ชีวิตดรอปเรียน

อยากมาแชร์ประสบการณ์การดรอปเรียนว่าเป็นยังไงต้องเจออะไรบ้าง ต้องปฏิบัติตัวยังไง เผื่อใครที่พึ่งจะเจอปัญหาเดียวกันกับผม แล้วบังเอิญเลื่อนผ่านมาเจอข้อความนี้

ผมไม่ได้ตั้งใจจะดรอปเรียนเลยจริงๆ
มันเป็นการ “แก้ไม่ทันแค่วันเดียว” แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปทันที

พอรู้ตัวว่าไม่ได้เรียนต่อแล้ว
ความคิดแรกที่ขึ้นมาในหัวคือ
“แล้วจะเอายังไงต่อดีวะ…”
“ชีวิตจะไปทางไหน…”
“ที่บ้านจะว่าไง…”

ช่วงแรกบอกตรงๆ ว่าดิ่งมาก
มันเป็นความรู้สึกที่ทรมาน ทำใจไม่ได้เลย
ผมร้องไห้แทบทุกวัน เป็นเดือนๆ
ความคิดมันวนอยู่ในหัวตลอดเวลา หนีไม่พ้น

ผมโทษตัวเองตลอด
คิดแต่ว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ แค่วันเดียวก็คงไม่เป็นแบบนี้

แต่สุดท้ายเราก็หนีมันไม่ได้
ต้องอยู่กับมันให้ได้ และต้องยอมรับมันให้ได้

ผมเริ่มคิดว่า อย่างน้อยต้องไม่ปล่อยให้การดรอปครั้งนี้ “เสียเปล่า”
เลยพยายามหาทำอะไรที่มันพัฒนาตัวเอง

ผมไปแข่งบอลบ้าง
ดูคลิปความรู้ต่างๆ
พยายามเอาสิ่งดีๆ ใส่เข้าตัวเอง

ถึงจะพยายามใช้ชีวิตต่อ
แต่ความรู้สึกแย่ๆ มันก็ยังอยู่
เหมือนเราใช้ชีวิต “ไปพร้อมกับมัน”

หลังจากดรอป ผมเจอหลายอย่างที่ไม่คิดว่าจะเจอ
ทั้งความอับอาย
ไม่กล้าบอกใครว่าตัวเองดรอปเรียนอยู่
เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวกับ “สิ่งที่เราเสียไป”
มันกระทบใจได้แรงกว่าที่คิด

โชคดีที่คนรอบข้างผมค่อนข้างดี
ตอนแรกทุกคนก็เสียใจกันหมด
แต่หลังจากนั้นก็พยายามช่วยกันคิดว่า
จะพาผมไปต่อยังไงดี

ถึงจะมีบางคำพูดที่กระทบบ้าง
แต่มันก็ทำให้เราแข็งแรงขึ้นเหมือนกัน

อีกอย่างที่ไม่คิดว่าจะเจอเลยคือ
“ปัญหาสุขภาพจิต”

ตอนแรกผมคิดว่า ผมวางแผนไว้แล้วว่าจะทำอะไร
แต่พอเจอจริงๆ มันไม่เหมือนที่คิด
ใจมันแย่จนไม่อยากทำอะไรเลย

แต่พอเวลาผ่านไป
เราก็ค่อยๆ ปรับตัวได้

มันไม่ได้ดีขึ้นในวันเดียว
แต่มัน “ค่อยๆ ดีขึ้น“

สุดท้ายนี้อยากบอกกับคนที่กำลังเจอแบบผมว่า

การดรอป มันไม่ได้แปลว่าเราหยุดเดิน

เราแค่ “เดินช้าลง”
เพื่อทบทวนตัวเอง
เพื่อพัฒนาตัวเอง

และเพื่อให้ครั้งต่อไปที่เราเริ่มเดินอีกครั้ง
เราจะเดินได้ “มั่นคงกว่าเดิม”

เชื่อเถอะว่า
เส้นชัยมันไม่ได้หายไปไหน

มันยังรอให้เราไปถึงมันอยู่เหมือนเดิม

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่