BTS ได้รวบรวมทีมนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์จำนวนมากเพื่อช่วยกันเขียนเพลงสำหรับการคัมแบคครั้งนี้ และ Tyler Spry จะเล่าถึงเบื้องหลังการทำเพลงในแอลเอให้ฟัง
โปรดิวเซอร์คนหนึ่งจะต่อยอดความสำเร็จจากการสร้างเพลงอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 ให้กับซูเปอร์สตาร์ระดับโลกแห่งยุคได้ยังไง? สำหรับ Tyler Spry ผู้ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมสร้างสรรค์ระดับท็อปที่ร่วมสร้างอัลบั้มที่คว้า GRAMMY ของ Bad Bunny อย่าง ‘DeBÍ TiRAR MáS FOToS’ ให้เกิดขึ้นจริง รวมถึงมีเครดิตร่วมเขียนและโปรดิวซ์เพลงไตเติล “DtMF” ที่ทำลายหลายสถิติ
คำตอบก็คือ ทำมันอีกครั้ง และครั้งนี้ กับอีกหนึ่งศิลปินระดับยักษ์ใหญ่ของโลก: BTS
หลังจากที่สมาชิกวงอย่าง Jin, SUGA, j-hope, RM, Jimin, V และ Jung Kook ต่างแยกย้ายกันไปทำผลงานเดี่ยวเป็นเวลาสี่ปี เพื่อเข้ารับราชการทหาร สุดท้าย BTS ก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในโปรเจกต์แรกนับตั้งแต่ปี 2022 ในชื่อ ARIRANG โดยยังคงยึดมั่นในมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมกับดึงศิลปินและโปรดิวเซอร์จากทั่วโลกมาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น Diplo, Ryan Tedder, Kevin Parker, El Guicho, JPEGMAFIA และอีกมากมาย
“ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับสองอัลบั้มนี้ (DeBÍ TiRAR MáS FOToS และ ARIRANG) ซึ่งมันให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเป็นแค่ผลงานเพลงธรรมดา” Tyler Spry กล่าวกับ Billboard
เขาเริ่มทำงานในโปรเจกต์ใหม่นี้ไม่นานหลังจากอัลบั้มของ Bad Bunny ถูกปล่อยออกมา โดยเริ่มเสนอไอเดียให้ทีมของ BTS ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2025 ด้วยเพลง R&B อย่าง “Please” ซึ่งท้ายที่สุดก็ได้อยู่ในครึ่งหลังของอัลบั้ม ARIRANG ทำให้โปรดิวเซอร์คนนี้ได้สิทธิ์เข้าร่วม writing camp ที่ลอสแอนเจลิสเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ร่วมกับทีมงานจากบริษัทพับลิชชิ่ง Runner Music ของ Ryan Tedder
ในระหว่างการบันทึกเสียงในสตูดิโอนั้น ซึ่งมีบางส่วนถูกบันทึกไว้ในสารคดีของ Netflix เรื่อง BTS: THE RETURN เพลงเปิดตัวโทนทรานซ์อย่าง “SWIM” ก็ถือกำเนิดขึ้น
“บางเพลงที่ดีที่สุดมันเหมือนโผล่ออกมาจากอากาศเลย” Spry กล่าว “เหมือนกับว่ามันมีอยู่มาตลอด และคุณแค่ต้องอยู่ในอารมณ์ที่เหมาะสมเพื่อเอื้อมมือไปคว้ามันมา”
สำหรับเพลง “SWIM” นั้น แรงบันดาลใจเกิดขึ้นอย่างง่ายดายมาก เขากล่าว
“หลายครั้ง คุณต้องต่อสู้เพื่อให้ได้เพลงที่ดีออกมา มีบางอย่างที่ดีอยู่ในนั้น แต่คุณไม่สามารถดึงมันออกมาได้” แต่สำหรับเพลงนี้ โครงสร้างพื้นฐานถูกแต่งเสร็จภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที
หลังจากที่ Spry กับ Leclair (โปรดิวเซอร์ในสังกัดของ Diplo) ทำบีตคร่าวๆนั้นขึ้นมาแล้ว Ryan Tedder ก็ฟรีสไตล์ท่อนที่สองอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ส่งต่อแทร็คไปให้คนอื่นปรับแต่งต่ออีก
