โปรดเกล้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ รัฐบาลภูมิใจไทย ภาค 2 ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติพลังงาน และราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นสูง จนกระทบค่าครองชีพของประชาชน
นอกจากความท้าทายในการแก้ปัญหาแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า การสื่อสารของรัฐบาลต่อประชุมที่ผ่านมามีจุดอ่อนที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นไม่น้อย ทำให้ต้องปรับกระบวนทัพ หัวขบวนการสื่อสาร เพื่อกู้วิกฤติการเมืองไปพร้อมกันด้วย
ล่าสุด นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เพิ่มทีมสื่อสารในวิกฤติพลังงาน โดยดึง โบว์ “ณัฏฐา มหัทธนา” นักวิชาการอิสระ และนักเคลื่อนไหวทางสังคม เข้ามาทำหน้าที่ โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก.
“โบว์ ณัฏฐา” ไม่ใช่คนหน้าใหม่ โนเนม แต่เธอมีบทบาท ในงานถนัด ด้านสื่อสารมวลชน แรกเริ่มเคยร่วมจัดรายการ ดีว่าส์ คาเฟ่ Devas Cafe ผ่านทางช่อง Voice TV ในยุคบุกเบิก
แรกเริ่ม ณัฏฐาร่วมงานด้านสื่อสารมวลชนผ่านกระบอกเสียงของขั้วสีแดง ตระกูลชินวัตร โดยร่วมดรีมทีม ผู้ประกาศดีว่าส์ คาเฟ่ ยุคแรกเริ่ม ประกอบด้วย แขก คำผกา หรือ ลักขณา ปันวิชัย ช่อ พรรณิการ์ วานิช และโบว์ ณัฏฐา
จุดกำเนิดของวอยซ์ทีวีเกิดขึ้นหลัง ”ทักษิณ ชินวัตร” ต้องลี้ภัยทางการเมืองในช่วงปี 2551 ทำให้เกิดสื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและต้องการสื่อสารแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์
การผุดรายการ ดีว่าส์ คาเฟ่ เพื่อต้องการสื่อให้สังคมเห็นถึงบทบาทของสตรีในการจัดรายการวิเคราะห์ข่าวการเมืองได้ และช่วงนั้นยังเป็นยุคทองของรายการผู้หญิงด้วย ที่กำลังมาแรงทั้งรายการ ”ผู้หญิงถึงผู้หญิง“และ รายการแจ๋ว
ต่อมาณัฏฐา ยังมีบทบาทเป็นนักเคลื่อนไหว ด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีจุดยืนต่อต้านรัฐประหาร และเคลื่อนไหวหนักที่สุดในช่วงยุครัฐบาล คสช. ก่อนจะมาทำงานด้านสื่อสารให้สื่อในเครือข่ายพรรคสีน้ำเงิน
โปรไฟล์การศึกษาของณัฏฐา จบอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีประสบการณ์ด้านองค์กรระหว่างประเทศด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ของ Britsh Council ซึ่งการทำงานในที่แห่งนี้ทำให้เป็นจุดหล่อหลอมให้เธอมีความคิดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียม
ณัฏฐา เคยให้สัมภาษณ์เมื่อปีที่แล้วว่า “ชอบการสื่อสารมาตั้งแต่เด็กๆ รู้ตัวอยากเรียนอักษรฯ ตั้งแต่ ป.4 และพอ ม.4 สอบเทียบ เข้าคณะที่อยากเรียนตั้งแต่เด็ก”
ส่วนเรื่องการเมือง เธอไม่เคยสนใจ แต่เมื่อเจอเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือพธม. ซึ่งมีลูกน้องในทีมงาน ไปร่วมชุมนุมม็อบเสื้อเหลืองมือตบ มีผ้าโพกหัวสีเหลืองมาพาดที่เก้าอี้ที่ทำงาน ครั้งนั้นเธอคิดว่าการร่วมชุมนุมทางการเมืองของลูกน้อง เป็นเรื่องไม่ผิดปกติอะไร
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเธอ เกิดขึ้นเมื่อครั้งเหตุการณ์รัฐประหารรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เมื่อ 19 ก.ย.2549 ซึ่งเธอย้ำจุดยืนว่าเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย “ทำไมในยุคนี้ มันเกิดรัฐประหารได้ในประเทศของเรา จึงเป็นจุดตั้งต้นที่สนใจการเมือง“
