JJNY : ม็อบแรงงานบุกทำเนียบ│โอดต้นทุนเพิ่ม│เจอแล้วคลังใหญ่ตุน│เรือประมงกระบี่โอด│ณัฐชาจี้พม.ยั้งด่วน│กองทัพอิหร่านกร้าว

ม็อบแรงงานบุกทำเนียบ เรียกร้อง 7 ข้อ บี้อนุทินแก้วิกฤตน้ำมัน อัดอย่าอุ้มนายทุน แล้วทรยศปชช.
.

.
มาแล้ว! ‘ม็อบแรงงาน’ บุกทำเนียบ บี้ ‘นายกฯหนู’ แก้วิกฤตน้ำมันแพง ซัดอย่าอุ้มนายทุน แล้วทรยศ ปชช.
.
เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 2 เมษายน ที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ถนนราชดำเนินนอก ตัวแทนกลุ่มสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) นำโดย นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สสรท. ร่วมกับ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และเครือข่ายภาคประชาชน ประมาณ 120 คน เดินทางมาทำกิจกรรมที่บริเวณหน้าประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนราชดำเนิน และยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับ
.
โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันขาดแคลน ค่าไฟฟ้า และสินค้าราคาแพง ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน 7 ข้อ ได้แก่ ให้ควบคุมราคาพลังงาน, หยุดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ, เปิดเผยข้อมูลด้านการผลิต, ตรวจสอบตรงกันที่กักตุนน้ำมัน, ให้นายกฯใช้อำนาจพิเศษในการบริหารกิจการพลังงานในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมราคาอย่างจริงจัง, ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงยกเลิกสัญญาธาตุในการซื้อไฟแพงจากนายทุนเอกชน
.
นายสาวิทย์กล่าวว่า ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ รัฐบาลควรแก้ปัญหาเร่งด่วนเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน แต่สิ่งที่รัฐบาลสะท้อนกลับมาทำให้รู้สึกเสียใจ เพราะไม่ฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน ทั้งที่สามารถลดราคาน้ำมันและสินค้าได้หากมีความจริงใจ อย่าอ้างว่าเป็นรัฐบาลรักษาการ เพราะตามหลักแล้วประเทศจะต้องไม่ว่างเว้นผู้ปกครอง
.
เราจะชอบหรือไม่ชอบ เลือกหรือไม่เลือกท่านเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อท่านได้รับเลือกจากพี่น้องประชาชน ต้องทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน แต่ถ้าไม่ทำ เท่ากับทรยศต่อประชาชน และข้อครหาว่าอุ้มนายทุนก็จะเป็นไปตามนั้นใช่หรือไม่ นโยบายของพรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำใช่หรือไม่ แต่เรื่องนี้ไม่ได้พูดแล้วทำ ดังนั้น สิ่งที่ควรทำต้องลดราคาน้ำมันลง” นายสาวิทย์กล่าว
.

.
พ่อค้า-แม่ค้าโอด ต้นทุนเพิ่ม คนซื้อลดลง จ.ขอนแก่น
.
เช้านี้ที่หมอชิต - ที่จังหวัดขอนแก่น พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดโอด ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น คนออกมาจับจ่ายน้อยลง
.
พ่อค้า-แม่ค้าโอด ต้นทุนเพิ่ม คนซื้อลดลง จ.ขอนแก่น
.
บรรยากาศภายในตลาดสดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น ช่วงนี้เริ่มเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เนื้อหมู ไข่ไก่ รวมถึงบรรจุภัณฑ์อย่างถุงพลาสติก ก็มีการปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุนการขนส่งและวัตถุดิบ อย่าง เนื้อหมู ปรับราคาขึ้น จากเดิมราคา 150-160 บาทต่อกิโลกรัม ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 170-190 บาท ราคาไข่ไก่ ขึ้นราคาแผงละประมาณ 10 บาท ส่งผลให้ไข่ไก่เบอร์กลางมีราคาจำหน่ายอยู่ที่แผงละ 120-130 บาท จากเดิมเฉลี่ย 110-120 บาทต่อแผง
.
ส่วนราคามะนาว ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูกาล ทำให้ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ลูกละ 4-6 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด ราคาข้าวสารตอนนี้ ยังไม่มีการปรับขึ้น เนื่องจากมีปริมาณสต๊อกเพียงพอต่อความต้องการในตลาด
.
พ่อค้า-แม่ค้าในพื้นที่ ยอมรับว่า ช่วงนี้ราคาสินค้าทยอยปรับขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อลูกค้าลดลง ยอดขายไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
.
แม่ค้าหมู-ไก่สด โอด ต้นทุนพุ่ง จ.อ่างทอง
.
ส่วนที่จังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตลาดอ่างทอง และตลาดเกษตรสุวพันธุ์เมืองทอง ตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พบว่า สินค้าประเภทของสด ของแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยังราคาทรงตัว น้ำดื่มแพ็กขวด ราคาปกติ ยกเว้นบางยี่ห้อที่ผลิตในพื้นที่ ปรับขึ้นประมาณ 2 บาท ผักสดรับราคาขึ้นประมาณ 5-10 บาท ไข่ไก่เบอร์ 1 เบอร์ 2 ปรับขึ้น 1-2 บาท ส่วนปุ๋ยเคมี บางส่วนราคาผันผวน เนื่องจากที่ยังมีจำหน่ายเป็นสต็อกเก่า และยังได้กำกับติดตามให้ติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าให้ชัดเจน และขายตรงกับราคาที่แสดงไว้
.
แม่ค้าร้านขายหมู บอกว่า ตอนนี้แบกต้นทุนเยอะมาก เนื่องจากไม่สามารถขึ้นราคาได้กะทันหัน ต้องลดปริมาณการขายหมูลง อยากให้ภาครัฐช่วยควบคุมราคาหมูหน้าฟาร์ม
.
เช่นเดียวกับ ร้านขายไก่สด บอกว่า ราคาไก่หน้าฟาร์มปรับสูงขึ้น ก่อนหน้านี้ตัวละ 40 บาท ตอนนี้ตัวละ 50 บาท เมื่อรับมาขายแล้วยังมีต้นทุนอื่น ๆ เพิ่มอีก ขณะที่ผู้บริโภคซื้อหน้าเขียงน้อยลง หันไปซื้อที่ร้านแฟรนไชส์ที่ราคาถูกกว่า
.