“นั่นแหละคือช่วงที่ RM เข้ามา และผมคิดว่าพวกเขาเริ่มจริงจังกับเพลงนี้มากขึ้น” Spry กล่าว
“เขา (RM) พยายามหาวิธีทำให้มันเข้ากับวิสัยทัศน์ที่พวกเขาวางไว้สำหรับซิงเกิลหลัก”
ต้องรอจนกระทั่งสมาชิกทั้งเจ็ดคนกลับไปที่โซลเพื่ออัดเสียงให้เสร็จ ความกดดันจากเส้นตายเดือนมีนาคมที่พวกเขาตั้งไว้เองถึงเริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆเพราะเรททำงานกันคนละซีกโลก
Spry มักจะได้รับไฟล์เสียงร้องจาก Pdogg โปรดิวเซอร์คู่ใจของ BTS ในช่วงกลางดึก เขาเล่าว่าครั้งหนึ่งต้องเดินออกจากงานวันเกิดของเพื่อนเพื่อไปฟังมิกซ์เพลง “Please” กับทีม HYBE “มันโกลาหลมาก” เขาหัวเราะ “แต่ผมชอบความโกลาหลนะ ผมทำงานได้ดีในสภาพแบบนั้น มันคือหน้าที่ของผมในฐานะโปรดิวเซอร์”
Tyler Spry ได้พูดคุยกับ Billboard เกี่ยวกับทั้ง “ความกดดัน” และ “ความมหัศจรรย์” ในการสร้างสรรค์เพลงจากอัลบั้ม ARIRANG รวมถึงเพลงที่ “ดีมากๆ” อีกบางเพลงที่อาจจะถูกปล่อยออกมาในโปรเจกต์ของ BTS ในอนาคต ทั้งในช่วงการบันทึกเสียงในสตูดิโอที่แอลเอและหลังจากนั้น
🗣 อัลบั้ม ARIRANG ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ต Billboard 200 แถมพลง “SWIM” ยังติดอันดับสูงสุด (อันดับ 1) ในชาร์ต Billboard Hot 100, Global 200 และ Global Excl. US ด้วย คุณรู้สึกอย่างไรกับกระแสตอบรับที่ได้รับ ?
Tyler Spry: พูดตามตรง ผมประหลาดใจกับกระแสตอบรับมากนะ ผมรู้ว่า BTS เป็นหนึ่งในศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่ตอนที่เราเริ่มทำโปรเจกต์นี้ มันเป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยานมาก และแน่นอนว่ามันเป็นแนวเพลงที่ผมคิดว่าแฟนๆ หรือคนทั่วไปไม่ได้คาดหวังไว้ขนาดนั้น
มันเจ๋งมากที่ได้เห็นพวกเขาแสดงเพลง [“SWIM”] สดๆ ผมยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ BTS นั้นเป็นความลับและถูกปิดล็อกไว้หมด ดังนั้นผมจึงไม่เคยเห็นมิวสิควิดีโอหรือคลิปการแสดงใดๆมาก่อนเลย มันน่าตื่นเต้นจริงๆ ที่ได้เห็นเหล่าตำนานเหล่านี้ออกมาเต้นและร้องเพลงที่เราทำกันในสตูดิโอเล็กๆในแอลเอ
🗣 คุณเข้ามามีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้ได้อย่างไร?
Tyler Spry: ช่วงต้นปีที่แล้ว ผมนั่งคุยกับ publisher ของผม Ryan Tedder แล้วเราก็คุยกันว่าอยากร่วมงานกับใคร เขาบอกว่า BTS กำลังจะคัมแบค พูดตามตรง ตอนนั้นมันฟังดูเหมือนเป้าหมายที่สูงมาก แทบจะเอื้อมไม่ถึงเลยที่จะได้ทำเพลงกับ BTS แต่ผมเป็นคนชอบความท้าทาย เราเลยตัดสินใจลองเสี่ยงดู
เราทำงานกันอยู่หลายสัปดาห์ที่สตูดิโอของ Ryan ในเวสต์ฮอลลีวูด เริ่มจากคิดไอเดีย ทำเดโม แล้วส่งไปให้ทีม ฟังกันไปเรื่อยๆ เพื่อหาอะไรที่ใช่ บางอย่างก็ดูป๊อปเกินไป คล้ายกับผลงานภาษาอังกฤษก่อนหน้านี้ของพวกเขาอย่าง “Dynamite” กับ “Butter” แต่สุดท้ายเราก็เริ่มเข้าที่ และเจอซาวด์ที่รู้สึกสดใหม่และน่าตื่นเต้นขึ้นมาได้
🗣 แล้วนี่คือก่อนช่วงทำงานในสตูดิโอที่แอลเอใช่ไหม?