รัฐประหาร 22 พ.ค.2557 เป็นจุดพีคของ “ณัฏฐา” เมื่อเธอได้ลุกขึ้นมาร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างหนัก เพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชน และกดดันคณะยึดอำนาจให้มีการคืนอำนาจให้กับประชาชนผ่านการเลือกตั้งโดยเร็วในช่วงเดือน พ.ค.2561
โดยณัฏฐาร่วมเป็นหัวหอกกับคนรุ่นใหม่ "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" ในการชุมนุมกลุ่มที่ต่อต้านรัฐประหาร ได้ร่วมกับ รังสิมันต์ โรม อานนท์ นำภา ลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว โตโต้ ปิยวัฒ์ จงเทพ จ่านิว สิรวิชช์ เสรีธิวัฒน์ เอกชัย หงส์กังวาน
เวลาต่อมาเธอและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ถูกฟ้องในข้อหามั่วสุมยุยงปลุกปั่น ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 และความผิด ป.อาญา มาตรา 116
จนกระทั่งล่าสุด ไม่กี่วันที่ผ่านมา 26 มี.ค.2569 ศาลอาญาได้พิพากษายกฟ้อง และสั่งปรับจำเลยคนละ 200 บาท ฐานใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต
แม้ในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังเลือกตั้งปี 2562 ณัฏฐาจะพยายามเคลื่อนไหวในภาคประชาชน เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ระยะหลังก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ จากนักเคลื่อนไหวทางการเมือง มาจัดรายการในบทบาทสื่อมวลชน เปิดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเต็มรูปแบบ
โดยรณรงค์ให้มีการออกเสียงประชามติ เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อ 8 ก.พ.2569
ที่น่าสนใจ โบว์ ณัฏฐา ยังทำงานทั้งหน้าฉาก หลังฉาก ให้พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้จัดรายการ วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง
ทำให้ถูกมองว่า มีสถานะ "นางแบกสีน้ำเงิน" เมื่อเปิดช่องจัดรายการ Ringside การเมือง วิเคราะห์ข่าวสารการเมือง และสื่อสารชี้แจงประเด็นต่างๆ ให้พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีผัติดตามในยูทูปกว่า 60,000
“ทุกคนไม่ใช่ขาว หรือดำ บางเรื่องที่เราคิดว่าเขาดำ เขาคิดว่าตัวเองขาวก็ได้ เพียงแต่เราเสนอความคิดของเราว่า อันไหนที่เราไม่เห็นด้วย" ณัฏฐา พูดถึงจุดยืนทางการเมืองของตัวเองในระยะหลัง
นอกจากนี้ ณัฏฐา ยังเป็นนักจัดรายการ “เรื่องดังหลังข่าว” ทางช่องเอ็นบีที สื่อในยุครัฐบาลภูมิใจไทย สมัยแรก
ภาพลักษณ์นักพูด นักสื่อสารทางการเมือง จึงเข้าตานายกฯ อนุทิน จนรองนายกฯ และรมว.คมนาคม พิพัฒน์ รัชกิจประการ ผอ.ศบก. ต้องจรดปากกาลงนามให้ “โบว์ ณัฏฐา” เป็นโฆษก ศบก.ป้ายแดง เพื่อช่วยรัฐบาลสีน้ำเงิน ชี้แจงเรื่องวิกฤติพลังงาน
ณัฏฐา ชี้แจงในการเริ่มปฏิบัติหน้าที่วันแรก 31 มี.ค.2569 ว่า ศบก.จะเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสาร ตามนโยบายที่นายกฯ บอกว่า เมื่อต้องยืนระยะ และวิ่งมาราธอนไปด้วยกันทั้งประเทศแบบนี้ จำเป็นต้องสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจ ทั้งคนทุกระดับ ทุกเพศ ทุกวัย และทุกพื้นที่
