พูดคุยหลังดู something very bad is happened สปอยน้าาา
ถือว่าค่อนข้างแมสในไทย เรื่องย่อสั้นๆว่าด้วย นางเอกเดินทางไปบ้านพระเอก เพื่อทำพิธีวิวาห์ แต่ระหว่างทางก็จะเจอสัญญาณหลายๆอย่าง ว่าการแต่งงงานครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติ จะมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น...
1-2 ตอนแรก ซีรีส์สร้างบรรยากาศไม่น่าไว้วางใจ น่าอึดอัด ทั้งพฤติดรรมคนแปลกหน้า จดหมายขู่ พฤติกรรมครอบครัวพระเอกที่โคตระดูไม่น่าไว้ใจ เหมือนไม่ได้ต้อนรับนางเอก ผมคิดไปถึงขั้นว่าพระเอกหลอกนางเอกไปสังเวยบูชายัญอะไรเทือกๆนั้น จนมีการเฉลยว่าที่ทุกคนแปลกๆ เพราะอยู่ในช่วงไว้อาลัยให้แม่พระเอก ที่เป็นโรคจะอยู่ได้อีกไม่นาน ตรงนี้ก็ผิดคาดนะ รู้ว่าเป็นความตั้งใจของผู้กำกับ แต่ดูเเล้วไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพราะมัน “แปลก” เกินกว่าจะเป็นแค่การ”ภาวะไว้อาลัย” แต่เป็นแคความขัดใจเล็กๆ จุดที่รู้สึกว่าเริ่มสนุกจริงๆ อาจจะเป็นช่วงที่นางเอกเริ่มได้รับรู้เกี่ยวกับคำสาปของตระกูล และเงื่อนไขของคำสาป ไม่ใช่เพราะว่าบทมันพีคมากๆ แต่เป็นวิธีการนำเสนอที่แตกต่างออกไปในทุกๆตอนจนจบเรื่อง ทั้งมุมกล้อง จังหวะจะโคนในการเล่าก็ต่างไปจากช่วงแรกโดยสิ้นเชิง บางตอนมีการหยิบองค์ประกอปของหนัง fonded footage มาใช้ บางตอนกล้องแทบจะเคลื่อนที่ตลอดเวลา ไม่ได้แช่ที่หน้านักแสดง พูดตรงๆว่าวิธีการนำเสนอ อาจจะเป็นส่วนสำคัญที่ผมดูเรื่องนี้จนจบ แล้วรู้สึกไม่น่าเบื่อ เพราะตัว big idea เจ้าสาว แต่งงาน คำสาป ไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น
ผมชอบที่ซีรีส์ไม่ได้พยายามให้ตัวเองเป็นแนว horror - thirller ตลอดทั้งเรื่อง แต่กลับใส่ความ dark-commedy, relationship มาได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะ context ที่พูดเรื่องความสัมพันธ์ ที่ดูจะเป็นหัวใจหลัก “การรักใครสักคน มันคือการที่เรายอมรับทุกอย่างของเขาได้แบบจริงๆ” ก็แฝงมาได้แนบเนียนผูกไปเกี่ยวกับเรื่องคำสาป และยังทำออกมาได้มีมิติ ไม่ตื้นเขิน ทั้ง Adam DiMarco ที่รับบทเป็นนิกกี้(พระเอก) เคยเห็นจากเรื่อง the white lotus พอมาถึงตอนจบก็เข้าใจได้ว่า ทำไมต้องเป็นคนนี้ เพราะด้วยคาแรคเตอร์ที่ดูเป็น คนหงิมๆ ยอมคน ดูอ่อนต่อโลก ในตอนสุดท้าย บทของนิกกี้ ก็แสดงด้านนั้นออกมาได้แบบเต็มที่ ทั้งความเป็น spoiled child และโลกสวยเกินไป ส่วนน้อง camila morrone ที่รับบท เรเชล ก็เล่นเป็นคนหัวขบทได้ดี ชอบซีนที่ต้องเถียงกับนิกกี้ ep สุดท้าย มองกี่แว้บยังไง็ dua lipa ชัดๆ(ฮา) ส่วนตัวละครสมทบคนอื่นๆก็เล่นได้ดี อีกบทที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่แย่งซีนคือ Jeff Wilbusch ที่รับบทเป็น จูลส์ พี่ชายของนิกกี้ เป็นตัวละครที่เราคาดเดาไม่ได้เลย ว่าจะดีหรือร้าย พูดเล่นหรือจริงจัง มีหลายมิติ มันเลยทำให้ทุกครั้งที่ตัวละครนี้โผล่ขึ้นมา ความสนใจของผมจะเพิ่มขึ้น
