หางานไม่ได้สักทีอย่าเพิ่งโทษตัวเอง วิจัยชี้ ยุคนี้ระบบจ้างงานพัง เพราะ AI ทำพิษ

หางานไม่ได้สักทีอย่าเพิ่งโทษตัวเอง วิจัยชี้ ยุคนี้ระบบจ้างงานพัง เพราะ AI ทำพิษ คนหางานถูกนายจ้างเทสูงสุดในรอบ 3 ปี #งานผี เพียบ!

ในช่วงปีที่ผ่านมา เหล่าคนหางานต่างรู้สึกว่าตลาดแรงงานกำลังเข้าสู่ภาวะ "ใจร้าย" อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะในปี 2026 ผู้สมัครงานกำลังเผชิญฝันร้ายเมื่อถูก ‘นายจ้างเท’ ทุบสถิติพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ซึ่งเป็นผลพวงจากการใช้ AI ปั่นใบสมัครจนล้นระบบ ด้านเจ้าหน้าที่ HR คัดคนไม่ไหว ขณะที่ฝั่งบริษัทเองก็เริ่มใช้กลยุทธ์ ‘งานผี’ โพสต์ตำแหน่งว่างที่ไม่มีอยู่จริงเพื่อปั้นภาพลักษณ์องค์กร
.
วัยทำงานหลายคนที่ส่งใบสมัครเป็นร้อยเป็นพันครั้ง แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากผู้จ้างงาน ล่าสุดจากรายงานของ Criteria บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบก่อนจ้างงาน ยืนยันว่า ความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเอง เพราะอัตราการที่ผู้จัดการจ้างงาน "เงียบหาย" (Ghosting) ใส่ผู้สมัครพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี
.
โดยในปีล่าสุดมีผู้สมัครงานถึง 53% ที่ระบุว่าโดนเทหลังจากยื่นใบสมัคร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี เมื่อเทียบกับปี 2025 (48%) และปี 2024 (38%)
.
จอร์จ มิลเล็ต (Josh Millet) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Criteria ให้สัมภาษณ์กับ Fortune ว่า สาเหตุหลักของปรากฏการณ์นี้ไม่ได้มาจากความหละหลวมของฝ่ายสรรหาทรัพยากรบุคคลเสียทีเดียว แต่เกิดจากกระบวนการสรรหาที่ "ไร้ประสิทธิภาพ" เนื่องจากตลาดงานยุคนี้มีปริมาณใบสมัครพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล โดยมี AI เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ
.
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความเจ็บปวดให้กับคนรุ่นใหม่คือ การถาโถมของ "งานผี" หรือการประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งงานที่ไม่มีจริง รายงานจาก MyPerfectResume ในปี 2024 ระบุข้อมูลที่น่าตกใจว่า รีครูทเตอร์กว่า 81% ยอมรับว่า บริษัทของตนมีการโพสต์ตำแหน่งงานที่ไม่มีอยู่จริง หรือเป็นตำแหน่งที่ได้คนไปนานแล้ว
.
เหตุผลเบื้องหลังการโพสต์งานทิพย์เหล่านี้มีหลายมิติ ตั้งแต่การโพสต์เพื่อรักษาชื่อบริษัทให้ปรากฏอยู่ในบอร์ดหางาน (38%) การทดสอบประสิทธิภาพของประกาศรับสมัคร (36%) ไปจนถึงการแอบส่องความเคลื่อนไหวของคู่แข่งในตลาด (26%)
.
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่