกษาปัญหาจากการถูกหลอกลวงออนไลน์
ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC): โทร
1300
สายด่วนสุขภาพจิต: โทร
1323 (หากความเครียดและความหวาดระแวงมันกัดกินจนคุณรับมือไม่ไหว โทรไปพูดคุยกับนักจิตวิทยานะคะ คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว และเรื่องนี้มีทางออกเสมอค่ะ)
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญเรื่องแบบนี้ ก้าวผ่านความกลัวและเอาผิดมิจฉาชีพพวกนี้ให้ถึงที่สุดนะคะ อย่าปล่อยให้มันเอาความผิดพลาดของเรามาทำลายชีวิตเราได้ตลอดไปค่ะ
บทเรียนราคาแพงจากแอปหาคู่... เมื่อจิตวิทยาของมิจฉาชีพและการเล่นกับความเหงา ทำให้ฉันตกนรกทั้งเป็น
เรื่องมันเริ่มจากความเหงา ฉันเลยโหลด "แอปหาคู่" มาเล่น แล้วก็แมตช์เจอกับผู้ชายคนนึง ขอใช้นามสมมติว่า 'เดวิด' โปรไฟล์เขาไม่ได้ดูหรูหราฟู่ฟ่าจนเกินจริงนะคะ เป็นแค่คนทำงานทั่วไป บอกว่าเป็นหัวหน้าช่างคุมงานอยู่ต่างประเทศ
แรกๆ เราคุยกันผ่านแอปแปลภาษา เขาดูใส่ใจและพยายามคุยกับฉันมากสิ่งที่ทำให้ฉันเริ่มลดกำแพงลงคือ เขาใช้ จิตวิทยาเรียกความสงสาร เล่าปมดราม่าว่าเคยคบกับผู้หญิงไทยมาเป็นปีๆ แต่โดนทิ้งไปหาคนอื่น ฉันก็ดันไปสงสาร คิดอยากจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าผู้หญิงไทยหาเช้ากินค่ำที่จริงใจก็ยังมีนะ แถมคุยกันได้ไม่นาน เขาก็เริ่มวาดฝันให้ความหวัง บอกว่า "เดือนมีนาคมนี้ ฉันแพลนจะบินไปเที่ยวที่ไทยนะ" คำพูดสัญญานี้แหละค่ะที่ทำให้ฉันยิ่งอินและเชื่อสนิทใจว่าเขามีตัวตนและจริงจังกับฉันจริงๆ
แต่จุดที่น่ากลัวที่สุดคือ "การหลอกล่อทางจิตวิทยา" ค่ะ พอคุยกันไปสักพัก จู่ๆ เขาก็เริ่มวกเข้าเรื่องเพศ เรื่องบนเตียง ตอนนั้นฉันสะดุ้งและ "เอ๊ะ" ขึ้นมาทันที พอฉันแสดงท่าทีไม่พอใจและเริ่มตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ สิ่งที่เขาทำคือ "การรีบเปลี่ยนเรื่องทันที" กลับมาทำตัวสุภาพเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และเมื่อฉันเริ่มถอย... เขาก็ใช้เทคนิค ทิ้งระยะห่าง (Push and Pull) ค่ะ เขาหายเงียบไป ทักไปก็ตอบช้า ไม่ทักหาเช้าเย็นเหมือนเคย กลายเป็นว่าจากที่ฉันกำลังสงสัย กลับกลายเป็นความ "โหยหา" และกระวนกระวายกลัวจะเสียเขาไป พอเขาเห็นว่าฉันเริ่มติดกับและเป็นฝ่ายตาม เขาก็กลับมาคุยดีเหมือนเดิม
คราวนี้เขาใช้วิธี "ต้มกบทีละนิด" ค่ะ เขาไม่ได้จู่โจมเรื่อง 18+ โต้งๆ แล้ว แต่จะเริ่มจากการชมเรือนร่าง ชมว่าฉันหุ่นดี ขอดูรูปธรรมดาๆ ก่อน แล้วค่อยๆ ไต่ระดับความ 18+ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างแนบเนียน พอฉันเริ่มชิน กำแพงความสงสัยของฉันก็พังทลายลงไปโดยไม่รู้ตัว
แต่จุดที่ทำให้ฉันปิดสวิตช์ความระแวงแบบ 100% คือเรื่องนี้ค่ะ...
