เราทุกคน…กำลังค่อยๆ ขยับที่นั่ง เข้าใกล้ความจริง... โดยไม่รู้ตัว

ผมเคยได้ยินโครงเรื่องหนึ่งมานานแล้วครับ
แต่จำไม่ได้ว่ามาจากหนังสือธรรมะ  
หรือบทความอะไรสักอย่าง จำได้ไม่แม่นแล้ว
แต่ภาพของเรื่องราวนี้ มันติดอยู่ในหัวผมมาตลอด.....

มันไม่ได้เล่าความตายแบบน่ากลัว ...นะครับ ....
แต่มันเล่า “ความธรรมดา” ของความตาย…ผ่านชีวิตเราเอง
 


ลองนึกถึง “งานศพ” ดูนะครับ

>>  ตอนเราเป็นเด็ก
เราวิ่งเล่นอยู่ท้ายแถวเก้าอี้ ในงาน....  
ตอนนั้นเราไม่รู้ และไม่สนใจหรอกว่า
หน้างานเขามีอะไรกัน....???
เสียงหัวเราะพวกเรา  ยังดังกว่าเสียงสวดของพระเสียอีก....
“โลงศพ” อยู่ไกลมาก...... 
ทั้งระยะทาง…และความเข้าใจ


 >> พอโตขึ้นอีกนิด ..... เริ่มรู้ความ
เราก็เริ่มมีบทบาท และหน้าที่เล็กๆ ...
ใช่.... เรากลายเป็นเด็กเสิร์ฟน้ำ-อาหารว่าง ให้แขก ....
เราช่วยยกเก้าอี้ เก็บโต๊ะ  เดินเข้าออกมากขึ้น


เหมือนชีวิตเริ่ม “ขยับเข้าใกล้” บางอย่าง
แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกกับมันจริง ๆ
 

>>  โตขึ้นมาอีกนิด.....  
เราก็กลายเป็น “แขกในงาน” ได้นั่งฟังพระสวด
เริ่มเงียบ และสำรวมขึ้นโดยไม่รู้ตัว .....
ตอนแรก ก็นั่งแถวหลัง....
แล้ววันหนึ่ง…ก็ขยับมานั่งแถวกลาง.....
ไม่ใช่เพราะใครบอก หรือมากำหนดให้เรานั่ง .... 
แต่เพราะ “บทบาทในชีวิต” มันเปลี่ยนไปเอง
 
 
>>>  พอถึงช่วงหนึ่งของชีวิต ...... 
เราก็ได้นั่งแถวหน้า ในฐานะเจ้าภาพ
อาจเป็นพ่อหรือแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ หรือคนที่เรารัก

ตอนนั้น ....  โลงศพไม่ได้อยู่ไกลตัวเรา อีกต่อไปแล้ว
มันขยับ “ใกล้” มาหาเรา
หรือ เราเอง ที่ขยับไปหามัน
ไม่มีใครตอบได้ ....    
 
แล้วสุดท้าย…  ก็ถึงวันที่
เราไม่ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวไหนเลยในงานนั่น....
แต่เป็นคนที่ “นอนอยู่ในโลง” นั่นเอง
 
พอมองย้อนกลับไป
มันไม่ใช่เรื่องเศร้าเลยนะครับ
แต่มันเหมือนเป็น “เส้นทางปกติ” ของชีวิตทุกคน.....

เราไม่ได้เดินหนีความตาย  
แต่เราค่อยๆ เดิน “เข้าไปหา” มัน 
อย่างช้าๆ ตามวัย ตามบทบาทและจังหวะชีวิตที่พาไป.....
โดยที่บางที…เราแทบไม่ทันสังเกตเห็นมัน....
  
 
-------
ถ้าความตายมันเป็นเรื่องธรรมดาขนาดนี้
เราควร “กลัวมัน” หรือ “เข้าใจมัน” มากกว่ากัน?

การที่เรารู้ว่า วันหนึ่งเราจะไปถึงตรงนั้น
มันควรทำให้เราใช้ชีวิต “ระวังขึ้น”
หรือ “กล้าขึ้น” กันแน่ ?
 
แล้วในวันนี้…
เรานั่งอยู่ “แถวไหน” ของชีวิตตัวเอง ? 
 
บางที ....นะครับ
ความหมายของเรื่องนี้ อาจไม่ใช่เรื่องความตายเลยก็ได้
แต่มันอาจเป็นแค่การเตือนตัวเองแบบเบา ๆ ว่า
“ทุกช่วงวัย…มันกำลังพาเราไปข้างหน้าเสมอ”
และคำถามจริงๆ อาจไม่ใช่
เราจะตายเมื่อไหร่
แต่คือ
“ก่อนจะถึงวันนั้น…เราใช้ชีวิตยังไงมากกว่า”
 
 ----------
 
ปล. วรรคนี้อยู่นอกสคริปครับ
จริง ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะเอาเรื่องนี้มาลงพันทิป
มันเป็นอีกเวอร์ชันที่เขียนไว้ใน Blog ส่วนตัว

แต่มีบางอย่างมาสะกิดใจ…ก็เลยอยากเอามาแบ่งปัน

ปล.
กระทู้นี้ขออุทิศให้ใครคนหนึ่งในพันทิป
แม้เราจะไม่เคยรู้จักกันก็ตาม
อยากบอกสั้นๆ ว่า
"ลองปลงกับชีวิตให้มากขึ้นหน่อยครับ
ร้อนก็พัก เหนื่อยก็วางบ้าง"
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่