ณ เมืองสาระขัน เกิดวิกฤตสะพานขาด ทำให้การขนส่งหมูจากฟาร์มหลักหยุดชะงัก
ราคาต้นทุนหมูเป็นพุ่งสูงขึ้นทันที
รัฐบาลสาระขันต้องการเอาใจประชาชน จึงสั่งให้โรงเชือด
"บิดเบือนกลไกราคา" โดยบังคับขายผลิตภัณฑ์หลัก (Main Products) คือ
หมูสามชั้นและสันคอ ในราคาต่ำกว่าตลาดโลก
เพื่อลดภาระค่าครองชีพ
แต่ทว่า... ความเป็นจริงของผลิตภัณฑ์พลอยได้ (Joint Products) เริ่มปรากฏ:
1. การผลักภาระต้นทุน (Cost Shifting): เมื่อกำไรจากชิ้นส่วนหลักถูกล็อกเพดาน โรงเชือดไม่มีทางเลือกนอกจากต้องผลักต้นทุนทั้งหมดไปลงที่
ผลิตภัณฑ์พลอยได้อื่นๆ (Joint Products) เช่น ขาหมู เครื่องใน และมันหมู จนราคาแพงลิ่วกว่าโรงเชือดเพื่อนบ้าน
2. การไหลเข้าของสินค้านำเข้า (Import Arbitrage): เมื่อชิ้นส่วนรองในสาระขันราคาแพงเกินจริง ชาวเมืองจึงหันไปนำเข้าขาหมูและเครื่องในราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านมาทดแทน
3. วิกฤตสต็อกบวม (Inventory Imbalance): โรงเชือดสาระขันไม่สามารถขายชิ้นส่วนรองออกไปได้ จนสต็อกล้นทะลักห้องเย็น
เมื่อไม่มีพื้นที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์พลอยได้ สายการผลิตหลักจึงต้องหยุดเชือดหมูตัวใหม่ทันที
จุดจบของนโยบาย: ในท้ายที่สุด แม้แต่
หมูสามชั้นและสันคอ ที่รัฐพยายามคุมราคา ก็หายไปจากตลาดอย่างถาวร เพราะโรงเชือดไม่สามารถแบกรับสภาวะ
"สต็อกล้นแต่ของขาด" ได้อีกต่อไป ระบบการผลิตทั้งหมดจึงล่มสลายลงในที่สุด
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากกระบวนการเดียวกัน (Joint Products) มีโครงสร้างต้นทุนที่ผูกพันกัน การบิดเบือนราคาจุดใดจุดหนึ่ง จะทำลายสมดุลของสต็อกและนำไปสู่การหยุดชะงักของสายการผลิตทั้งหมด

*นิทานนะครับไปเกี่ยวกับบุคลจริง หรือ สถาณการณ์จริงใดๆ
นิทานเรื่อง : โรงเชือดหมูแห่งสาระขัน
รัฐบาลสาระขันต้องการเอาใจประชาชน จึงสั่งให้โรงเชือด "บิดเบือนกลไกราคา" โดยบังคับขายผลิตภัณฑ์หลัก (Main Products) คือ หมูสามชั้นและสันคอ ในราคาต่ำกว่าตลาดโลก เพื่อลดภาระค่าครองชีพ
แต่ทว่า... ความเป็นจริงของผลิตภัณฑ์พลอยได้ (Joint Products) เริ่มปรากฏ:
1. การผลักภาระต้นทุน (Cost Shifting): เมื่อกำไรจากชิ้นส่วนหลักถูกล็อกเพดาน โรงเชือดไม่มีทางเลือกนอกจากต้องผลักต้นทุนทั้งหมดไปลงที่ ผลิตภัณฑ์พลอยได้อื่นๆ (Joint Products) เช่น ขาหมู เครื่องใน และมันหมู จนราคาแพงลิ่วกว่าโรงเชือดเพื่อนบ้าน
2. การไหลเข้าของสินค้านำเข้า (Import Arbitrage): เมื่อชิ้นส่วนรองในสาระขันราคาแพงเกินจริง ชาวเมืองจึงหันไปนำเข้าขาหมูและเครื่องในราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านมาทดแทน
3. วิกฤตสต็อกบวม (Inventory Imbalance): โรงเชือดสาระขันไม่สามารถขายชิ้นส่วนรองออกไปได้ จนสต็อกล้นทะลักห้องเย็น เมื่อไม่มีพื้นที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์พลอยได้ สายการผลิตหลักจึงต้องหยุดเชือดหมูตัวใหม่ทันที
จุดจบของนโยบาย: ในท้ายที่สุด แม้แต่ หมูสามชั้นและสันคอ ที่รัฐพยายามคุมราคา ก็หายไปจากตลาดอย่างถาวร เพราะโรงเชือดไม่สามารถแบกรับสภาวะ "สต็อกล้นแต่ของขาด" ได้อีกต่อไป ระบบการผลิตทั้งหมดจึงล่มสลายลงในที่สุด
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากกระบวนการเดียวกัน (Joint Products) มีโครงสร้างต้นทุนที่ผูกพันกัน การบิดเบือนราคาจุดใดจุดหนึ่ง จะทำลายสมดุลของสต็อกและนำไปสู่การหยุดชะงักของสายการผลิตทั้งหมด
*นิทานนะครับไปเกี่ยวกับบุคลจริง หรือ สถาณการณ์จริงใดๆ