วันนึงเขาทักมาหน้าตาตื่น บอกว่ากระเป๋าเงินหายระหว่างไปทำงาน แอปธนาคารเข้าไม่ได้ ไม่มีเงินกินข้าว ขอยืมฉันก่อนสัก 30-50 ดอลลาร์ (ประมาณพันกว่าบาท) ได้ไหม ตอนแรกเขาบอกว่าขอเวลาสักสองวันเดี๋ยวจะรีบหามาคืนให้ ด้วยความสงสารเห็นว่าเป็นเงินไม่เยอะ ฉันก็โอนไปให้
แล้วคุณรู้อะไรไหมคะ? พอตกเช้า (ตามเวลาบ้านเขา) เขาก็รีบโอนคืนมาให้ฉันทันที แถมโอนมาให้เป็น "สองเท่า!" เขาบอกว่า "ฉันไปยืมเพื่อนมาคืนให้คุณก่อนเลยนะ ไม่อยากให้คุณต้องรอนาน ส่วนที่ให้เพิ่มเนี่ย เพราะคุณพิเศษสำหรับฉันมาก" วินาทีนั้น ฉันเซอร์ไพรส์และประทับใจมาก รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบ และพึ่งพาได้สุดๆ พอเขาได้ใจฉันไปเต็มๆ ประจวบเหมาะกับตอนนั้น ใกล้จะถึงวันเกิด (ทิพย์) ของเขาพอดีค่ะ เขาเริ่มใช้วันเกิดมาเป็นข้ออ้าง บอกว่าอยากได้ของขวัญวันเกิดสุดพิเศษจากฉัน เป็นการขอให้ฉันโชว์อะไรที่มันมากกว่าเดิม...
ด้วยความที่ฉันเชื่อใจไปแล้ว ฉันก็ยอม... ยอมจนถึงขั้นถอดหมดทั้งตัว แล้วก็ยอม 'คอลเสียว' กับเขา แรกๆ ปิดไฟมืดๆ พอเขาย่ามใจก็อ้อนให้ฉันเปิดไฟ ขอให้โชว์ตรงนั้นตรงนี้ จนสุดท้าย... เขาได้เห็นไปหมดทั้งตัว แถมยังเห็นสภาพแวดล้อม เห็นห้องนอน ทะลุปรุโปร่ง
พอเขาได้คลิปไปสามถึงห้าคลิป ทีนี้แหละค่ะ นรกของจริง...สารพัดความจำเป็นต้องใช้เงินก็ถาโถมมา อ้างว่าลูกเข้า ICU ต้องผ่าตัดด่วน ฉันที่หน้ามืดตามัวก็รูดบัตรเครดิต กดบัตรเงินสดจนวงเงินเต็มเกลี้ยง สุดท้ายฉันต้องไป กู้หนี้นอกระบบ มาประเคนให้เขา
จนมาถึงจุดที่ฉันไปต่อไม่ไหว พอฉันปฏิเสธว่าไม่มีเงินแล้ว... สันดานโจรก็เผยออกมา เขางัดเอา 'คลิปที่มันแอบอัดหน้าจอ' ตอนที่เราคอลเสียวกัน ส่งมาขู่แบล็คเมล์ฉัน! วินาทีนั้นฉันช็อกมาก เพราะไม่รู้ตัวเลยว่ามันเตรียมการอัดคลิปไว้เป็นอาวุธตั้งแต่แรก มันบอกว่าถ้าไม่หาเงินมาให้เดี๋ยวนี้ มันจะส่งคลิปพวกนี้ไปประจานที่บริษัท ส่งให้ครอบครัว และโพสต์ลงโซเชียล ไม่ต้องถามนะว่าเป็นยังไง ฉันพยายามกู้หนี้นอกระบบมาจ่ายมันก็มาขู่เอาทุกเดือนจนตอนนี้ใครจะรู้จะเห็นอะไรฉันไม่รู้จะทำยังไงละ ต้องคอยระแวงว่าคนใกล้ตัวฉันจะรู้ไหม คนที่ทำงานฉันจะมีใครรู้ไหม ตอนนี้กลัวไปหมดจนไม่อยากจะคุยหรือพบเจอใครแล้ว
