JJNY : พ่อค้าโอดขึ้นราคาอีก พ้อรบ.คงช่วยอะไรไม่ได้│ไม่อยากอยู่เชียงใหม่แล้ว│เท้งอัดรบ.อย่า 2 มาตรฐาน│ประเทศไทยร้อนจี๋

กระทู้ข่าว
พ่อค้าโอดรู้สึกแย่ดีปั๊ม-เบนซินขึ้นราคาอีก พ้อรัฐบาลคงช่วยอะไรไม่ได้ เชื่อข้าวของราคาพุ่งพรวด แล้วไม่ลดลงแน่
.

.
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ที่สถานีบริการน้ำมัน ปั๊มสาขาถนนศรีตรัง ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง บรรยากาศภายหลังจาก คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. ได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดีเซลจำนวน 3.50 บาท ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลจากลิตรละ 40.74 บาท ปรับขึ้นเป็น 44.24 บาท ต่อมาทางผู้ค้าได้ประกาศปรับราคาน้ำมันในกลุ่มเบนซินขึ้นอีกด้วยโดยลิตรละ 1.20 บาท
.
ภายหลังจากมีประกาศทำให้ประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าว ต่างนำรถยนต์กระบะ รถเก๋ง และรถ จยย.แห่เข้าเติมน้ำมันภายในสถานีบริการดังกล่าวเป็นจำนวนมากภายในค่ำคืนนี้ (1 เม.ย.) ก่อนที่ราคาน้ำมันใหม่จะมีผลในวันนี้ (2 เม.ย.) เวลา 05.00 น. โดยส่วนใหญ่จะเห็นได้ชัดว่าประชาชนที่เข้าไปเติมน้ำมัน ส่วนใหญ่จะเป็นรถที่ใช้เชื้อเพลิงในกลุ่มดีเซล เนื่องจากจะต้องใช้รถกระบะในการประกอบอาชีพ บางรายได้นำแกลลอน ขนาด 30 ลิตรเข้าไปเติมเช่นเดียวกัน ทำให้บรรยากาศมีรถที่จอดต่อแถวรอกันบนถนนเพื่อเข้าเติมน้ำมันภายในปั๊มเป็นแถวยาวหลายร้อยเมตร
.
ขณะที่นายกรณรงค์ อายุ 54 ปี อาชีพพ่อค้า ซึ่งต่อแถวรอคิวนำรถยนต์กระบะเข้าไปเติมน้ำมันก็ที่ราคาใหม่จะมีผล กล่าวว่า หลังจากมีการประกาศขึ้นราคาน้ำมันดีเซลก็รู้สึกแย่ทันที เพราะเราต้องใช้รถ วันนี้น้ำมันของรถยังคงมีอยู่ แต่ต้องรีบขับออกมาเติมก่อนที่ราคาจะมีผลในวันพรุ่งนี้ ซึ่งตนคิดว่าภายหลังจากนี้ราคาคงเพิ่มสูงขึ้นไปกว่านี้อีก ตนทำอาชีพค้าขายต้องใช้รถในการทำงานทุกวัน ไปกลับวันละ 40 กิโลเมตร เฉลี่ยจากเดิมค่าน้ำมันต้องเติมต่อวัน วันละ 200 บาท ตอนนี้ต้องเติมมากกว่า 200-300 บาท จำนวนลิตรน้ำมันถึงจะใช้ได้เพียงพอกับระยะทางที่ต้องใช้
.
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามอยากจะฝากอะไรไปยังรัฐบาลบ้างหรือไม่ นายกรณรงค์ กล่าวว่า ฝากไปก็ไม่รู้จะช่วยอะไร ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ฝากได้ แต่จะทำได้หรือไม่นั้นก็ไม่รู้ คิดว่าราคาข้าวของสินค้าต่าง ๆ ภายหลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้น คงไม่ได้พูดถึง ราคาคงพุ่งพรวดแน่นอน แล้วเมื่อราคาขึ้นแล้วก็ไม่มีทางลงกลับหรือลงอย่างแน่นอน ถึงแม้น้ำมันจะลง ราคาข้าวของก็ไม่มีทางที่จะลงตามแน่นอนหลังจากนี้
.

.
ชาวเชียงใหม่ ลั่น แม้เป็นคนเชียงใหม่ ตอนนี้ก็ยังไม่อยากอยู่เชียงใหม่แล้ว เพราะฝุ่นพิษหนักหนามาก
.
ชาวเชียงใหม่ ลั่น แม้เป็นคนเชียงใหม่ ตอนนี้ก็ยังไม่อยากอยู่เชียงใหม่แล้ว เพราะฝุ่นพิษหนักหนามาก ต้องหาซื้อหน้ากากอนามัย และน้ำเกลือมาล้างจมูก ดูแลตัวเอง ฝากรัฐบาลเร่งแก้ปัญหา วิกฤตน้ำมันแพงแล้วยังมาต้องมาซื้ออากาศหายใจอีก
.
