ใครเป็นเจ้าของ Mega Bangna มอลล์ระดับ 400,000 ตรม.ในย่านกรุงเทพตะวันออก

เมกาบางนา (Mega Bangna) เป็นการเปลี่ยนโฉมวงการค้าปลีกไทยจากการสร้างห้างสรรพสินค้าแนวสูง มาเป็น "ศูนย์การค้าแนวราบ" (Horizontal Mall) ขนาดมหึมา โดยมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้

1. จุดเริ่มต้น: การพบกันของ "ยักษ์เล็ก" และ "ยักษ์โลก" (ปี 2551 - 2554)

ย้อนกลับไปช่วงปี 2551 บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SF ซึ่งขณะนั้นเป็นเจ้าของคอมมูนิตี้มอลล์ชื่อดังอย่าง J Avenue และ La Villa มีวิสัยทัศน์อยากสร้างโครงการขนาดใหญ่ (Super Regional Mall)

• การร่วมทุน: SF ได้จับมือกับ Ikano Retail (ผู้ถือลิขสิทธิ์ IKEA ในภูมิภาคนี้) และ กลุ่ม S.P.S. เพื่อร่วมกันพัฒนาที่ดินกว่า 250 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด กม. 8

• แนวคิด: สร้างห้างที่ไม่มีชั้นบนเยอะๆ แต่เน้นพื้นที่กว้างขวาง เดินง่าย และมี IKEA เป็นแม่เหล็กดึงดูด (Anchor Tenant) ซึ่งถือเป็น IKEA สาขาแรกในประเทศไทย

• เปิดตัว: IKEA เปิดบริการก่อนในปี 2554 และตัวศูนย์การค้าเมกาบางนาเปิดตามมาอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พฤษภาคม 2555 ด้วยงบลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท

2. ยุครุ่งเรืองของ SF และความสำเร็จของ Mega Bangna

หลังจากเปิดตัว เมกาบางนากลายเป็นปรากฏการณ์ เพราะสามารถดึงดูดคนได้มหาศาล (เกือบ 30-40 ล้านคนต่อปี)

• ผู้ถือหุ้นใหญ่ตอนนั้น: คือ Major Cineplex Group (ของตระกูลพูลวรลักษณ์) ซึ่งถือหุ้นใน SF อยู่ประมาณ 30% และกลุ่มผู้ก่อตั้งเดิมของ SF

• เมกาบางนาทำกำไรมหาศาลและกลายเป็นทรัพย์สินที่ "หอมหวาน" ที่สุดในพอร์ตของ SF จนทำให้ยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาฯ เริ่มจับตามอง

3. จุดเปลี่ยน: CPN เข้าซื้อกิจการ (ปี 2564)
ในเดือนกรกฎาคม 2564 ช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ได้ตัดสินใจทำดีลประวัติศาสตร์

• การเข้าซื้อ: CPN เข้าซื้อหุ้น SF จาก Major Cineplex ทั้งหมด (30.36%) ในราคาหุ้นละ 12 บาท คิดเป็นเงินกว่า 7,700 ล้านบาท

• การทำ Tender Offer: หลังจากนั้น CPN ได้ประกาศรับซื้อหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นรายย่อยและกลุ่มผู้ก่อตั้ง จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เกือบ 100%

• มูลค่าดีลรวม: CPN ใช้เงินรวมกว่า 25,000 ล้านบาท เพื่อครอบครอง SF

4. ทำไม CPN ถึงยอมจ่ายมหาศาล?

📌เหตุผลที่เซ็นทรัลยอมควักเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อ SF (ซึ่งเป็นทางลัดสู่การเป็นเจ้าของเมกาบางนา) มี 3 ข้อหลัก:

1.    ได้สิทธิการบริหารเมกาบางนา: เซ็นทรัลไม่ต้องไปหาที่ดินใหม่ในย่านบางนาที่หาได้ยากแล้ว แต่ได้เป็นเจ้าของห้างที่มี Traffic สูงที่สุดแห่งหนึ่งในไทยทันที

2.    Strategic Partner กับ IKEA: ดีลนี้ทำให้เซ็นทรัลกลายเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม Ikano (IKEA) โดยปริยาย ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งมาก

3.    เติมเต็มพอร์ต Super Regional Mall: เดิมทีเซ็นทรัลมี "เซ็นทรัล เวสต์เกต" คุมฝั่งตะวันตก การได้ "เมกาบางนา" มาครองทำให้เซ็นทรัลคุมหัวเมืองฝั่งตะวันออกได้อย่างเบ็ดเสร็จครับ

📌ปัจจุบัน เมกาบางนา (Mega Bangna) คือ บริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (SF Development Co., Ltd.) ซึ่งเป็นการร่วมทุน (Joint Venture) ระหว่างกลุ่มธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา (CPN)
ผ่านการถือหุ้นใน บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SF

• เดิมที SF เป็นผู้ร่วมก่อตั้งหลัก แต่ปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ได้เข้าซื้อกิจการและถือหุ้นใหญ่ใน SF เกือบทั้งหมด ทำให้เซ็นทรัลกลายเป็นผู้เล่นหลักในการบริหารจัดการเมกาบางนาไปโดยปริยาย

2. กลุ่มอิคาโน่ (Ikano Retail)
• เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ IKEA ในประเทศไทยและอีกหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญที่ทำให้เมกาบางนามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

3. บริษัท เอส.พี.เอส. โกลเบิลเทรด จำกัด (S.P.S. Group)

• กลุ่มทุนไทยที่เป็นผู้ผลิตและส่งออกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ (และเป็นซัพพลายเออร์รายสำคัญของ IKEA) ซึ่งร่วมลงทุนในสัดส่วนที่เล็กลงมา

📌สรุปสัดส่วนการถือหุ้นในนาม "เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์":
โดยประมาณคือ SF (ภายใต้ CPN) ถือหุ้น 49%, Ikano ถือหุ้น 49% และ S.P.S. Group ถือหุ้น 2%


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่