🛢️ สำรวจ “โรงกลั่น” จัดเต็มกฎเหล็ก-ไอที คุมเข้มไม่มีรั่วไหล 04 เม.ย. 2569
เจาะกฎเหล็ก "โรงกลั่น" วางระบบไอทีคุมเข้มสกัดกักตุนน้ำมัน ใช้ใบสั่งซื้อดิจิทัล-คิวรถอัจฉริยะ
พร้อมระบบ Smart Logistics ติด GPS คุมเข้ม 24 ชม.
4 เมษายน 2569 ท่ามกลางข้อสงสัยเรื่องการกักตุนน้ำมัน ที่ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ตกเป็นจำเลยของสังคม
วันนี้มีการพูดถึงการกักตุนน้ำมันของ “คลังน้ำมัน” ของผู้ค้ามาตรา 7 และการส่งน้ำมันลักลอบไปขายนอกประเทศผ่านทางทะเล
ซึ่งอาจเชื่อมโยงทั้งผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา 10 (รายใหญ่ กับ จ๊อบเบอร์) แต่สังคมก็ยังสงสัยว่า
การส่งน้ำมันออกจากโรงกลั่น มีการกักตุน หรือ กั๊กเอาไว้บ้างหรือไม่ และในทางปฏิบัติสามารถทำได้หรือไม่
ล่าสุด ทีมข่าวเนชั่นฯ มีโอกาสเข้าไปสังเกตการณ์โรงกลั่นไทยออยล์ ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พบความจริงที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ ก็คือ
- ระบบการรับน้ำมันสำเร็จรูปจากโรงกลั่น มีโครงสร้างที่ถูกออกแบบไว้อย่างรัดกุมในระดับวินาที
- เริ่มต้นตั้งแต่ ระบบใบสั่งซื้ออิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องดำเนินการจองเพื่อซื้อไปก่อนล่วงหน้า โดยใบสั่งซื้อและรับน้ำมัน
ต้องมีการทำสัญญากันไว้ก่อนแล้ว
- ไม่มีใครสามารถถือเงินสด หรือขับรถน้ำมันเข้าไปซื้อน้ำมัน หรือเติมน้ำมันได้เลย
- รถขนส่งน้ำมันทุกคันต้องได้รับการอนุมัติคิว ผ่านระบบบริหารจัดการล่วงหน้าเท่านั้น เพื่อป้องกันการสอดแทรก
หรือการนำน้ำมันออกไปนอกโควตาที่สั่งซื้อหรือทำสัญญา และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
- กระบวนการรับน้ำมัน เมื่อรถน้ำมันเดินทางถึงหน้าโรงกลั่น จะมีการแจ้งกับทางโรงกลั่นระหว่างทาง
คือ เจ้าหน้าที่ในโรงกลั่นจะรู้ว่า วันนี้จะมีรถน้ำมันของบริษัทไหนเข้ามาบ้าง กี่คน มีการจัดคิวไม่ให้แออัด
และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
- คนขับรถ เมื่อขับรถน้ำมันเข้ามายังลานจอด ต้องเข้า “ห้องตั๋ว” หรือ ศูนย์บริการลูกค้าที่แยกโซนตามแบรนด์ผู้ค้าน้ำมันอย่างชัดเจน
ถือเป็นด่านตรวจเอกสารแสดงตัวตนที่เข้มงวด ทั้งใบอนุญาตขับขี่เฉพาะประเภท และเอกสารยืนยันรถขนส่งที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
พร้อมยืนยันตัวตนว่า ใครคือผู้มารับน้ำมัน และน้ำมันล็อตนี้กำลังมุ่งหน้าไปปั๊มไหน
- เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว จึงจะขับรถเข้าไปโหลดน้ำมัน ใช้เวลาในกระบวนการนี้ 40-50 นาที ขึ้นกับขนาดของแทงก์ที่บรรจุ
ตั้งแต่ 1 หมื่นกว่าลิตร ไปจนถึง 3 หมื่นกว่าลิตร