ในอีพีสุดท้าย ที่คำสาปแพร่ไปที่คนตระกูลคันนิ่งแฮมแล้ว มันตลกร้ายตรงที่ว่า คู่พ่อแม่พระเอก ที่ดูรักกันปานจะกลืนกิน กลับไม่ใช่เนื้อคู่กัน กลับกันคู่พี่สะใภ้ ที่ความคิดไม่ค่อยตรงกันจนแทบจะหย่ากลับเป็นเนื้อคู่กัน มันเลยยิ่งย้ำว่า คำว่า soulmate มันไม่ได้มีนิยามตายตัว ไม่มีสูตรสำเร็จ แล้วจริงๆเราก็ไม่ควรไปให้ค่ากับมันมากเกินไปด้วย เพียงแค่ เราอยู่กับใครแล้วสบายใจ มันก็คือแค่นั้นเลย
โดยสรุปแล้วเป็นซีรีส์ที่ดูเพลินๆเรื่องนึง อย่างเดียวคือบทไม่แย่ แต่ไม่มีอะไรให้จดจำ การตัดต่อกับดำเนินเรื่องเข้าขั้นเทพ ไปหาข้อมูลเพิ่มมาว่า producer & director คือ คนสร้าง strangerthing กับ baby reindeer (ซีรีส์ดีมาก) แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนดูเรื่อง It what inside มากกว่า ที่ดูมีจังหวะการเล่า โกลาหล ฉึบฉับ และยังมีลูกห่ามๆคล้ายๆกัน (ฉากเรเชลจูบเนลลี่)
พูดคุยหลังดู something very bad is happened ซีรีส์ที่พูดเรืองความสัมพันธ์ แต่horror นิดหน่อย
ถือว่าค่อนข้างแมสในไทย เรื่องย่อสั้นๆว่าด้วย นางเอกเดินทางไปบ้านพระเอก เพื่อทำพิธีวิวาห์ แต่ระหว่างทางก็จะเจอสัญญาณหลายๆอย่าง ว่าการแต่งงงานครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติ จะมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น...
1-2 ตอนแรก ซีรีส์สร้างบรรยากาศไม่น่าไว้วางใจ น่าอึดอัด ทั้งพฤติดรรมคนแปลกหน้า จดหมายขู่ พฤติกรรมครอบครัวพระเอกที่โคตระดูไม่น่าไว้ใจ เหมือนไม่ได้ต้อนรับนางเอก ผมคิดไปถึงขั้นว่าพระเอกหลอกนางเอกไปสังเวยบูชายัญอะไรเทือกๆนั้น จนมีการเฉลยว่าที่ทุกคนแปลกๆ เพราะอยู่ในช่วงไว้อาลัยให้แม่พระเอก ที่เป็นโรคจะอยู่ได้อีกไม่นาน ตรงนี้ก็ผิดคาดนะ รู้ว่าเป็นความตั้งใจของผู้กำกับ แต่ดูเเล้วไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพราะมัน “แปลก” เกินกว่าจะเป็นแค่การ”ภาวะไว้อาลัย” แต่เป็นแคความขัดใจเล็กๆ จุดที่รู้สึกว่าเริ่มสนุกจริงๆ อาจจะเป็นช่วงที่นางเอกเริ่มได้รับรู้เกี่ยวกับคำสาปของตระกูล และเงื่อนไขของคำสาป ไม่ใช่เพราะว่าบทมันพีคมากๆ แต่เป็นวิธีการนำเสนอที่แตกต่างออกไปในทุกๆตอนจนจบเรื่อง ทั้งมุมกล้อง จังหวะจะโคนในการเล่าก็ต่างไปจากช่วงแรกโดยสิ้นเชิง บางตอนมีการหยิบองค์ประกอปของหนัง fonded footage มาใช้ บางตอนกล้องแทบจะเคลื่อนที่ตลอดเวลา ไม่ได้แช่ที่หน้านักแสดง พูดตรงๆว่าวิธีการนำเสนอ อาจจะเป็นส่วนสำคัญที่ผมดูเรื่องนี้จนจบ แล้วรู้สึกไม่น่าเบื่อ เพราะตัว big idea เจ้าสาว แต่งงาน คำสาป ไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น