บรรยากาศจังหวัดเชียงใหม่ฝุ่นควันยังคงปกคลุมขาวโพลนทั่วเมืองเชียงใหม่ ท้องฟ้าขมุกขมัวทำให้ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และเด็กนักเรียนที่ต้องเดินทางไปโรงเรียนเพื่อเรียนซัมเมอร์ต่างพากันสวมหน้ากากอนามัย กันทุกคน เพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5 บางคนก็ต้องพากันออกไปหาซื้อหน้ากากอนามัยและน้ำเกลือเพื่อล้างจมูกที่ร้านขายยา เพื่อนำมาใช้สวมและล้างจมูก ทำให้ช่วงนี้ร้านขายยามียอดขายหน้ากากอนามัย N95 เพิ่มขึ้นถึง  30 เปอร์เซ็นต์
.
ด้านชายชาวเชียงใหม่อายุ 40 ปี บอกกับผู้สื่อข่าวว่าวันนี้ได้เดินทางมาซื้อหน้ากากอนามัย เพื่อนำไปให้คนในครอบครัวใช้ เพราะสภาพอากาศแย่มาก ทำให้หายใจลำบากต้องดูแลตัวเองมากขึ้น โดยมองว่าสถานการณ์ปีนี้หนักกว่าปีที่ผ่านมา ตอนแรกตนเองคิดว่าปีนี้จะไม่มีฝุ่นควั นและอาจเบาลง แต่สัปดาห์นี้กลับพุ่งสูงเกินทำให้กระทบหลายอย่าง ทั้งภาคการท่องเที่ยว คนที่จะมาเที่ยวก็จะไม่มาแล้ว เพราะถ้าสภาพอากาศแบบนี้ ประกอบกับราคาน้ำมันที่แพงนักท่องเที่ยวยังจะเดินทางมาเที่ยวสงกรานต์ที่จังหวัดเชียงใหม่เหมือนเช่นทุกปี เพราะอากาศเป็นแบบนี้ แม้กระทั่งคนเชียงใหม่ตอนนี้ก็ยังไม่อยากอยู่เชียงใหม่แล้ว
.
อย่างไรก็ตามต้องการฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหานี้เพราะตอนนี้เศรษฐกิจก็ย่ำแย่อยู่แล้วประชาชนก็ต้องมาเสียเงินค่าใช้จ่ายซื้อหน้ากากอนามัยและน้ำเกลือเพื่อซื้อคุณภาพชีวิตและซื้ออากาศหายใจอีก
.
ขณะที่เช้าวันนี้ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าได้รับรายงานจุดความร้อน (Hotspot) จาก GISTDA ประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 ทั้งหมดจำนวน  83 จุด  ใน 16 อำเภอ โดยมีจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค.  2569 ทั้งหมดจำนวน 5,090 จุด ซึ่งจุดความร้อนเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2568 มากถึง 1,423 จุด คิดเป็นร้อยละ39
.

.
เท้ง อัดรบ.อย่า 2 มาตรฐาน เน้นชายแดน แต่ละเลยไฟป่า PM2.5 ข้ามแดน จี้ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5660635
.
‘ณัฐพงษ์’ จี้ ครม.ใหม่มีอำนาจเต็ม เร่งดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน พร้อมสดุดีให้สวัสดิการเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า
.
เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม วาระการพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5
.
เวลา 20.30 น. นางการดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการรับฟังเพื่อนสมาชิกทุกคนมาตั้งแต่เช้าวันนี้ เห็นว่ามีหลายเรื่องที่เห็นตรงกัน เรื่องแรกการผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้ทันก่อนเส้นตายที่จะเกิดขึ้น ไม่ยอมให้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับไปนับหนึ่งใหม่ จึงอยากให้ ครม.เร่งผลักดันเรื่องนี้ ประเด็นที่ 2 ที่เห็นตรงกันคือ การปรับปรุง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้สอดคล้องกับภัยพิบัติ เช่น ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในครั้งนี้ ที่น่าจะมีการจัดการอย่างเป็นระบบ มีการบูรณาการ การทำงานร่วมกัน ดึงความเชี่ยวชาญที่เฉพาะทาง ใช้ข้อมูลที่มีมาวิเคราะห์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้ ขอเสนอและยืนยันอีกครั้งว่า เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อติดตามตรวจสอบการแก้ไขวิกฤต PM2.5 อยากเป็นระบบและยั่งยืน
.
ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า จากการติดตามการอภิปรายทั้งวัน มีเพื่อนสมาชิกให้ความเห็นหลายคน แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะยืนยัน ในเรื่องปัญหาวิกฤตไฟป่า วิกฤตฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาที่รัฐบาลรู้แต่ละเลย ทำให้เกิดความล่าช้าในการแก้ปัญหา จนทำให้ปัญหา ลุกลามบานปลาย ทำให้เกิดโรคเรื้อรังแก่ประชาชนหลายล้านคน เพราะดูจากตัวเลขค่าฝุ่นและฮอตสปอตในพื้นที่ภาคเหนือในเดือนมีนาคมมีอยู่ 1,488 จุด ส่วนเมียนมาและลาวมีอยู่ 8,000 จุด PM 2.5 ในขณะนั้นยังไม่มีจังหวัดใดในภาคเหนือที่อยู่ในโซนสีแดง แต่ถัดมาวันที่ 24 มีนาคม ค่าฝุ่นพุ่งสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานและอันตราย เป็นพื้นที่สีแดง 3 จังหวัด เฉลี่ย 81.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
.
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลไม่ได้เลยในการแจ้งเตือนประชาชน ไม่ละเลยในการประกาศเขตภัยพิบัติ ไม่ละเลยการสนับสนุนและช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าปัญหาในวันนี้คงจะเห็นทิศทางที่ดีในการแก้ปัญหา เช่น การจัดสวัสดิการ เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ให้เจ้าหน้าที่ จนวันนี้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่า 1 คน จากข่าวที่ทราบภาคประชาสังคมและภาคประชาชนระดมเงินบริจาคระดมทุนกันเองเพื่อซื้อประกันชีวิต ซื้อประกันสุขภาพให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอยู่หน้างาน หัวละ 30 บาท สูงเกินไปหรือไม่ที่รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณไปซื้อประกันสุขภาพและสวัสดิการที่ดีให้เพียงพอกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน หรือจัดสรรกำลังคนลงไปหมุนเวียน เปลี่ยนกะที่ดีกว่านี้
.
นายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า ที่สำคัญ PM2.5 ยังเกิดผลกระทบกับสุขภาพประชาชน มีงานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2567 ระบุว่า ทุกๆ ค่าฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มขึ้น 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีความสัมพันธ์โดยตรงกับอัตราการเสียชีวิตของประชากรในพื้นที่ 1.6% ใน 6 วันข้างหน้า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มเปราะบาง ผู้มีโรคประจำตัว ที่จะถูกฝุ่น PM2.5 กระตุ้นให้เกิดอาการรุนแรงขึ้น จะส่งผลให้มีอัตราการเสียชีวิตที่มากขึ้น
.
ผมขอสรุปว่าในขณะที่รัฐบาลพยายามสื่อสารมาโดยตลอดว่าให้ความสำคัญกับพ่อแม่พี่น้อง ครอบครัวทหารที่กำลังต่อสู้กับศัตรู เพื่อปกป้องพ่อแม่พี่น้องในจังหวัดชายแดน ผมอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการสดุดีและให้สวัสดิการที่มีเพียงพอกับเจ้าหน้าที่ที่ต่อสู้ไฟป่า ที่กำลังปกป้องชีวิตคนไทยอีกหลายล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 เช่นเดียวกัน อย่าเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน อย่าให้คนไทยตั้งคำถามว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องชายแดน เพราะเล่นไปกับกระแสชาตินิยมหรือเปล่า แล้วละเลยการแก้ไขปัญหาไฟป่าละเลยการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 หรือเปล่า” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดอยู่ใน ครม. ที่ต้องยืนยันกลับมาภายใน 60 วัน หลังเปิดประชุมสภาวันแรก อยู่ในอำนาจคณะรัฐมนตรีเต็มร้อย ที่จะผ่านกฎหมายฉบับนี้เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน ซึ่งปัญหานี้จะแก้โดยใช้การเจรจาระหว่างประเทศอย่างเดียวไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกมาตรการที่ต้องทำคู่กันไปคือมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ ใช้เงินทุนในการควบคุม วันนี้ประเทศเพื่อนบ้านมีการปลูกข้าวโพด และนำเข้าในประเทศไทย ก็อย่าให้ประชาชนต้องตั้งคำถามว่าตกลงแล้วมีบริษัทนายทุนคนไหนที่กำลังผลิตอาหารสัตว์ นำเข้าข้าวโพดที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างดีเพียงพอว่าตกลงแล้วไม่ได้ใช้การเผาผ่านคุณภาพเข้ามาในประเทศหรือเปล่า หรือจริงๆ แล้วยังคงมีการนำเข้าแล้วละเลยเรื่องการควบคุมปัญหาผลข้ามพรมแดนอย่างนี้อยู่
.
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ทั้งนี้เชื่อว่า ส.ส.ทุกคนเป็นผู้แทนของประชาชนมาจากพื้นที่วิธีการเดียวที่จะกอบกู้ศรัทธาประชาชน คือการแสดงความจริงจังในการแก้ปัญหา วันนี้อย่าให้ปัญหาต้องลุกลามแล้วทำให้ ประชาชนป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ด้วยการผ่าน พ.ร.บ.อากาศสะอาดคืนอากาศที่ดีให้กับประชาชน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่