- เมื่อโหลดน้ำมันจากใต้ดินเสร็จแล้ว จะมีการ “ซีลฝาถัง” ของรถน้ำมัน เพื่อป้องกันลักลอบถ่ายเทไปขายระหว่างทาง
- ความล้ำสมัยที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของปั๊มน้ำมันชื่อดังในไทย โดยเฉพาะ “โออาร์” ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ปตท. คือการใช้ระบบ Smart Logistics
**รถขนส่งน้ำมันทุกคันจะถูกติดตั้งระบบ GPS ประสิทธิภาพสูงที่ทำงานควบคู่กับเซนเซอร์ถังน้ำมัน
**GPS ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่คำนวณเส้นทางให้คุ้มค่าในเชิงธุรกิจเท่านั้น แต่ระบบนี้คือการตรวจสอบเส้นทางแบบ Real-time 24 ชั่วโมง
หากรถมีการจอดนอกจุดที่กำหนดนานเกินไป หรือมีการเปลี่ยนเส้นทางออกนอกพิกัดที่ระบุไว้ในใบกำกับ
ระบบวอร์รูมส่วนกลางจะส่งสัญญาณเตือนทันที
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การลักลอบนำน้ำมันออกนอกเส้นทาง หรือการกักตุนกลางทาง
กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ยากภายใต้ระบบตรวจสอบจากโรงกลั่น และบริษัทผู้ค้ารายใหญ่
ฉะนั้นช่องโหว่จึงเกิดที่จุดอื่นที่พ้นจากโรงกลั่นไปแล้ว และผ่านผู้ค้ามาตรา 7 ไปแล้วมากกว่า
📌เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไร
❎ร่วมแสดงความคิดเห็น หรือ คอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ
ที่มา
Nation Online
https://www.facebook.com/share/p/1CXBwk2D6t/
🛢️ สำรวจ “โรงกลั่น” จัดเต็มกฎเหล็ก-ไอที คุมเข้มไม่มีรั่วไหล 04 เม.ย. 2569
เจาะกฎเหล็ก "โรงกลั่น" วางระบบไอทีคุมเข้มสกัดกักตุนน้ำมัน ใช้ใบสั่งซื้อดิจิทัล-คิวรถอัจฉริยะ
พร้อมระบบ Smart Logistics ติด GPS คุมเข้ม 24 ชม.
4 เมษายน 2569 ท่ามกลางข้อสงสัยเรื่องการกักตุนน้ำมัน ที่ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ตกเป็นจำเลยของสังคม
วันนี้มีการพูดถึงการกักตุนน้ำมันของ “คลังน้ำมัน” ของผู้ค้ามาตรา 7 และการส่งน้ำมันลักลอบไปขายนอกประเทศผ่านทางทะเล
ซึ่งอาจเชื่อมโยงทั้งผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา 10 (รายใหญ่ กับ จ๊อบเบอร์) แต่สังคมก็ยังสงสัยว่า
การส่งน้ำมันออกจากโรงกลั่น มีการกักตุน หรือ กั๊กเอาไว้บ้างหรือไม่ และในทางปฏิบัติสามารถทำได้หรือไม่
ล่าสุด ทีมข่าวเนชั่นฯ มีโอกาสเข้าไปสังเกตการณ์โรงกลั่นไทยออยล์ ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พบความจริงที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ ก็คือ
- ระบบการรับน้ำมันสำเร็จรูปจากโรงกลั่น มีโครงสร้างที่ถูกออกแบบไว้อย่างรัดกุมในระดับวินาที
- เริ่มต้นตั้งแต่ ระบบใบสั่งซื้ออิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องดำเนินการจองเพื่อซื้อไปก่อนล่วงหน้า โดยใบสั่งซื้อและรับน้ำมัน
ต้องมีการทำสัญญากันไว้ก่อนแล้ว
