🛵​ หนึ่งปีผ่านไป สงครามสามก๊ก ‘แอปส่งอาหารจีน’ เผาเงินแสนล้านแต่ไร้ผู้ชนะ

หนึ่งปีผ่านไป สงครามสามก๊ก ‘แอปส่งอาหารจีน’ เผาเงินแสนล้านแต่ไร้ผู้ชนะ
.
คนจีนที่คุ้นเคยกับการสั่งชานมหรือกาแฟผ่านแอปพลิเคชัน ต่างเริ่มสัมผัสได้ว่าคูปองส่วนลดมหาศาลที่เคยแจกกันเป็นเรื่องปกตินั้นลดน้อยลง และราคาอาหารก็ค่อยๆ กลับมาอยู่ในระดับปกติ บ่งชี้ว่ายุคทองที่แพลตฟอร์มยอมทุ่มเงินอุดหนุนเพื่อให้ผู้บริโภคได้ของถูก กำลังจะกลายเป็นเพียงอดีต
.
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2026 บทความจากสื่อรัฐจีนอย่าง Economic Daily ส่งสัญญาณชัดเจนว่า "สงครามแอปส่งอาหารควรยุติลงได้แล้ว" สอดคล้องกับการที่หน่วยงานกำกับดูแลตลาดของจีนได้เข้าตรวจสอบแพลตฟอร์มต่างๆ ในข้อหาผูกขาดตลาด นี่คือสัญญาณการสิ้นสุดของสงครามราคาที่ยิ่งใหญ่และรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ตจีน ซึ่งกินเวลามานานกว่าหนึ่งปี
.
◼️ แนวโน้มจ่ายหนัก-ขาดทุนหนัก
.
สงครามครั้งนี้คือการที่ 3 ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีทุ่มเงินระดับหมื่นล้านเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค โดยหวังครองอำนาจในตลาด ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้ผลกำไรของทั้งสามบริษัทระเหยไปรวมกันเกือบ 1 แสนล้านหยวน (ราว 4.6 แสนล้านบาท)
.
👉JD. com: รายงานผลประกอบการปี 2025 ชี้ว่าธุรกิจใหม่ (รวมถึงแอปส่งอาหาร) ขาดทุนสูงถึง 4.66 หมื่นล้านหยวน งบการตลาดพุ่งขึ้น 75% กระแสเงินสดอิสระหดตัวอย่างรุนแรง แม้จะจ้างไรเดอร์เพิ่มถึง 1.5 แสนคน แต่ก็แลกมาด้วยกำไรสุทธิของบริษัทที่หายไปกว่าครึ่ง
.
👉Meituan: จากที่เคยทำกำไรในธุรกิจท้องถิ่นได้ถึง 5.24 หมื่นล้านหยวนในปี 2024 กลับกลายเป็นขาดทุน 6.9 พันล้านหยวนในปี 2025 ทำให้ภาพรวมทั้งปีขาดทุนสุทธิ 2.33 หมื่นล้านหยวน เนื่องจาก Meituan อยู่ในสถานะ "ฝ่ายตั้งรับ" ที่ต้องยอมจ่ายต้นทุนสูงกว่าเพื่อรักษาพื้นที่ของตนเองในทุกเมืองและทุกช่วงเวลา
.
👉Alibaba: แม้จะรบแบบสองหน้าทั้งสมรภูมิส่งอาหารและ AI แต่ผลประกอบการไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2026 (สิ้นสุดธันวาคม 2025) ก็สะท้อนกำไรสุทธิที่ร่วงลงถึง 67%
Meituan รักษาตลาดได้ แต่ราคาหุ้นเจ็บหนัก
.
ก่อนสงครามเริ่มต้น Meituan ครองส่วนแบ่งตลาดทิ้งห่างคู่แข่งที่ 65% ต่อ 33% (เมื่อเทียบกับ Ele. me) แต่หลังผ่านไปหนึ่งปี โครงสร้างนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
.
ส่วนแบ่งการตลาด กุมภาพันธ์ 2026 ของ Meituan ทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 50-51% ขณะที่ Alibaba (Taobao Flash Sale) ขยับขึ้นมาเป็น 40-42% และ JD ตามมาที่ 7-8% ช่องว่างระหว่างอันดับ 1 และ 2 ถูกบีบให้แคบลงอย่างมาก
.
หุ้นนของ Meituan ร่วงลงหนักที่สุดถึง 46.7% (เทียบกับ JD ที่ลดลง 28.3% และ Alibaba ที่ลดลงเพียง 5.5%) สาเหตุหลักคือ "ป้อมปราการ" ของ Meituan ที่ตลาดเคยเชื่อว่าแข็งแกร่ง (เครือข่ายไรเดอร์และอัลกอริทึมที่ดี) ถูกพิสูจน์แล้วว่า "สามารถเจาะทะลวงได้ด้วยเงินทุน" ทำให้นักลงทุนต้องประเมินมูลค่าของบริษัทใหม่ทั้งหมด ในขณะที่หุ้นของ Alibaba แทบไม่ได้รับผลกระทบ เพราะนักลงทุนมองว่าธุรกิจหลักของ Ali คืออีคอมเมิร์ซ คลาวด์ และ AI การขาดทุนจากแอปส่งอาหารจึงเป็นเพียงค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ยอมรับได้เพื่อดึงคนเข้าแอป Taobao
.
