อย่าไปเต้นตามนักการเมืองบางคน หรือพวกที่ไม่มีความรู้จริง ผมอธิบาย fact ให้ท่านพิจารณา (ทนอ่านหน่อย มันยาว เรื่องซับซ้อน)
๐ Refinery margin เป็น"ผลต่าง" ของราคา "ราคาที่โรงกลั่นขาย" - "ราคาน้ำมันดิบ"
๐ ท่านไป fix ค่าการกลั่นไม่ได้ เพราะ มันขึ้นกับ ราคาน้ำมันดิบ (ที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน) และ ราคาขาย (ที่อาจเปลี่ยนได้)
๐ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนทุกวัน (ท่านบังคับไม่ได้), ถ้าท่าน fix ค่าการกลั่น -> ราคาขายหน้าโรงกลั่นจะเปลี่ยนแปลงทุกวัน
๐ โรงกลั่น 6 โรง มีต้นทุนราคาน้ำมันดิบไม่เท่ากัน (เพราะออกแบบมาให้ใช้น้ำมันดิบไม่เหมือนกัน) และมี yield (ส่วนประกอบน้ำมันสำเร็จรูปที่กลั่นได้) ไม่เหมือนกัน -> refinery margin ก็จะไม่เท่ากัน ถ้าท่านไป fix ค่าการกลั่น -> ราคาขายโรงกลั่น 6 โรงจะไม่เท่ากัน ซึ่งก็เป็นอยู่แล้วทุกวันนี้ jobber ที่ไม่มีสัญญาซื้อขายกับโรงกลั่น และจะ shop จากโรงที่ถูกที่สุด ก็จะแห่ไปโรงที่ราคาถูกสุด จนน้ำมันขาดแคลน (เป็นมาแล้ว)
๐ ธุรกิจโรงกลั่นเป็นธุรกิจเสรี และไทยยัง overcapacity (กลั่นน้ำมัน ได้มากกว่าความต้องการใช้ในประเทศ) อย่าไปยุ่งกับมันเลย ปล่อยให้กลไกตลาดจัดการราคาและค่าการกลั่นเอง โรงกลั่นในไทยก็ไม่ได้กำไรมากมาย (ดูย้อนหลังได้) บ.น้ำมันระดับโลกทนอยู่ไม่ได้ ออกจากธุรกิจโรงกลั่นทั้งนั้น เช่น ExxonMobil ก็ขายโรงกลั่นในไทยและเอเชีย ตราหอยก็ออกจากธุรกิจโรงกลั่นในเอเชีย (โรงใหญ่สุดในสิงคโปร์ก็ขายทิ้งแล้ว) ตราดาวก็ไม่ได้อยากอยู่ในไทย แม้แต่ PTT ก็ยังอยากลดการถือหุ้นโรงกลั่นลง เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า (อยู่ในรายงานประจำปี)
สรุป: ธุรกิจโรงกลั่นทำธุรกิจตามกฎหมาย (ไม่เหมือนพวกโรงเหล็กที่ท่านเคยไปจับมา) ศึกษาผลกระทบให้ดีๆ เข้าใจเรื่องธุรกิจให้ดีก่อน มันยากนะ
(disclaimer: ผมถือหุ้นบ.น้ำมันและโรงกลั่น ซึ่งอาจมีผลกับความเห็น)
ท่านรมต.พลังงาน เข้าใจเรื่อง Refinery Margin ให้ดีๆ ก่อนหลงทางนะครับ
๐ Refinery margin เป็น"ผลต่าง" ของราคา "ราคาที่โรงกลั่นขาย" - "ราคาน้ำมันดิบ"
๐ ท่านไป fix ค่าการกลั่นไม่ได้ เพราะ มันขึ้นกับ ราคาน้ำมันดิบ (ที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน) และ ราคาขาย (ที่อาจเปลี่ยนได้)
๐ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนทุกวัน (ท่านบังคับไม่ได้), ถ้าท่าน fix ค่าการกลั่น -> ราคาขายหน้าโรงกลั่นจะเปลี่ยนแปลงทุกวัน
๐ โรงกลั่น 6 โรง มีต้นทุนราคาน้ำมันดิบไม่เท่ากัน (เพราะออกแบบมาให้ใช้น้ำมันดิบไม่เหมือนกัน) และมี yield (ส่วนประกอบน้ำมันสำเร็จรูปที่กลั่นได้) ไม่เหมือนกัน -> refinery margin ก็จะไม่เท่ากัน ถ้าท่านไป fix ค่าการกลั่น -> ราคาขายโรงกลั่น 6 โรงจะไม่เท่ากัน ซึ่งก็เป็นอยู่แล้วทุกวันนี้ jobber ที่ไม่มีสัญญาซื้อขายกับโรงกลั่น และจะ shop จากโรงที่ถูกที่สุด ก็จะแห่ไปโรงที่ราคาถูกสุด จนน้ำมันขาดแคลน (เป็นมาแล้ว)
๐ ธุรกิจโรงกลั่นเป็นธุรกิจเสรี และไทยยัง overcapacity (กลั่นน้ำมัน ได้มากกว่าความต้องการใช้ในประเทศ) อย่าไปยุ่งกับมันเลย ปล่อยให้กลไกตลาดจัดการราคาและค่าการกลั่นเอง โรงกลั่นในไทยก็ไม่ได้กำไรมากมาย (ดูย้อนหลังได้) บ.น้ำมันระดับโลกทนอยู่ไม่ได้ ออกจากธุรกิจโรงกลั่นทั้งนั้น เช่น ExxonMobil ก็ขายโรงกลั่นในไทยและเอเชีย ตราหอยก็ออกจากธุรกิจโรงกลั่นในเอเชีย (โรงใหญ่สุดในสิงคโปร์ก็ขายทิ้งแล้ว) ตราดาวก็ไม่ได้อยากอยู่ในไทย แม้แต่ PTT ก็ยังอยากลดการถือหุ้นโรงกลั่นลง เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า (อยู่ในรายงานประจำปี)
สรุป: ธุรกิจโรงกลั่นทำธุรกิจตามกฎหมาย (ไม่เหมือนพวกโรงเหล็กที่ท่านเคยไปจับมา) ศึกษาผลกระทบให้ดีๆ เข้าใจเรื่องธุรกิจให้ดีก่อน มันยากนะ
(disclaimer: ผมถือหุ้นบ.น้ำมันและโรงกลั่น ซึ่งอาจมีผลกับความเห็น)