ย้อนดูมติ ครม.ปี 65 ‘คตร.‘ งัดสูตรเก่า ดึงกำไรโรงกลั่นโปะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
.
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 1 เดือนเศษที่ผ่านมาจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุชซึ่งกระทบต่อซัพพลายน้ำมันดิบที่หายไป 15-20% ต่อวัน จนราคาน้ำมันในตลาดพุ่งทะยานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ประเทศต่างๆได้มีการปรับราคาขายปลีกน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
.
ขณะที่ประเทศไทยได้มีการปรับเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมันขึ้นมาประมาณ 50% ขณะที่ราคาบางส่วนได้ใช้กลไกจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรองรับไว้ ล่าสุดวันนี้สถานะกองทุนน้ำมันฯติดลบประมาณ 5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของเพดานหนี้ที่กระทรวงการคลังจะค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันฯ 1.5 แสนล้านบาท ทั้งนี้หากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูงต่อไปรัฐบาลจำเป็นต้องมีเครื่องมืออื่นๆเข้ามาช่วยดูแลราคาน้ำมัน ซึ่งล่าสุดมีหลายฝ่ายที่เสนอให้ดึงเอากำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นน้ำมันที่มีค่าการกลั่นสูงขึ้นในช่วงเวลานี้มาเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันฯ
.
ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังเป็นประธาน
.
คตร.ชง ครม.ใช้สูตรขอกำไรโรงกลั่นลดน้ำมัน
.
โดยได้มีการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการโรงกลั่นแล้ว 2 ครั้ง โดยล่าสุดในการประชุมเมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมาหลังจากการประชุมผ่านไป 4 ชั่วโมง ที่ประชุมได้มีมติที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้นำมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2565 มาใช้เป็นแนวทางเทียบเคียง เพื่อดึงกำไรส่วนเกินของกลุ่มโรงกลั่น นำมาโอนเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับใช้เป็นกลไกในการปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มอย่างเร่งด่วน
.
.
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/economics/1228279
ใครที่คิดว่าทำไม่ได้เป็นไปไม่ได้คือเค้าเคยทำมาแล้ว ไม่ใช่ไม่เคยทำที่ผมบอกว่าถ้าน้ำมันแพง จะโดนไถ่เงิน ส่วนจะโดนเท่าไหร่พรุ่งนี้รู้กัน
ย้อนดูมติ ครม.ปี 65 ‘คตร.‘ งัดสูตรเก่า ดึงกำไรโรงกลั่นโปะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ย้อนดูมติ ครม.ปี 65 ‘คตร.‘ งัดสูตรเก่า ดึงกำไรโรงกลั่นโปะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
.
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 1 เดือนเศษที่ผ่านมาจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุชซึ่งกระทบต่อซัพพลายน้ำมันดิบที่หายไป 15-20% ต่อวัน จนราคาน้ำมันในตลาดพุ่งทะยานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ประเทศต่างๆได้มีการปรับราคาขายปลีกน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
.
ขณะที่ประเทศไทยได้มีการปรับเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมันขึ้นมาประมาณ 50% ขณะที่ราคาบางส่วนได้ใช้กลไกจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรองรับไว้ ล่าสุดวันนี้สถานะกองทุนน้ำมันฯติดลบประมาณ 5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของเพดานหนี้ที่กระทรวงการคลังจะค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันฯ 1.5 แสนล้านบาท ทั้งนี้หากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูงต่อไปรัฐบาลจำเป็นต้องมีเครื่องมืออื่นๆเข้ามาช่วยดูแลราคาน้ำมัน ซึ่งล่าสุดมีหลายฝ่ายที่เสนอให้ดึงเอากำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นน้ำมันที่มีค่าการกลั่นสูงขึ้นในช่วงเวลานี้มาเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันฯ
.
ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังเป็นประธาน
.
คตร.ชง ครม.ใช้สูตรขอกำไรโรงกลั่นลดน้ำมัน
.
โดยได้มีการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการโรงกลั่นแล้ว 2 ครั้ง โดยล่าสุดในการประชุมเมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมาหลังจากการประชุมผ่านไป 4 ชั่วโมง ที่ประชุมได้มีมติที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้นำมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2565 มาใช้เป็นแนวทางเทียบเคียง เพื่อดึงกำไรส่วนเกินของกลุ่มโรงกลั่น นำมาโอนเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับใช้เป็นกลไกในการปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มอย่างเร่งด่วน
.
.
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/economics/1228279
ใครที่คิดว่าทำไม่ได้เป็นไปไม่ได้คือเค้าเคยทำมาแล้ว ไม่ใช่ไม่เคยทำที่ผมบอกว่าถ้าน้ำมันแพง จะโดนไถ่เงิน ส่วนจะโดนเท่าไหร่พรุ่งนี้รู้กัน