JJNY : 5in1 ณัฐพลพูดเกิน ถูกปิดไมค์│ปชน.ถาม“พลัส”ที่ใคร│ภัทรพงษ์ซัดเหนืออ่วมฝุ่น│ชี้คอร์รัปชั่นทวีรุนแรง│ออสเตรเลียเตือน

ณัฐพล แฉรัฐไร้งบจ้างคนเฝ้าป่า ป้องกันลอบเผา พูดเกิน 29 วิ ถูกปธ.ปิดไมค์ ฉุนท้าอนุทินบินไปสูดอากาศ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5660169
.

.
เกือบเดือด! รองประธานสภา คนที่ 2 ปิดไมค์ ‘ณัฐพล’ ส.ส.เชียงใหม่ อภิปรายฝุ่น PM2.5 เกินเวลามา 29 วินาที เจ้าตัวท้า ‘อนุทิน’ บินไปสูดอากาศด้วยตัวเองจะได้รู้ว่าเป็นยังไง อารมณ์ค้าง โพสต์ถามต่อหน้าเฟซบุ๊ก ‘รอง 2 ใจคอเป็นอะไร สะท้อนปัญหาคนหน้างานไม่ได้’
.
เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง เป็นประธานการประชุม วาระการพิจารณายติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5
.
นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ในพื้นที่ของตนมีไฟป่ามาโดยตลอด ก่อนที่เราจะมีวิกฤต PM2.5 การอภิปรายของตนจะเน้นไปที่เสียงสะท้อนจากประชาชนที่อยู่หน้างาน ทุกท่านคงจะได้รับข้อมูลมาว่าไฟป่าเกิดจากใบไม้เสียดสีกัน แต่เจ้าหน้าที่ได้บอกกับตนว่าลองเข้าป่าไปดูสิจะได้รู้ว่าสาเหตุเป็นแบบนั้นหรือไม่ ต้นเหตุของการเกิดไฟป่า 99% ของบ้านเราคือเกิดจากคนจุด ไม่มีทางที่เราจะไปเฝ้าป่าทั้งหมดได้ แต่หากจะทำก็ทำได้ แต่ปีนี้เราไม่มีงบประมาณในการจ้างคนเฝ้าป่า จะให้กำนันผู้ใหญ่บ้านไปทำ เขาก็มีงานราษฎร์ งานหลวง ก็ทำไม่ได้
.
นายณัฐพลได้ไล่เรียงกระบวนการดับไฟป่า พร้อมกล่าวว่า ปัญหาคือไม่มีโดรนบินดับจับความร้อน ยิ่งดับช้าเท่าไหร่ก็กลายเป็นฝุ่นกลางอากาศ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่มีเงินจะซื้ออุปกรณ์ดับไฟ ต้องขอจากวัด ขอจาก ส.ส. แม้แต่รองเท้าใส่เหยียบไฟที่ไหม้แล้ว 2 วันก็พังแล้ว
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อครบกำหนดเวลาอภิปราย 7 นาที นายณัฐพลได้พยายามขออภิปรายต่อให้จบ แต่นายเลิศศักดิ์กล่าวว่า “ไม่ได้ครับ ต้องขอบคุณมาก ไว้ครั้งหน้า” ก่อนจะปิดไมค์ทันที พร้อมกล่าวว่า ขออนุญาตครั้งนี้จำเป็นจริงๆ มันเกินเวลาแล้ว ตนได้เรียนตั้งแต่เบื้องต้นแล้ว ขณะนี้ท่านใช้เวลาเกินไป 29 วินาทีแล้ว ขออนุญาตท่านต่อไปเลย
.
ทำให้ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ลุกประท้วงว่า การเข้มงวดจนขนาด 1 วินาที แล้วบอกว่าหมดเวลาแล้ว มันจะทำให้การประชุมและการควบคุมการประชุมไม่ราบรื่น
.
แต่นายเลิศศักดิ์ชี้แจงว่า มีผู้อภิปรายจำนวนมาก จึงว่าขอให้รักษาเวลา เมื่อสักครู่ที่ฟังก็ยังไม่เข้าถึงบทสรุปเลย ถ้าให้อภิปรายจบ คนอื่นอาจจะขอเวลาด้วย แล้วจะทำให้การอภิปรายเกินเวลาไป 1 ชั่วโมง คิดว่ายังมีเวลาให้ท่านได้อภิปรายอีก ขอความร่วมมือ ต้องขออภัยท่านจริงๆ
.