.
เรือประมงกระบี่ โอด ถ้าน้ำมันไม่ลดคงต้องปิดกิจการถาวร ชี้ไม่คุ้มใช้ B20 ทำเครื่องยนต์พัง
.
เรือประมงพาณิชย์กระบี่ เตรียมออกทะเล ทำประมงอีกรอบ หากสถานการณ์น้ำมันไม่ลดลง ต้องหยุดถาวร หากปรับเปลี่ยนมาใช้ บี 20 แทนน้ำมันเขียว จะเกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์ เสียค่าซ่อมไม่คุ้ม
.
เมื่อวันที่ 2 เมษายน ผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์ จังหวัดกระบี่ ซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องยนต์ เครื่องมือทำประมง ขณะจอดเทียบท่าอยู่ที่ท่าเรือประมงปากคลองจิหลาด ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ ช่วงหยุดออกทะเลทำประมงชั่วคราว ตามวงรอบ ข้างขึ้นข้างแรม เป็นระยะเวลา 7 วัน
.
นายเรวัต (สงวนนามสกุล) ผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะออกทะเลทำประมงอีกรอบ ต้องแบกภาระน้ำมันเขียวที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ระยะทางที่ต้องออกทำประมงไกลขึ้น นอกเขตหวงห้าม ช่วงปิดอ่าวฤดูปลามีไข่ ฝั่งทะเลอันดามันตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน–วันที่ 30 มิถุนายน ทำประมงจับสัตว์น้ำได้ปริมาณลดลง หากราคาน้ำมันปรับเพิ่งสูงขึ้นอีก ก็ต้องหยุดทำประมงถาวร จนกว่า สถานการณ์น้ำมันปรับราคาลดลง ขณะที่เรือประมงพาณิชย์ขนาดเล็ก บางส่วนได้หยุดทำประมงไปก่อนหน้านี้แล้ว
.
กรณีผลักดันให้ใช้น้ำมัน บี 20 แทนน้ำมันเขียว ผู้ประกอบการกังวลว่า จะเกิดความเสียหายต่อปั๊มเครื่องยนต์เรือ จากคุณภาพน้ำมันที่แตกต่างกัน ต้องเสียค่าซ่อม 2-3 หมื่นบาท จึงคิดว่าไม่คุ้ม เรียกร้องให้ตรึงราคาน้ำมันเขียวแทน


