แนะนำเช็ครายชื่อน้ำมันในสกินแคร์ก่อนใช้ ดูว่าตัวนั้นมีขนาดโมเลกุลใหญ่หรือเล็ก เพราะจุดประสงค์และหน้าที่ของน้ำมันตัวนั้นจะเหมาะและมาแก้ปัญหาอะไรให้ผิวเรา จะตรงไม่ตรงจุดก็อยู่ตรงนี้แหล่ะครับ
1. น้ำมันโมเลกุลใหญ่
น้ำมันที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ มักจะมีโครงสร้างซับซ้อน หรือมีโซ่คาร์บอนที่ยาวมาก ทำให้ซึมเข้าสู่ร่องผิวได้ยาก
ลักษณะ: เนื้อหนัก มีความหนืดสูง
การทำงาน: ทำหน้าที่เป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ "ฉาบ" อยู่บนผิวชั้นนอกสุด (Stratum Corneum)
ข้อดี: ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีเยี่ยม (Transepidermal Water Loss - TEWL) ป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิว
ตัวอย่าง: Mineral Oil (น้ำมันแร่), Shea Butter, หรือน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง ๆ ฯลฯ
2. น้ำมันโมเลกุลเล็ก
น้ำมันที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก หรือมีโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับไขมันบนผิวหนังมนุษย์ จะสามารถแทรกซึมลงไปในช่องว่างระหว่างเซลล์ผิวได้ดีกว่า
ลักษณะ: เนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนอะหนะ (มักถูกเรียกว่า Dry Oil)
การทำงาน: เข้าไปเติมเต็มช่องว่างระหว่างเซลล์ผิวที่แห้งกร้าน ช่วยให้ผิวนุ่มนวลและยืดหยุ่นจากภายใน
ข้อดี: นำพาสารบำรุงอื่น ๆ (Active Ingredients) ลงสู่ผิวได้ดี และไม่ทำให้รู้สึกหนักหน้า
ตัวอย่าง: Squalan, Jojoba Oil (ซึ่งจริง ๆ มีโครงสร้างเป็น Wax ester ที่คล้ายน้ำมันบนผิวเรามาก), หรือ Caprylic/Capric Triglyceride ฯลฯ
ความรู้เรื่องนี้สามารถนำไปลำดับการใช้สกินแคร์ว่าควรทาตัวไหนก่อนหลังได้อีก และรู้ว่าสกินแคร์ตัวนี้จะนำพาสารสำคัญลงผิวได้ไหม หรือฟิลลิ่งการใช้จะเป็นยังไง ทาแล้วเย็นหรือแห้งไปเลยไหม สารพัดจะมีประโยชน์นะโพสนี้
วิธีเลือกน้ำมันบำรุงผิว