Tyler Spry: ใช่ครับ ผมคงไม่บอกว่าผมได้เข้าร่วมโปรเจกต์อย่างเป็นทางการก่อนหน้านั้นนะ ทีมของผมกับผมแค่ลองสเก็ตช์ไอเดีย ลองสร้างสรรค์ ทดลองหาเสียงใหม่ๆที่น่าจะทำให้ทั้งค่ายและตัวศิลปินตื่นเต้น ก่อนช่วง writing session ที่แอลเอ เราก็เจออะไรแบบนั้นเข้าจริงๆ ซึ่งก็คือเพลงที่ชื่อว่า “Please” และหลังจากมีการปรับแก้บางอย่าง มันก็ได้เข้าไปอยู่ในอัลบั้ม เพลงนี้เหมือนเป็น “ตั๋วผ่าน” ของเราให้ได้เข้าไปใน writing camp ที่พวกเขาจัดขึ้นที่ Conway Studios
ทีม [จาก Runner Music] หลักๆก็มีผม, James Essien, Sean Foreman, Ryan Tedder และ Sam Homaee แล้วก็ยังมีนักแต่งเพลงกับโปรดิวเซอร์เก่งๆอีกจำนวนมาก หมุนเวียนกันเข้ามาที่ Conway เหมือนเป็นการสลับหน้ากันไปมา ช่วงนั้นน่าจะประมาณเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคมปีที่แล้ว แต่ในตอนแรก พวกเรายังไม่ได้ทำงานอยู่ในห้องเดียวกับวงนะ พวกเขาเชิญพวกเราไป แล้วก็มีหลายทีมมากที่กำลังทำเพลงเพื่อเอาไปเสนอให้พวกเขาเลือก
🗣 เล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทำเพลง “Please” หน่อย
Tyler Spry: เราไม่ได้เขียนเพลงแบบให้เสร็จสมบูรณ์ เป๊ะทุกอย่างตั้งแต่ต้นทุกวัน แต่เราพยายาม “จับความมหัศจรรย์บางอย่าง” ให้ได้ เหมือนสายฟ้าที่ถูกจับใส่ขวด และเพลง “Please” ก็กลายเป็นหนึ่งในนั้น ผมแค่เอาซาวด์คีย์บอร์ดกับกีตาร์มาหั่นๆตัดต่อให้มีกลิ่นอายโซลยุคเก่า แล้วก็ใส่บีตฮิปฮอปที่จังหวะไม่ตรงกริดลงไป มันเป็นเพลงเดียวในอัลบั้มที่มีเครดิตโปรดิวเซอร์คนเดียว เลยยิ่งมีความหมายมากที่ทั้งสมาชิกวงและบังชีฮยอก (ประธาน HYBE) ไว้ใจให้ผมดูแลเพลงนี้จนเสร็จ
วันที่เราเขียนเพลงนี้เสร็จ ผมกลับบ้าน แล้วก็มีเพื่อนผม Dawson จากวง Almost Monday กับภรรยาของผม มานั่งร้องเสียงคอรัสรวมกันรอบโต๊ะกินข้าวในครัว วงตัดสินใจเก็บเสียงนั้นไว้ เพราะมันมีความดิบบางอย่างที่พวกเขารู้สึกเชื่อมโยงได้ คุณจะได้ยินมันเบาๆอยู่ด้านหลังในท่อนฮุกของเพลง
🗣 ความประทับใจแรกที่คุณมีต่อ BTS ในฐานะคนร่วมงานเป็นยังไง?