ขณะเดียวกัน "ณัฏฐา" ยังเจอบททดสอบการสื่อสารหน้าฉากในภาวะวิกฤติด้วยแรงกระแทกคำถามจากสื่อมวลชนถึงเหตุใดจึงประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 4 ทุ่มอีกครั้ง
"ไม่ทราบว่าใครคอนเฟิร์มว่าจะไม่ขึ้นกลางคืนและตามหลักเห็นด้วยว่าไม่ควรประกาศราคาล่วงหน้า เพราะไม่ต้องการให้เกิดการกักตุน และน้ำมันขาดหน้าปั๊มในอดีต อาจบอกราคาล่วงหน้าเพราะไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต จึงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องไปตุน"
"แต่วันนี้ถ้าบอกล่วงหน้าก็จะเจอแบบสถานการณ์ที่ผ่านมา และจากนี้อาจเจอการขึ้นน้ำมันเรื่อยๆแบบนี้ ทั้งนี้ การไม่ประกาศก่อน จะไปลดความพยายามกักตุนและลักลอบส่งออก เนื่องจากราคาหน้าปั๊มต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกับเราทั้งหมด"
โจทย์ที่นายกฯ ให้มา จึงขอให้เป็นการเล่าเรื่องแบบเข้าใจง่ายที่สุด และให้ความเป็นจริงอย่างโปร่งใสมากที่สุด นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้กำชับให้โฆษก ศบก.ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูล 2 ทาง คือนำข้อมูลจาก ศบก.มาบอกประชาชน แต่นำข้อมูลจากประชาชนไปบอก ศบก.ด้วย ดังนั้น ในการแถลงของ ศบก.ก็จะรับฟังความคิดเห็น และรับคำถามจากประชาชน ในช่องทางโซเชียลมีเดีย ไลฟ์สด NBT ด้วย
สถานการณ์วิกฤติพลังงาน ที่ส่อเค้าจะลากยาว และอาจลากความเชื่อมั่นรัฐบาลลงไปด้วย ดังนั้นวอร์รูมข่าวสาร จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างเลี่ยงไม่ได้ "โบว์ ณัฏฐา" จึงเป็นหนึ่งในตัวช่วยของทีมสื่อสาร ที่ต้องร่วมกันแบกวิกฤติรัฐบาล และเบรกกระแสขาลงให้ได้
https://www.facebook.com/share/p/1ArHZ7qTv1/
#รัฐบาล #อนุทิน #ภูมิใจไทย #เนชั่นสุดสัปดาห์ #การเมือง #ข่าวล่าสุด #โบว์
เปิดตัว 'นางแบก' 'โบว์ ณัฏฐา' พีอาร์วิกฤตน้ำมัน
นอกจากความท้าทายในการแก้ปัญหาแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า การสื่อสารของรัฐบาลต่อประชุมที่ผ่านมามีจุดอ่อนที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นไม่น้อย ทำให้ต้องปรับกระบวนทัพ หัวขบวนการสื่อสาร เพื่อกู้วิกฤติการเมืองไปพร้อมกันด้วย
ล่าสุด นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เพิ่มทีมสื่อสารในวิกฤติพลังงาน โดยดึง โบว์ “ณัฏฐา มหัทธนา” นักวิชาการอิสระ และนักเคลื่อนไหวทางสังคม เข้ามาทำหน้าที่ โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก.
“โบว์ ณัฏฐา” ไม่ใช่คนหน้าใหม่ โนเนม แต่เธอมีบทบาท ในงานถนัด ด้านสื่อสารมวลชน แรกเริ่มเคยร่วมจัดรายการ ดีว่าส์ คาเฟ่ Devas Cafe ผ่านทางช่อง Voice TV ในยุคบุกเบิก
แรกเริ่ม ณัฏฐาร่วมงานด้านสื่อสารมวลชนผ่านกระบอกเสียงของขั้วสีแดง ตระกูลชินวัตร โดยร่วมดรีมทีม ผู้ประกาศดีว่าส์ คาเฟ่ ยุคแรกเริ่ม ประกอบด้วย แขก คำผกา หรือ ลักขณา ปันวิชัย ช่อ พรรณิการ์ วานิช และโบว์ ณัฏฐา
จุดกำเนิดของวอยซ์ทีวีเกิดขึ้นหลัง ”ทักษิณ ชินวัตร” ต้องลี้ภัยทางการเมืองในช่วงปี 2551 ทำให้เกิดสื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและต้องการสื่อสารแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์
การผุดรายการ ดีว่าส์ คาเฟ่ เพื่อต้องการสื่อให้สังคมเห็นถึงบทบาทของสตรีในการจัดรายการวิเคราะห์ข่าวการเมืองได้ และช่วงนั้นยังเป็นยุคทองของรายการผู้หญิงด้วย ที่กำลังมาแรงทั้งรายการ ”ผู้หญิงถึงผู้หญิง“และ รายการแจ๋ว