ที่ฉันยอมเอาแผลสดมาเล่าให้ฟัง ฉันไม่ได้อยากให้คุณกลัวที่จะเปิดใจคุยกับใครในโลกออนไลน์นะคะ แต่อยากจะเตือนสติว่า... คนที่เพิ่งรู้จักกัน แล้วเข้ามาพร่ำเพ้อ ชมเราสารพัด หวานใส่ตั้งแต่เริ่มคุย ให้ตั้งป้อมคิดไว้ก่อนเลยค่ะว่า "อาจจะเป็นมิจฉาชีพ"
ฉันไม่ได้บอกนะคะว่าคนที่เข้ามารุกหนักๆ จะเป็นมิจฉาชีพไปซะทุกคน แต่อยากจะบอกว่า "คำชมผ่านหน้าจอมือถือ มันไม่ยั่งยืนหรอกค่ะ"
ถ้าวันนึงคุณคุยกับใครแล้วรู้สึกดีจนอยากจะทำอะไรที่มันเกินเลย ลึกซึ้ง... ขอร้องล่ะค่ะ รอให้ได้ไปเจอกันตัวเป็นๆ ก่อน ให้ได้เห็นหน้า ได้สัมผัสตัวตนจริงๆ ก่อน เอาให้คุณมั่นใจว่าคนๆ นี้มีตัวตนจริงๆ พอถึงตอนนั้น คุณอยากจะทำอะไร มั่นใจแล้วค่อยทำ มันก็ยังไม่สายเกินไปค่ะ
อย่าปล่อยให้จิตวิทยาของโจรและความเหงาชั่ววูบ ต้องมาแลกกับการใช้หนี้นอกระบบและชีวิตที่หวาดระแวงไปตลอดแบบฉันเลยนะคะ หวังว่าเรื่องของฉันจะเป็นประโยชน์ค่ะ
ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้แล้วกำลังถูกแบล็คเมล์ หรือหลวมตัวโอนเงินไปแล้ว ขอร้องว่าอย่าเก็บไว้คนเดียว และ "หยุดโอนเงิน" ให้มันเด็ดขาดนะคะ เพราะต่อให้คุณกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายให้มันจนหมดตัว มันก็ไม่มีวันหยุดขู่ค่ะ
ตั้งสติ บล็อกการติดต่อ รวบรวมหลักฐานทั้งหมด (แชทที่คุย, สลิปโอนเงิน, ข้อความที่มันขู่) แล้วรีบขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานเหล่านี้นะคะ:
สายด่วนตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.): โทร 1441 (โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง) เพื่อปรึกษาและขอคำแนะนำในการดำเนินคดี
ระบบรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: สามารถแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th
ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ (1212 ETDA): โทร 1212 เพื่อขอรับคำปรึกษาปัญหาจากการถูกหลอกลวงออนไลน์
ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC): โทร 1300
สายด่วนสุขภาพจิต: โทร 1323 (หากความเครียดและความหวาดระแวงมันกัดกินจนคุณรับมือไม่ไหว โทรไปพูดคุยกับนักจิตวิทยานะคะ คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว และเรื่องนี้มีทางออกเสมอค่ะ)
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญเรื่องแบบนี้ ก้าวผ่านความกลัวและเอาผิดมิจฉาชีพพวกนี้ให้ถึงที่สุดนะคะ อย่าปล่อยให้มันเอาความผิดพลาดของเรามาทำลายชีวิตเราได้ตลอดไปค่ะ