กสิณไฟ

กสิณไฟ

5 เม.ย. 69 ตื่นเช้ามา 04:00 น. อากาศประมาณ 15-20 C ตั้งใจมาเดินจงกรม 1 ชม. เพื่อรอรถไปดูทะเลหมอกที่ เนินช้างศึก ปิล็อก บ้านอิต่อง จ.กาญจนบุรี ตอน 05:30 น. แต่เปลี่ยนใจเดินจงกรม-สลับวิ่งไปเองเลยดีกว่า โดยใช้เท้าซ้าย บริกรรม พุทธ เท้าขวา บริกรรม โธ ตลอดทาง ทางขึ้นเนินสูงมาก ระยะทางประมาณ 3.5-4 กม.

ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ถึงเนินช้างศึกเวลา 05:00 น. พอดี ด้านบนเป็นเนินโล่ง มืดสนิท ลมเย็นพัดค่อนข้างแรง กระทบตัวจนหนาวสั่น คิดในใจเรามาถึงเร็วเกินไป เสื้อกันหนาวก็ไม่ได้เตรียมมา จะทำอย่างไรดี

จึงตัดสินใจนั่งสมาธิลงกับพื้น ใช้วิชากสิณไฟที่เพิ่งฝึกมาตอนบวชควบคุมอุณหภูมิร่างกายดีกว่า เผื่อช่วยให้หายหนาว โดยการเพ่งไปที่รูปเปลวไฟของแสงเทียนที่หว่างคิ้ว บริกรรมว่า “เตโชกสิณัง เตโชกสิณังๆๆๆๆ” ไปเรื่อยๆ ไม่ดูลมหายใจเข้า-ออก ใช้คำบริกรรมเพื่อให้สติจดจ่อกับภาพเปลวไฟของแสงเทียนที่หว่างคิ้ว ระหว่างบริกรรมลมเย็นพัดมากระทบตัวตลอดเวลาจนตัวสั่น

บริกรรมไปเรื่ิอยๆ จนจิตรวมเป็นสมาธิ เกิดปีติน้ำตาไหล ภาพเปลวเพลิงของแสงเทียนเป็นแสงสีขาวนวล ส่องสว่างจ้า ไปทุกทิศทุกทาง กลางคืนสว่างเหมือนกลางวัน เหมือนพระอาทิตย์ขึ้น ความรู้สึกหนาวหายไป กับรู้สึกอุ่นๆ ไม่หนาว ไม่ร้อน สบายๆ จึงลืมตาออกจากสมาธิ มองไปรอบๆ ยังมืดอยู่ ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้น

สักแปป ไม่เกิน 5 นาที ก็เริ่มมีรถขึ้นมาเพื่อพาคนมาดูทะเลหมอก ทุกคนล้วนใส่เสื้อกันหนาวหรือเตรียมผ้าห่มมา แต่ผมไม่รู้สึกหนาวเลย แต่พอจิตออกจากสมาธิ (ประมาณ 30 นาที) ความรู้สึกหนาวก็กลับมาอีกครั้ง

สรุป กสิณไฟช่วยคลายหนาวได้จริง แต่ต้องบริกรรมจนจิตรวมเป็นสมาธิจึงจะเห็นผล



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่