ผมชอบที่ซีรีส์ไม่ได้พยายามให้ตัวเองเป็นแนว horror - thirller ตลอดทั้งเรื่อง แต่กลับใส่ความ dark-commedy, relationship มาได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะ context ที่พูดเรื่องความสัมพันธ์ ที่ดูจะเป็นหัวใจหลัก “การรักใครสักคน มันคือการที่เรายอมรับทุกอย่างของเขาได้แบบจริงๆ” ก็แฝงมาได้แนบเนียนผูกไปเกี่ยวกับเรื่องคำสาป และยังทำออกมาได้มีมิติ ไม่ตื้นเขิน ทั้ง Adam DiMarco ที่รับบทเป็นนิกกี้(พระเอก) เคยเห็นจากเรื่อง the white lotus พอมาถึงตอนจบก็เข้าใจได้ว่า ทำไมต้องเป็นคนนี้ เพราะด้วยคาแรคเตอร์ที่ดูเป็น คนหงิมๆ ยอมคน ดูอ่อนต่อโลก ในตอนสุดท้าย บทของนิกกี้ ก็แสดงด้านนั้นออกมาได้แบบเต็มที่ ทั้งความเป็น spoiled child และโลกสวยเกินไป ส่วนน้อง camila morrone ที่รับบท เรเชล ก็เล่นเป็นคนหัวขบทได้ดี ชอบซีนที่ต้องเถียงกับนิกกี้ ep สุดท้าย มองกี่แว้บยังไง็ dua lipa ชัดๆ(ฮา) ส่วนตัวละครสมทบคนอื่นๆก็เล่นได้ดี อีกบทที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่แย่งซีนคือ Jeff Wilbusch ที่รับบทเป็น จูลส์ พี่ชายของนิกกี้ เป็นตัวละครที่เราคาดเดาไม่ได้เลย ว่าจะดีหรือร้าย พูดเล่นหรือจริงจัง มีหลายมิติ มันเลยทำให้ทุกครั้งที่ตัวละครนี้โผล่ขึ้นมา ความสนใจของผมจะเพิ่มขึ้น
ในอีพีสุดท้าย ที่คำสาปแพร่ไปที่คนตระกูลคันนิ่งแฮมแล้ว มันตลกร้ายตรงที่ว่า คู่พ่อแม่พระเอก ที่ดูรักกันปานจะกลืนกิน กลับไม่ใช่เนื้อคู่กัน กลับกันคู่พี่สะใภ้ ที่ความคิดไม่ค่อยตรงกันจนแทบจะหย่ากลับเป็นเนื้อคู่กัน มันเลยยิ่งย้ำว่า คำว่า soulmate มันไม่ได้มีนิยามตายตัว ไม่มีสูตรสำเร็จ แล้วจริงๆเราก็ไม่ควรไปให้ค่ากับมันมากเกินไปด้วย เพียงแค่ เราอยู่กับใครแล้วสบายใจ มันก็คือแค่นั้นเลย
โดยสรุปแล้วเป็นซีรีส์ที่ดูเพลินๆเรื่องนึง อย่างเดียวคือบทไม่แย่ แต่ไม่มีอะไรให้จดจำ การตัดต่อกับดำเนินเรื่องเข้าขั้นเทพ ไปหาข้อมูลเพิ่มมาว่า producer & director คือ คนสร้าง strangerthing กับ baby reindeer (ซีรีส์ดีมาก) แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนดูเรื่อง It what inside มากกว่า ที่ดูมีจังหวะการเล่า โกลาหล ฉึบฉับ และยังมีลูกห่ามๆคล้ายๆกัน (ฉากเรเชลจูบเนลลี่)