.
ไหนว่าไม่มี! ดีเอสไอเจอแล้ว ‘คลังน้ำมันยักษ์ใหญ่’ ตุนน้ำมันผิดปกติก่อนปรับราคา
https://www.dailynews.co.th/news/5744245/
.
"ดีเอสไอ" พร้อมพนักงานสอบสวน เตรียมเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันรายใหญ่ พื้นที่ภาคใต้ตอนบน หลังพบความผิดปกติ นำน้ำมันเข้าคลังจำนวนมากในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
.
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยพนักงาสอบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เตรียมเข้าตรวจสอบหลักฐาน และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องบริษัทคลังน้ำมันแห่งหนึ่ง ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำตาปี เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี หลังจากที่ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ร่วมกับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ร่วมกับ พล.ต.ต.สุวิชชา จินดาคำ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผูบก.ภ.จว.สุราษฎร์ฯ สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจสอบคลังน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง 2543 ซึ่งเป็นผู้ค้าขนาดใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่การขนส่งน้ำมันในภาคใต้ตอนบน รวม 6 จุด เพื่อดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ลงวันที่ 20 มี.ค. 2569 ในการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.
ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบความผิดปกติของคลังน้ำมันแห่งหนึ่ง เกี่ยวกับยอดขายเบนซิน คือ เดือน มี.ค. ที่มียอดขายราว 400,000 ลิตร ซึ่งต่ำกว่ายอดขายในเดือน ก.พ. ที่มีราว 1,700,000 ลิตร ขณะที่ยอดขายดีเซล เดือน มี.ค. ซึ่งมีราว 10,000,000 ลิตร เป็นยอดขายที่สูงกว่าเดือน ก.พ. ที่มีอยู่ราว 4,800,000 ลิตรเท่านั้น เป็นการขายเกินยอดปกติไป 100% ในขณะที่ยอดจำหน่ายน้ำมันทั้งประเทศ เดือน มี.ค. สูงกว่า ก.พ. ประมาณ 20% เท่านั้น
.
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลระบุด้วยว่า สำหรับคลังน้ำมันที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี นั้น เป็นคลังน้ำมันของผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 กระจายน้ำมันให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน และในช่วงที่รัฐบาลยังมีนโยบายควบคุมราคาน้ำมัน ทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดตลาดอย่างรุนแรง และในทางที่กลับกัน ยังพบการสั่งซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นตามปกติ เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบดังกล่าว เพื่อรวบรวมข้อมูล และสืบสวนสอบสวน ซึ่งหากพบหลักฐานความผิดจะมีการโอนคดีให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษหนักและขยายผลไปสู่การดำเนินงานตามมาตรการฟอกเงินต่อไป.
.

.
ณัฐชา จี้ พม.ยั้งด่วน คลังจ่อดึง ‘เงินกองทุนคนพิการ’ คืน 2.8 พันล้าน ชี้กระทบจ้างงาน 2 หมื่นคน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5661023
.
ณัฐชา จี้ พม.ยับยั้งด่วน ปมดึงเงินกองทุนคนพิการคืนคลังกว่า 2.8 พันล้านบาท ลั่น กระทบจ้างงาน 2 หมื่นคน ยัน ต่อสู้จนถึงที่สุดเพื่อรักษาผลประโยชน์คนพิการ
.
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 เมษายน ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ เลขาธิการสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย แถลงกรณีรัฐบาลมีนโยบายจะดึงเงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กลับคืนสู่คลังจำนวน 2,800 ล้านบาท
.
โดยนายณัฐชา กล่าวว่า กองทุนคนพิการนั้นเป็นกองทุนหมุนเวียนมีเงินอยู่ในกองทุนเรียกว่าสภาพคล่องขณะนี้มากเกินไป ซึ่งหมายความว่าผู้จัดการกองทุนหรือผู้อำนวยการกองทุน โดยท่านอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ไม่ได้มีนโยบายหรือมีวิธีการในการที่บริหารจัดการให้ผู้พิการนั้นได้รับสิทธิประโยชน์ได้เข้าถึงเลือกเงื่อน ไขของกองทุนได้มากเท่าที่ควร ทั้งนี้ ตามกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ มาตรา 33 กำหนดให้สถานประกอบการที่มีพนักงาน 100 คน ต้องจ้างคนพิการ 1 คน หากไม่จ้างต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตราค่าแรงขั้นต่ำ หรือประมาณ 144,000 บาทต่อคนต่อปี
.
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ซึ่งการที่เงินเหลืออยู่ในกองทุนจำนวนมาก สะท้อนว่า เด้งที่หนึ่งคือเอกชนไม่จ้างงานคนพิการ และเด้งที่สองคือกองทุนไม่สามารถนำเงินนั้นไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้ตามเป้าหมาย และการที่รัฐบาลเตรียมเรียกเงินคืน 2,800 ล้านบาท ตามหนังสือด่วนที่สุดจากกรมบัญชีกลาง ถือเป็นเด้งที่สามที่คนพิการต้องเผชิญ โดยเปรียบเทียบว่าเงินจำนวนนี้เทียบเท่ากับการจ้างงานคนพิการถึง 2 หมื่นคน การดึงเงินออกไปจึงเป็นการซ้ำเติมผู้พิการที่ว่างงานอยู่แล้วให้ลำบากยิ่งขึ้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่