ตลาดในมหาสารคามเงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าแห่ปิดร้านเซ่นพิษน้ำมันแพง-กำลังซื้อประชาชนลดลง
.

.
บรรยากาศการค้าขายในตลาดแห่งหนึ่ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด พ่อค้าแม่ค้าทยอยปิดร้านจำนวนมาก จากผลกระทบของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการค้าขายเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังซื้อของประชาชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
.
จากการลงพื้นที่พบว่า แผงค้าจำนวนไม่น้อยถูกปิดว่างต่างจากในอดีตที่มีผู้ค้าจับจองเต็มแทบทุกล็อก บรรยากาศโดยรวมซบเซา มีประชาชนเดินเลือกซื้อสินค้าบางตา ผู้ค้าหลายรายระบุว่ายอดขายลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคหันมาประหยัดค่าใช้จ่าย เลือกซื้อเฉพาะสิ่งจำเป็น
.
แม่ค้าภายในตลาดอาหาร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตลาดมีความคึกคัก สามารถขายสินค้าได้ทุกวัน แต่หลังจากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนในการเดินทางและการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาสินค้าที่ต้องปรับตัวสูงขึ้นตาม ส่งผลให้ลูกค้าลดลงอย่างมาก บางวันเปิดร้านแต่ขายแทบไม่ได้ รายได้ไม่พอกับต้นทุน ทั้งค่าน้ำมัน ค่าวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เปิดไปก็เจ๊ง เลยต้องหยุดขายชั่วคราว
.
แม่ค้าอีกรายในตลาด เปิดเผยอีกว่า เมื่อก่อนเคยเติมน้ำมันจักรยานยนต์ 100 บาทก็เต็ม แต่ตอนนี้เกือบ 200 บาทแล้ว ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อยที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้เต็มที่ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคประชาชนแรงงานและเป็นนักศึกษา
.
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงและกำลังซื้อไม่ฟื้นตัว อาจส่งผลให้ตลาดชุมชนซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของท้องถิ่นซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง และกระทบต่อรายได้ของประชาชนในพื้นที่ในระยะยาว
.
.
สงกรานต์ยอดจองวูบ 5-10% ผลพวงสงครามดันน้ำมันแพง คนเมินขับรถเที่ยว เล็งยื่นข้อเสนอถึง รมว.ใหม่.
https://www.matichon.co.th/economy/news_5658487
.
สงกรานต์ยอดจองวูบ 5-10% ผลพวงสงครามดันน้ำมันแพง คนเมินขับรถเที่ยว เล็งยื่นข้อเสนอถึง รมว.ใหม่
.
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นาย
เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดือนเมษายนนี้ สมาคมฯ คาดการณ์ว่าการจองล่วงหน้าจะชะลอตัวลงไม่มากนัก ติดลบประมาณ 5-10% เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงความไม่มั่นใจว่าน้ำมันจะขาดแคลนระหว่างการเดินทางหรือไม่ แต่ความน่ากังวลคือ
ในบางจังหวัดของไทยตอนนี้ สถานการณ์น่าเป็นห่วงมาก และคาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักกว่าจังหวัดอื่นๆ โดยเฉพาะเชียงใหม่ ซึ่งเพิ่งบันทึกอัตรามลพิษทางอากาศ หรือฝุ่นพีเอ็มสูงสุดของโลก ส่งผลกระทบกับการเดินทางท่องเที่ยวแน่นอน ยิ่งใกล้จะเข้าสู่ช่วงสงกรานต์แล้วด้วย
.
นาย
เทียนประสิทธิ์กล่าวว่า ตลาดไทยเที่ยว หรือคนไทยเที่ยวในประเทศ ในช่วงสงกรานต์มีวันหยุดยาวส่วนใหญ่คนไทยบางกลุ่มจะเลือกใช้เป็นโอกาสในการเดินทางท่องเที่ยวด้วยการขับรถยนต์เที่ยวระยะไกล กับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว แต่พอมีวิกฤตน้ำมันราคาแพงขึ้นบวกกับความไม่มั่นใจจะหาปั๊มเติมระหว่างทางได้ปกติหรือไม่ ทำให้อาจมีการเลื่อนการเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังเส้นทางไกลๆ ก่อน อาทิ นิยมขับรถเที่ยวจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ หรือจากกรุงเทพฯไปกระบี่ ตอนนี้จะได้รับผลกระทบมากขึ้นเป็นผลกระทบที่เพิ่มขึ้นจากการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากด้วยเช่นกัน
.
“
ในช่วงที่การท่องเที่ยวซบเซากว่าที่คาดการณ์ไว้ โรงแรมอาจยังไม่ขึ้นราคาห้องพัก เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวไปในตัว แต่จะเสนอบริการเพิ่มเติมเพื่อมอบให้แก่แขกผู้เข้าพักเพิ่มเติมแทน โดยโอกาสที่กำลังจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ ขณะนี้สมาคมกำลังรวบรวมข้อเสนอจากสมาชิกเพื่อยื่นข้อเสนอต่อรัฐมนตรีคนใหม่ เป็นข้อเสนอเกี่ยวกับภาคโรงแรมในการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ” นาย
เทียนประสิทธิ์กล่าว
.
.
เชียงใหม่จมฝุ่น PM 2.5 ครองอันดับ 1 เมืองมลพิษมากสุดในโลก
https://www.matichon.co.th/local/news_5658966
.