ทำให้นายณัฐพลลุกขึ้นขอว่า 1 นาทีได้หรือไม่ ขณะที่นายปกรณ์วุฒิลุกขึ้นกล่าวว่า ไม่อยากกระทบกระทั่งกันมาก แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าการสะท้อนปัญหาและการอยู่กันถึง 3-4 ทุ่มแล้วมันแตกต่างกันตรงไหน หรือเราไม่พร้อมที่จะทำงานกันถึง 4 ทุ่ม เนื้อหาไม่ครบไม่เป็นไร ขอให้ได้ปิดเร็วกว่าเดิม แบบนั้นหรือ
.
สุดท้ายนายเลิศศักดิ์ขอให้นายณัฐพลสรุป นายณัฐพลจึงสรุปว่า อยากให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เข้าใจเรื่องเหล่านี้ อยากให้นายอนุทินบินไปเชียงใหม่ ไปสูดอากาศด้วยตัวเอง จะได้เข้าใจสิ่งที่ตนพูด
.
ภายหลังการอภิปรายนายณัฐพลได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กว่า
.
รอง 2 เป็นอะไรครับ ใจคอจะไม่ให้ผมสะท้อนเสียงจากคนดับไฟป่าเลยหรือยังไง ขอพูดอีกแค่นาทีเดียวก็ไม่ได้เลยหรือยังไง
.
https://www.facebook.com/natapholtoofficial/posts/pfbid034oafHrfW1a4Bs4bAUWyzMyGuY9Bun5KW8mBEpbn8VERCEQfoAJRKW1pLjScH7t85l
.

.
สส.ปชน. โวประสบการณ์เยอะ เตรียมชำแหละนโยบาย ถามรัฐบาล “พลัส” ที่ใครกันแน่?
https://www.matichon.co.th/politics/news_5660021
.
สส.ปชน. ถาม รัฐบาล “พลัส” ต่อท้ายนโยบาย พลัสที่ใครกันแน่ โว ปชน. จัดเต็มไม่มีกั๊ก เหตุประสบการณ์สูง-เป็นฝ่ายค้านมาเยอะ
.
เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่รัฐสภา นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวแถลงนโยบายรัฐบาล ว่า พรรคเราเป็นฝ่ายค้านมาเยอะแล้วประสบการณ์เพียบ พร้อมที่จะทำให้ประชนเข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำ ถ้าผิด เราจัดเต็มแน่นอน เพราะอำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชน
.
ส่วนนโยบายรัฐบาลที่มีคำว่าพลัสต่อท้าย ตนสงสัยว่าเป็น “พลัสที่ใคร ไม่ใช่พลัสของประชาชน” พร้อมถามว่าใครที่พลัส ฝากทุกท่าน นโยบายของรัฐบาลที่เข้ามา มีผลประโยชน์กับใคร เราพรรคประชาชนพร้อมอภิปรายเต็มที่ไม่มีกั๊ก แม้แต่วินาทีเดียว
.

.
ภัทรพงษ์ ซัดเหนืออ่วมฝุ่น จี้รัฐทำงานเลิกเอาแต่ขู่ ท้า ‘สุชาติ’ ลาออก ถ้ารบ.ไม่ผ่าน พรบ.อากาศสะอาด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5659928
.
สภาฯ ถก 4 ญัตติฝุ่นพิษ ‘ภัทรพงษ์’ โอด 9 จังหวัดภาคเหนืออ่วม PM2.5 ซัด ‘รัฐบาล’ เลิกทำงานด้วยคำขู่แล้วหันมาใช้สมอง ท้า ‘สุชาติ’ ลาออกหาก รบ.ไม่พิจารณาพ.ร.บ.อากาศสะอาดภายใน 13 พ.ค. ด้าน ‘ธนรัช’ ชี้ วิกฤตฝุ่นพิษลามกระทบสุขภาพ-เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว เสนอ 3 ระยะเร่งแก้ปัญหา ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ
.
เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 1 เมษายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมสภาได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 มี ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลร่วมเสนอญัตติด่วน 4 คน ได้แก่ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) นายธนรัช จงสุทธานามณี ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) นางการดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. และ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย (ภท.)
.
โดยนายภัทรพงษ์อภิปรายเสนอญัตติว่า ขณะนี้ 9 จังหวัดภาคเหนือประเทศไทยกำลังป่วยหนักจากอากาศพิษ ฝุ่น PM2.5 ที่เป็นผลมาจากการละเลยการแก้ปัญหาของรัฐบาล ขณะนี้ จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร บางพื้นที่พุ่งสูงถึง 700 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เด็กเข้าโรงพยาบาลหลายคน บางคนต้องเข้าไอซียู และบางคนเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดในระยะยาว กลุ่มที่น่าห่วงคือกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียง กระทบกับภาคการท่องเที่ยว เป็นสิ่งที่รู้มาทุกปีว่าในเดือนมีนาคมถึงเมษายนจะมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดจากการเผาและมลพิษข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่งบประมาณการแก้ปัญหาดังกล่าวไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเรื่องการดับไฟป่า รัฐบาลละเลยการแก้ปัญหาประชาชนและข้อเสนอในสภา ละเลยการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างรวมถึงการแก้ปัญหาวิกฤตฉุกเฉิน
.
ขณะนี้ 9 จังหวัดภาคเหนือเข้าข่ายเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว ควรเร่งประกาศให้ 9 จังหวัดภาคเหนือเป็นเขตภัยพิบัติเพื่อให้มีงบประมาณมาแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยรัฐมนตรีมหาดไทยต้องมานั่งหัวโต๊ะและแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องมลพิษข้ามแดนต้องใช้การเจรจาระหว่างประเทศ ให้แจ้งไปยังศูนย์ภัยพิบัติอาเซียนขอความช่วยเหลือประเทศอาเซียนมาจัดการปัญหา เพราะต้นตอไม่ได้อยู่เฉพาะประเทศไทย แต่ยังมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ฉะนั้น จึงต้องให้ศูนย์ภัยพิบัติอาเซียนมาช่วยเจรจาฝุ่นพิษในประเทศอาเซียน รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1.5 ล้านตันต่อปี ว่าเป็นข้าวโพดที่มาจากการเผาหรือไม่ เพราะมีการเปิดช่องโหว่ให้มีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มาจากการเผา เราไม่สามารถตรวจสอบได้จากประกาศกระทรวงพาณิชย์ในปัจจุบัน
.
ด้วยวิกฤตขณะนี้ ผมไม่สนว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่จะมาด้วยวิธีการไหน แต่ท่านมีอำนาจและงบประมาณอยู่ในมือแล้ว ลุกขึ้นมาทำงาน หากทำไม่เป็น ขอให้เปิดใจรับฟังเพราะประชาชนอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว ในอดีตพรรคแกนนำรัฐบาลในปัจจุบันเคยระบุว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะเดินไปข้างหน้า แต่นี่คือเวลาที่เราต้องหยุดแล้วถอยมาหนึ่งก้าวแล้วให้ความสำคัญกับภัยพิบัติ
.
ยังจำคำพูดของตัวเองได้หรือไม่ แล้วตอนนี้การกระทำเป็นอย่างไร ภัยพิบัติกลับมาอีกแล้ว ทำได้สักอย่างหรือไม่ อย่าดีแต่ลมปาก แต่ทำจริงไม่ได้สักอย่าง ที่ผ่านมาปล่อยให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดตกไป หากสิ่งที่ผมพูดไม่เป็นความจริง ขอให้ตัวแทน ครม.ลุกขึ้นมาพูดให้ประชาชนคลายความกังวลว่าหากรัฐบาลชุดนี้ไม่หยิบร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดขึ้นมาพิจารณาภายในวันที่ 13 พฤษภาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี หากเป็นเช่นนี้ประชาชนจะสบายใจ ขอให้รัฐบาลเอาความรู้สึก เอาความทุกข์ของประชาชนมาใส่ในใจตัวเองบ้าง เลิกทำงานด้วยการสั่งและขู่ให้ผู้ว่าฯ ไปขู่ปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอก็ไปขู่คนดับไฟ จนคนดับไฟต้องเข้าไปดับไฟทุกวัน จนล่าสุดมีคนดับไฟเสียชีวิตจากการเข้าไปดับไฟป่า คำขู่แบบนี้แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ ขอให้เลิกทำงานด้วยคำขู่แล้วหันมาใช้มันสมองสักที” นายภัทรพงษ์กล่าว
.