Tyler Spry: เราไม่ได้ทำงานกับพวกเขาพร้อมกันทั้งหมดทีเดียว เพราะถ้ามีคนเยอะขนาดนั้นอยู่ในห้องเดียวกันคงจะวุ่นวายมาก แต่ผมได้ทำงานกับพวกเขาแบบตัวต่อตัว
Jung Kook เป็นนักแต่งเพลงที่เก่งมาก และเป็นนักร้องที่ยอดเยี่ยม เขาสามารถร้องโดยไม่ใช้ Auto-Tune แล้วยังเอาอยู่ทุกโน้ต
V เป็นคนอบอุ่น น่ารัก และมีโทนเสียงที่ยอดเยี่ยมมาก เขายังตลกมากด้วย ถึงจะมีอุปสรรคด้านภาษาอยู่บ้าง พวกเราก็ยังเล่นมุกกันและสนุกกันในสตูดิโอ
RM ให้ความรู้สึกเหมือนพี่ใหญ่ของวง เขารู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และช่วยดึงให้สมาชิกคนอื่นๆเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมทำให้ทุกคนตื่นเต้นกับสิ่งที่ทำบรรยากาศมันดีมาก
พูดตามตรง พวกเขาเป็นหนึ่งในคนที่นิสัยดีที่สุดที่ผมเคยเจอ ไม่ใช่แค่ในฐานะศิลปิน แต่ในฐานะคนด้วย มันเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับพวกเขา
ยังมีเพลงบางเพลงที่เราทำร่วมกัน ซึ่งพวกเขามีส่วนร่วมด้านความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก แต่ยังไม่ได้ถูกปล่อยออกมา.. ผมก็หวังนะ ถึงจะไม่ใช่การตัดสินใจของผม แต่ก็หวังว่าเพลงเหล่านั้นจะได้ถูกปล่อยออกมาให้โลกได้ฟังในอนาคต
🗣 พวกเขาก็พูดเหมือนกันว่าได้เลือกบางเพลงที่ยังไม่ได้ใช้จากช่วงทำงานในสตูดิโอไปใช้สำหรับโปรเจกต์โซโล่ในอนาคตแล้ว
Tyler Spry: ใช่ครับ [หัวเราะ] ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครเลือกเพลงไหนไปบ้าง เพราะมีบางเพลงที่ดีมากๆจริงๆ
🗣 BTS จัดการกับความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างทำอัลบั้มยังไง?
Tyler Spry: พวกเขาทำได้ดีมากในการทำให้แน่ใจว่าเสียงของทุกคนถูกได้ยิน และทุกความคิดเห็นได้รับการเคารพ อัลบั้มสุดท้ายหลังจากที่คัดเลือกออกมาแล้ว จึงเหมือนเป็นเวอร์ชันที่กลั่นออกมาอย่างดีที่สุด จากสิ่งที่สมาชิกแต่ละคนต้องการจริงๆ
ตอนที่ทำงานด้วยกัน เพลงที่ออกมาดีที่สุดคือช่วงที่พวกเราสร้างบรรยากาศที่ทุกคนสามารถลองทำอะไรก็ได้อย่างอิสระ เช่น SUGA สามารถกระโดดจับไมค์แล้วแร็ปฟรีสไตล์ต่อหน้านักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วันได้อย่างสบายใจ
หรือ Jung Kook ก็สามารถบอกตรงๆได้ว่าไอเดียเนื้อเพลงที่พวกเราคิดมัน “ไม่โอเค” และเขาไม่ชอบ [หัวเราะ] แต่เขาจะพูดด้วยวิธีที่สุภาพและใจดี
หรือ RM ที่จะบอกว่า “ท่อนนั้นเจ๋งนะ แต่พวกเราไม่พูดแบบนั้น” หรือ “มันไม่ใช่ flow ของพวกเรา”
เบื้องหลังการทำงานในสตูดิโอของ BTS สำหรับอัลบั้ม 'ARIRANG' กับ Tyler Spry [via: Billboard]
มันเจ๋งมากที่ได้เห็นพวกเขาแสดงเพลง [“SWIM”] สดๆ ผมยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ BTS นั้นเป็นความลับและถูกปิดล็อกไว้หมด ดังนั้นผมจึงไม่เคยเห็นมิวสิควิดีโอหรือคลิปการแสดงใดๆมาก่อนเลย มันน่าตื่นเต้นจริงๆ ที่ได้เห็นเหล่าตำนานเหล่านี้ออกมาเต้นและร้องเพลงที่เราทำกันในสตูดิโอเล็กๆในแอลเอ
ยังมีเพลงบางเพลงที่เราทำร่วมกัน ซึ่งพวกเขามีส่วนร่วมด้านความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก แต่ยังไม่ได้ถูกปล่อยออกมา.. ผมก็หวังนะ ถึงจะไม่ใช่การตัดสินใจของผม แต่ก็หวังว่าเพลงเหล่านั้นจะได้ถูกปล่อยออกมาให้โลกได้ฟังในอนาคต