- ไม่มีใครสามารถถือเงินสด หรือขับรถน้ำมันเข้าไปซื้อน้ำมัน หรือเติมน้ำมันได้เลย
- รถขนส่งน้ำมันทุกคันต้องได้รับการอนุมัติคิว ผ่านระบบบริหารจัดการล่วงหน้าเท่านั้น เพื่อป้องกันการสอดแทรก
หรือการนำน้ำมันออกไปนอกโควตาที่สั่งซื้อหรือทำสัญญา และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
- กระบวนการรับน้ำมัน เมื่อรถน้ำมันเดินทางถึงหน้าโรงกลั่น จะมีการแจ้งกับทางโรงกลั่นระหว่างทาง
คือ เจ้าหน้าที่ในโรงกลั่นจะรู้ว่า วันนี้จะมีรถน้ำมันของบริษัทไหนเข้ามาบ้าง กี่คน มีการจัดคิวไม่ให้แออัด
และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
- คนขับรถ เมื่อขับรถน้ำมันเข้ามายังลานจอด ต้องเข้า “ห้องตั๋ว” หรือ ศูนย์บริการลูกค้าที่แยกโซนตามแบรนด์ผู้ค้าน้ำมันอย่างชัดเจน
ถือเป็นด่านตรวจเอกสารแสดงตัวตนที่เข้มงวด ทั้งใบอนุญาตขับขี่เฉพาะประเภท และเอกสารยืนยันรถขนส่งที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
พร้อมยืนยันตัวตนว่า ใครคือผู้มารับน้ำมัน และน้ำมันล็อตนี้กำลังมุ่งหน้าไปปั๊มไหน
- เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว จึงจะขับรถเข้าไปโหลดน้ำมัน ใช้เวลาในกระบวนการนี้ 40-50 นาที ขึ้นกับขนาดของแทงก์ที่บรรจุ
ตั้งแต่ 1 หมื่นกว่าลิตร ไปจนถึง 3 หมื่นกว่าลิตร
- เมื่อโหลดน้ำมันจากใต้ดินเสร็จแล้ว จะมีการ “ซีลฝาถัง” ของรถน้ำมัน เพื่อป้องกันลักลอบถ่ายเทไปขายระหว่างทาง
- ความล้ำสมัยที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของปั๊มน้ำมันชื่อดังในไทย โดยเฉพาะ “โออาร์” ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ปตท. คือการใช้ระบบ Smart Logistics
**รถขนส่งน้ำมันทุกคันจะถูกติดตั้งระบบ GPS ประสิทธิภาพสูงที่ทำงานควบคู่กับเซนเซอร์ถังน้ำมัน
**GPS ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่คำนวณเส้นทางให้คุ้มค่าในเชิงธุรกิจเท่านั้น แต่ระบบนี้คือการตรวจสอบเส้นทางแบบ Real-time 24 ชั่วโมง
หากรถมีการจอดนอกจุดที่กำหนดนานเกินไป หรือมีการเปลี่ยนเส้นทางออกนอกพิกัดที่ระบุไว้ในใบกำกับ
ระบบวอร์รูมส่วนกลางจะส่งสัญญาณเตือนทันที
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การลักลอบนำน้ำมันออกนอกเส้นทาง หรือการกักตุนกลางทาง
กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ยากภายใต้ระบบตรวจสอบจากโรงกลั่น และบริษัทผู้ค้ารายใหญ่
ฉะนั้นช่องโหว่จึงเกิดที่จุดอื่นที่พ้นจากโรงกลั่นไปแล้ว และผ่านผู้ค้ามาตรา 7 ไปแล้วมากกว่า
📌เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไร
❎ร่วมแสดงความคิดเห็น หรือ คอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ
ที่มา
Nation Online
https://www.facebook.com/share/p/1CXBwk2D6t/