ต่อมาณัฏฐา ยังมีบทบาทเป็นนักเคลื่อนไหว ด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีจุดยืนต่อต้านรัฐประหาร และเคลื่อนไหวหนักที่สุดในช่วงยุครัฐบาล คสช. ก่อนจะมาทำงานด้านสื่อสารให้สื่อในเครือข่ายพรรคสีน้ำเงิน
โปรไฟล์การศึกษาของณัฏฐา จบอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีประสบการณ์ด้านองค์กรระหว่างประเทศด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ของ Britsh Council ซึ่งการทำงานในที่แห่งนี้ทำให้เป็นจุดหล่อหลอมให้เธอมีความคิดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียม
ณัฏฐา เคยให้สัมภาษณ์เมื่อปีที่แล้วว่า “ชอบการสื่อสารมาตั้งแต่เด็กๆ รู้ตัวอยากเรียนอักษรฯ ตั้งแต่ ป.4 และพอ ม.4 สอบเทียบ เข้าคณะที่อยากเรียนตั้งแต่เด็ก”
ส่วนเรื่องการเมือง เธอไม่เคยสนใจ แต่เมื่อเจอเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือพธม. ซึ่งมีลูกน้องในทีมงาน ไปร่วมชุมนุมม็อบเสื้อเหลืองมือตบ มีผ้าโพกหัวสีเหลืองมาพาดที่เก้าอี้ที่ทำงาน ครั้งนั้นเธอคิดว่าการร่วมชุมนุมทางการเมืองของลูกน้อง เป็นเรื่องไม่ผิดปกติอะไร
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเธอ เกิดขึ้นเมื่อครั้งเหตุการณ์รัฐประหารรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เมื่อ 19 ก.ย.2549 ซึ่งเธอย้ำจุดยืนว่าเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย “ทำไมในยุคนี้ มันเกิดรัฐประหารได้ในประเทศของเรา จึงเป็นจุดตั้งต้นที่สนใจการเมือง“
รัฐประหาร 22 พ.ค.2557 เป็นจุดพีคของ “ณัฏฐา” เมื่อเธอได้ลุกขึ้นมาร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างหนัก เพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชน และกดดันคณะยึดอำนาจให้มีการคืนอำนาจให้กับประชาชนผ่านการเลือกตั้งโดยเร็วในช่วงเดือน พ.ค.2561
โดยณัฏฐาร่วมเป็นหัวหอกกับคนรุ่นใหม่ "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" ในการชุมนุมกลุ่มที่ต่อต้านรัฐประหาร ได้ร่วมกับ รังสิมันต์ โรม อานนท์ นำภา ลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว โตโต้ ปิยวัฒ์ จงเทพ จ่านิว สิรวิชช์ เสรีธิวัฒน์ เอกชัย หงส์กังวาน
เวลาต่อมาเธอและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ถูกฟ้องในข้อหามั่วสุมยุยงปลุกปั่น ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 และความผิด ป.อาญา มาตรา 116
จนกระทั่งล่าสุด ไม่กี่วันที่ผ่านมา 26 มี.ค.2569 ศาลอาญาได้พิพากษายกฟ้อง และสั่งปรับจำเลยคนละ 200 บาท ฐานใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต
แม้ในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังเลือกตั้งปี 2562 ณัฏฐาจะพยายามเคลื่อนไหวในภาคประชาชน เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ระยะหลังก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ จากนักเคลื่อนไหวทางการเมือง มาจัดรายการในบทบาทสื่อมวลชน เปิดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเต็มรูปแบบ
โดยรณรงค์ให้มีการออกเสียงประชามติ เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อ 8 ก.พ.2569