◼️ เดิมพันทางกลยุทธ์และการปรับตัวของ 3 ยักษ์ใหญ่
.
1.JD. com กับบททดสอบระบบโลจิสติกส์
.
การกระโดดเข้าสู่ตลาดนี้เป็นเสมือน "การป้องกันด้วยการโจมตี" เพื่อตอบโต้ที่ Meituan ขยายมาทำอีคอมเมิร์ซ แม้ JD จะพบว่าผู้ใช้แอปส่งอาหาร 40% จะซื้อสินค้าอีคอมเมิร์ซของตนด้วย แต่ต้นทุนที่บานปลายทำให้ JD ต้องเริ่มลดงบอุดหนุนลงในปี 2026 และมองว่านี่เป็นบททดสอบระบบโลจิสติกส์แบบ On-demand ของบริษัท
.
2.Alibaba เน้นดึงทราฟฟิก
.
Alibaba ไม่ได้ต้องการชนะในธุรกิจส่งอาหารเพียงอย่างเดียว แต่มองว่านี่คือบริการที่คนใช้งานบ่อยที่สุด จึงใช้มันเพื่อดึงผู้ใช้ใหม่เข้าสู่ Taobao ได้สำเร็จกว่า 100 ล้านคน ในเดือนธันวาคม 2025 Alibaba ได้รีแบรนด์ Ele. me เป็น "Taobao Flash Sale" อย่างเป็นทางการ เพื่อผสานระบบนิเวศการซื้อขายให้ไร้รอยต่อยิ่งขึ้น
.
3. Meituan ดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด
.
แม้จะสูญเสียกำไรมหาศาล แต่ Meituan ก็ถูกบีบให้ต้องสู้เพื่อรักษาฐานที่มั่นหลัก หากเสียตลาดนี้ไป อาจไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะไปลงทุนใน AI ต่อไป อย่างไรก็ตาม Meituan ได้เร่งหาทางรอดใหม่ด้วยการขยายธุรกิจจัดส่งสินค้าทั่วไป ที่เน้นทำกำไร รวมถึงเร่งขยายแพลตฟอร์ม KeeTa ออกสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง ซาอุดีอาระเบีย และบราซิล
.
◼️ ร้านอาหารเจ็บหนัก แต่ไรเดอร์คือผู้ชนะ
.
แม้สงครามราคาจะเริ่มซาลง แต่ตลาดแบบผู้เล่นสองราย ระหว่าง Meituan และ Ele. me ได้ถูกทำลายลงอย่างถาวร ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีตัวแปรใหม่อย่าง Douyin (TikTok จีน) ที่เติบโตอย่างเงียบๆ ในตลาดบริการ โดยมีบริการจัดส่งอาหารและไลฟ์สไตล์บน Douyin ในปี 2025 มียอดขายสินค้ารวม (GMV) ทะลุ 8.5 แสนล้านหยวน เติบโตขึ้นถึง 59% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังตั้งเป้าการเติบโตในปี 2026 ไว้สูงถึง 50% ซึ่งถือเป็นตัวแปรความไม่แน่นอนที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมในอนาคต
.
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับผลกระทบเชิงลบมากที่สุดกลับเป็น ร้านอาหาร การอุดหนุนของแพลตฟอร์มทำให้ราคาอาหารเดลิเวอรีถูกกว่าการนั่งกินที่ร้าน ข้อมูลจากการสำรวจร้านอาหาร 2,298 แห่งใน 31 มณฑลทั่วจีน พบว่าร้านอาหารเกือบ 70% มียอดขายลดลงเมื่อเทียบกับปี 2024 โดยเกือบครึ่งหนึ่งในกลุ่มนี้มียอดขายลดลงมากกว่า 20% นอกจากนี้ ร้านอาหารเกือบ 80% มีกำไรสุทธิลดลง โดย 35% ในจำนวนนี้มีกำไรหดตัวลงมากกว่า 30%
.
แต่สงครามครั้งนี้ก็ทิ้งมรดกที่ทรงคุณค่าไว้ให้กับสังคมกลุ่มหนึ่ง นั่นคือ "#ไรเดอร์" เมื่อเดือนมีนาคม 2025 JD ได้เริ่มมอบสวัสดิการประกันสังคมเต็มรูปแบบ (ประกัน 5 กองทุน 1) ให้กับไรเดอร์ประจำ บีบให้ Meituan และ Alibaba ต้องทำตาม ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและสวัสดิการของแรงงานในอุตสาหกรรมนี้ถูกยกระดับขึ้นเป็นมาตรฐานใหม่อย่างถาวร
.
.
#Alibaba #Meituan #สงครามส่งด่วน #fooddelivery
https://www.facebook.com/share/p/14Yuk9je2xT/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่