ด้านนายธนรัชกล่าวว่า ทุกวันนี้ค่าฝุ่นในหลายพื้นที่เป็น “สีม่วง” ที่เป็นอันตรายต่อคนในทุกกลุ่ม ด้านเศรษฐกิจปัญหาไฟป่ากวาดทำลายทรัพยากรธรรมชาติไป ด้านการท่องเที่ยวปัญหาหมอกควันพิษ ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก ที่ไร้นักท่องเที่ยวเพราะไม่มีใครอยากควักเงินในกระเป๋าเพื่อไปสูดดมสารพิษ คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนที่มีทางเลือกน้อยที่สุด พี่น้องประชาชนหลายคนทำงานในพื้นที่กลางแจ้ง ไม่มีโอกาสทำอะไรนอกจากก้มหน้าก้มตายอมรับสภาพไป และหลายคนขาดแคลนทุนทรัพย์ ไม่มีโอกาสเข้ามาในอาคารหรือพื้นที่ที่มีเครื่องฟอกอากาศ ตนได้ลงพื้นที่ไปที่จังหวัดเชียงรายมีโอกาสไปเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุ ซึ่งหลายท่านไม่มีการป้องกันที่ดีพอ ไม่มีเครื่องฟอกอากาศ หรือหน้ากากอนามัย ตนจึงคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดใจที่เผชิญปัญหานี้อย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
.
นายธนรัชกล่าวต่อว่า แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ใช่การมาระบายความโกรธหรือเกลียดใส่ใคร แต่ต้องเป็นการหาทางออกร่วมกัน ร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขวิกฤตครั้งนี้อย่างไร จึงอยากฝากข้อเสนอ 3 ระยะ ไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน คือ ระยะสั้น อยากเห็นการทำงานที่เป็นการทำงานเชิงรุก ปกป้องกลุ่มเปราะบาง สนับสนุนคนทำงาน ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันทีในหลายเรื่อง ประการแรก อยากให้รัฐบาลช่วยดูแลคนด่านหน้า ซึ่งพี่น้องในแต่ละหมู่บ้าน หลายๆ คนมีหัวใจอยากจะช่วยกันแก้ไขปัญหา แต่พวกเขาเหล่านั้นขาดทรัพยากร ทั้งเสื้อ อาหาร ทุนทรัพย์ แม้กระทั่งน้ำดื่มก็ไม่มี จึงอยากวิงวอนไปถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้องว่าอยากให้ช่วยระดมเครื่องมือ ทรัพยากร อุปกรณ์ และอยากให้ช่วยดูแลสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ด่านหน้าด้วย
.
นายธนรัชกล่าวอีกว่า ประการถัดมาคือ อยากขอให้ช่วยสนับสนุนท้องถิ่น ให้มีทรัพยากรเพียงพอเพื่อเข้าไปช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งท้องถิ่นมีทรัพยากรที่จำกัด มีไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหา จึงอยากให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนงบประมาณนำเข้าช่วยเหลือให้กับพื้นที่แต่ละท้องถิ่นทำงานประสานงานความร่วมมือกันกับผู้นำชุมชน กำหนดมาตรการความช่วยเหลือที่มีความจำเพาะและสอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ในระยะสั้นได้ นอกจากนี้ อยากให้ช่วยดูแลกลุ่มเด็กเล็กและกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ อาจทำงานผ่านกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็ได้ เช่น ในช่วงที่ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เกินกรอบที่กำหนดโรงเรียนควรมีอำนาจในการบริหารจัดการโดยที่ไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลางให้งดกิจกรรมกลางแจ้งได้เลย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่