วิกฤติน้ำมันที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทุกประเทศ
ราคาน้ำมัน 1 ลิตร จะมีส่วนของภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
หากรัฐบาลงดเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ก็จะทำให้ราคารน้ำมันต่อลิตรลดลงมากพอสมควร
หากไม่มีการงดเก็บภาษีวิธีแก้อีกวิธีคือ การออก พ.ร.ก.กู้เงิน เห็นข่าวว่ารัฐจะ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1.5 แสนล้านบาทเพื่อมาแก้ปัญหาวิกฤติในครั้งนี้
เมื่อนำมาวิธีแก้ปัญหา 2 วิธีมาเปรียบเทียบกัน
1.งดเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ก็จะทำให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐลดลงไปอย่างมาก ส่งผลต่อจีดีพีโดยรวม
ที่ประมาณการไว้ 2.5 อาจจะลดลงไปอย่างมากหรือถึงขึ้นติดลบเลย ส่งผลต่อการทำงบประมาณของปี 69 ที่ได้ทำเอาไว้ที่รายได้ไม่เข้าเป้าหมาย
หรือส่งผลต่อการทำงบปี 70
2.การออก พ.ร.ก.กู้เงิน แต่ต้องแลกมากับการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะจะผมผูกพันในอนาคตต้องมาชดใช้คืน แต่รายได้ของประเทศ
ก็จะลดลงไปไม่มาก การประมาณการหรือทำงบประมาณรายจ่ายปี 69 ก็จะเป็นไปตามที่วางแผน สามารถมีเงินไปทำโครงสร้าง
พื้นฐานต่างๆ เช่น รถไฟความเร็วสูงระยะที่เหลือหรือรถไฟทางคู่ ท่าเรือ นิคมอุตสาหกรรม การแก้ปัญหาระบบน้ำ บลาๆๆ
วิกฤติน้ำมัน ระหว่างให้รัฐบาลไทยงดเก็บภาษีต่างๆในน้ำมัน กับ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน จะเลือกทางไหนดีกว่ากัน
ราคาน้ำมัน 1 ลิตร จะมีส่วนของภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
หากรัฐบาลงดเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ก็จะทำให้ราคารน้ำมันต่อลิตรลดลงมากพอสมควร
หากไม่มีการงดเก็บภาษีวิธีแก้อีกวิธีคือ การออก พ.ร.ก.กู้เงิน เห็นข่าวว่ารัฐจะ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1.5 แสนล้านบาทเพื่อมาแก้ปัญหาวิกฤติในครั้งนี้
เมื่อนำมาวิธีแก้ปัญหา 2 วิธีมาเปรียบเทียบกัน
1.งดเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ก็จะทำให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐลดลงไปอย่างมาก ส่งผลต่อจีดีพีโดยรวม
ที่ประมาณการไว้ 2.5 อาจจะลดลงไปอย่างมากหรือถึงขึ้นติดลบเลย ส่งผลต่อการทำงบประมาณของปี 69 ที่ได้ทำเอาไว้ที่รายได้ไม่เข้าเป้าหมาย
หรือส่งผลต่อการทำงบปี 70
2.การออก พ.ร.ก.กู้เงิน แต่ต้องแลกมากับการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะจะผมผูกพันในอนาคตต้องมาชดใช้คืน แต่รายได้ของประเทศ
ก็จะลดลงไปไม่มาก การประมาณการหรือทำงบประมาณรายจ่ายปี 69 ก็จะเป็นไปตามที่วางแผน สามารถมีเงินไปทำโครงสร้าง
พื้นฐานต่างๆ เช่น รถไฟความเร็วสูงระยะที่เหลือหรือรถไฟทางคู่ ท่าเรือ นิคมอุตสาหกรรม การแก้ปัญหาระบบน้ำ บลาๆๆ