เมื่อถึง ธรรมในธรรม อันเป็นธรรมเบื้องปลายในสติปัฏฐาน จิตจะเคลื่อนไปอย่างอิสระ แต่รู้ทันว่าจิตเคลื่อนไปทิศทางใด เป็นการไหลหมุนวนไปในทั่วทั้ง
กายทั้งภายในภายนอก ทั่วรูปทั่วนาม ดั่งการไหลหมุนเวียนของกระแลโลหิตที่หล่อเลี้ยงความเป็นชีวิต
เข้าถึงตรงนี้ จิตจะโล่ง ว่าง อิสระ ด้วยหลุดพ้นจากรูปนาม ขันธ์5 ไปชั่วขณะที่รู้จิต รู้ใจอยู่
ตรงนี้จะเป็นทั้ง สมถะและวิปัสนา
1. เป็นสมถะเพราะเป็นการเคลื่อนที่ของตัวรู้ในความเป็นจิตตั้งมั่น
2.เป็นวิปัสนา เพราะรู้ความเป็นอนัตตา ของจิตที่เคลื่อนไปนั้นอย่างอัตโนมัติ ”รู้ทันแล้วดับ แล้วรู้ใหม่“
การไหลเลื่อนเคลื่อนไปของจิต
กายทั้งภายในภายนอก ทั่วรูปทั่วนาม ดั่งการไหลหมุนเวียนของกระแลโลหิตที่หล่อเลี้ยงความเป็นชีวิต
เข้าถึงตรงนี้ จิตจะโล่ง ว่าง อิสระ ด้วยหลุดพ้นจากรูปนาม ขันธ์5 ไปชั่วขณะที่รู้จิต รู้ใจอยู่
ตรงนี้จะเป็นทั้ง สมถะและวิปัสนา
1. เป็นสมถะเพราะเป็นการเคลื่อนที่ของตัวรู้ในความเป็นจิตตั้งมั่น
2.เป็นวิปัสนา เพราะรู้ความเป็นอนัตตา ของจิตที่เคลื่อนไปนั้นอย่างอัตโนมัติ ”รู้ทันแล้วดับ แล้วรู้ใหม่“