ที่น่าสนใจ โบว์ ณัฏฐา ยังทำงานทั้งหน้าฉาก หลังฉาก ให้พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้จัดรายการ วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง
ทำให้ถูกมองว่า มีสถานะ "นางแบกสีน้ำเงิน" เมื่อเปิดช่องจัดรายการ Ringside การเมือง วิเคราะห์ข่าวสารการเมือง และสื่อสารชี้แจงประเด็นต่างๆ ให้พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีผัติดตามในยูทูปกว่า 60,000
“ทุกคนไม่ใช่ขาว หรือดำ บางเรื่องที่เราคิดว่าเขาดำ เขาคิดว่าตัวเองขาวก็ได้ เพียงแต่เราเสนอความคิดของเราว่า อันไหนที่เราไม่เห็นด้วย" ณัฏฐา พูดถึงจุดยืนทางการเมืองของตัวเองในระยะหลัง
นอกจากนี้ ณัฏฐา ยังเป็นนักจัดรายการ “เรื่องดังหลังข่าว” ทางช่องเอ็นบีที สื่อในยุครัฐบาลภูมิใจไทย สมัยแรก
ภาพลักษณ์นักพูด นักสื่อสารทางการเมือง จึงเข้าตานายกฯ อนุทิน จนรองนายกฯ และรมว.คมนาคม พิพัฒน์ รัชกิจประการ ผอ.ศบก. ต้องจรดปากกาลงนามให้ “โบว์ ณัฏฐา” เป็นโฆษก ศบก.ป้ายแดง เพื่อช่วยรัฐบาลสีน้ำเงิน ชี้แจงเรื่องวิกฤติพลังงาน
ณัฏฐา ชี้แจงในการเริ่มปฏิบัติหน้าที่วันแรก 31 มี.ค.2569 ว่า ศบก.จะเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสาร ตามนโยบายที่นายกฯ บอกว่า เมื่อต้องยืนระยะ และวิ่งมาราธอนไปด้วยกันทั้งประเทศแบบนี้ จำเป็นต้องสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจ ทั้งคนทุกระดับ ทุกเพศ ทุกวัย และทุกพื้นที่
ขณะเดียวกัน "ณัฏฐา" ยังเจอบททดสอบการสื่อสารหน้าฉากในภาวะวิกฤติด้วยแรงกระแทกคำถามจากสื่อมวลชนถึงเหตุใดจึงประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 4 ทุ่มอีกครั้ง
"ไม่ทราบว่าใครคอนเฟิร์มว่าจะไม่ขึ้นกลางคืนและตามหลักเห็นด้วยว่าไม่ควรประกาศราคาล่วงหน้า เพราะไม่ต้องการให้เกิดการกักตุน และน้ำมันขาดหน้าปั๊มในอดีต อาจบอกราคาล่วงหน้าเพราะไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต จึงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องไปตุน"
"แต่วันนี้ถ้าบอกล่วงหน้าก็จะเจอแบบสถานการณ์ที่ผ่านมา และจากนี้อาจเจอการขึ้นน้ำมันเรื่อยๆแบบนี้ ทั้งนี้ การไม่ประกาศก่อน จะไปลดความพยายามกักตุนและลักลอบส่งออก เนื่องจากราคาหน้าปั๊มต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกับเราทั้งหมด"
โจทย์ที่นายกฯ ให้มา จึงขอให้เป็นการเล่าเรื่องแบบเข้าใจง่ายที่สุด และให้ความเป็นจริงอย่างโปร่งใสมากที่สุด นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้กำชับให้โฆษก ศบก.ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูล 2 ทาง คือนำข้อมูลจาก ศบก.มาบอกประชาชน แต่นำข้อมูลจากประชาชนไปบอก ศบก.ด้วย ดังนั้น ในการแถลงของ ศบก.ก็จะรับฟังความคิดเห็น และรับคำถามจากประชาชน ในช่องทางโซเชียลมีเดีย ไลฟ์สด NBT ด้วย
สถานการณ์วิกฤติพลังงาน ที่ส่อเค้าจะลากยาว และอาจลากความเชื่อมั่นรัฐบาลลงไปด้วย ดังนั้นวอร์รูมข่าวสาร จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างเลี่ยงไม่ได้ "โบว์ ณัฏฐา" จึงเป็นหนึ่งในตัวช่วยของทีมสื่อสาร ที่ต้องร่วมกันแบกวิกฤติรัฐบาล และเบรกกระแสขาลงให้ได้
https://www.facebook.com/share/p/1ArHZ7qTv1/
#รัฐบาล #อนุทิน #ภูมิใจไทย #เนชั่นสุดสัปดาห์ #การเมือง #ข่าวล่าสุด #โบว์