เชียงใหม่จมฝุ่น PM 2.5 ครองอันดับ 1 เมืองมลพิษมากสุดในโลก
.
เมื่อวันที่ 1 เมษายน เว็บไซต์ IQAir ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศแบบเรียลไทล์ ได้จัดอันดับเมือง/ประเทศที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก 10 อันดับ ระหว่างเวลา 06.00-07.00 น. พบว่า
.
1. เชียงใหม่ ประเทศไทย อยู่ในอันดับ 1 ค่าP.M 2.5 อยู่ที่ 208 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)
2. จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย 165 มคก./ลบ.ม.
3. เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน 158 มคก./ลบ.ม.
4. โกลกาตา ประเทศอินเดีย 153 มคก./ลบ.ม.
5. ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา 142 มคก./ลบ.ม.
6. ธากา ประเทศบังกลาเทศ 126 มคก./ลบ.ม.
7. กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล 112 มคก./ลบ.ม.
8. พนมเปญ ประเทศกัมพูชา 110 มคก./ลบ.ม.
9. เดลี ประเทศอินเดีย 102 มคก./ลบ.ม.
10. อู่ฮั่น ประเทศจีน 97 มคก./ลบ.ม.
.
ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่อยู่ในช่วงสีม่วงซึ่งถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง
JJNY : ปิดร้านเซ่นพิษน้ำมันแพง│สงกรานต์ยอดจองวูบ ผลพวงน้ำมันแพง│เชียงใหม่อันดับ 1 เมืองมลพิษมากสุดในโลก│27 จว.ฝนฟ้าคะนอง
.
บรรยากาศการค้าขายในตลาดแห่งหนึ่ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด พ่อค้าแม่ค้าทยอยปิดร้านจำนวนมาก จากผลกระทบของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการค้าขายเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังซื้อของประชาชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
.
จากการลงพื้นที่พบว่า แผงค้าจำนวนไม่น้อยถูกปิดว่างต่างจากในอดีตที่มีผู้ค้าจับจองเต็มแทบทุกล็อก บรรยากาศโดยรวมซบเซา มีประชาชนเดินเลือกซื้อสินค้าบางตา ผู้ค้าหลายรายระบุว่ายอดขายลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคหันมาประหยัดค่าใช้จ่าย เลือกซื้อเฉพาะสิ่งจำเป็น
.
แม่ค้าภายในตลาดอาหาร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตลาดมีความคึกคัก สามารถขายสินค้าได้ทุกวัน แต่หลังจากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนในการเดินทางและการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาสินค้าที่ต้องปรับตัวสูงขึ้นตาม ส่งผลให้ลูกค้าลดลงอย่างมาก บางวันเปิดร้านแต่ขายแทบไม่ได้ รายได้ไม่พอกับต้นทุน ทั้งค่าน้ำมัน ค่าวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เปิดไปก็เจ๊ง เลยต้องหยุดขายชั่วคราว
.
แม่ค้าอีกรายในตลาด เปิดเผยอีกว่า เมื่อก่อนเคยเติมน้ำมันจักรยานยนต์ 100 บาทก็เต็ม แต่ตอนนี้เกือบ 200 บาทแล้ว ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อยที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้เต็มที่ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคประชาชนแรงงานและเป็นนักศึกษา
.
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงและกำลังซื้อไม่ฟื้นตัว อาจส่งผลให้ตลาดชุมชนซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของท้องถิ่นซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง และกระทบต่อรายได้ของประชาชนในพื้นที่ในระยะยาว
.
.
สงกรานต์ยอดจองวูบ 5-10% ผลพวงสงครามดันน้ำมันแพง คนเมินขับรถเที่ยว เล็งยื่นข้อเสนอถึง รมว.ใหม่.
https://www.matichon.co.th/economy/news_5658487
.
สงกรานต์ยอดจองวูบ 5-10% ผลพวงสงครามดันน้ำมันแพง คนเมินขับรถเที่ยว เล็งยื่นข้อเสนอถึง รมว.ใหม่
.
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดือนเมษายนนี้ สมาคมฯ คาดการณ์ว่าการจองล่วงหน้าจะชะลอตัวลงไม่มากนัก ติดลบประมาณ 5-10% เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงความไม่มั่นใจว่าน้ำมันจะขาดแคลนระหว่างการเดินทางหรือไม่ แต่ความน่ากังวลคือ ในบางจังหวัดของไทยตอนนี้ สถานการณ์น่าเป็นห่วงมาก และคาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักกว่าจังหวัดอื่นๆ โดยเฉพาะเชียงใหม่ ซึ่งเพิ่งบันทึกอัตรามลพิษทางอากาศ หรือฝุ่นพีเอ็มสูงสุดของโลก ส่งผลกระทบกับการเดินทางท่องเที่ยวแน่นอน ยิ่งใกล้จะเข้าสู่ช่วงสงกรานต์แล้วด้วย
.
นายเทียนประสิทธิ์กล่าวว่า ตลาดไทยเที่ยว หรือคนไทยเที่ยวในประเทศ ในช่วงสงกรานต์มีวันหยุดยาวส่วนใหญ่คนไทยบางกลุ่มจะเลือกใช้เป็นโอกาสในการเดินทางท่องเที่ยวด้วยการขับรถยนต์เที่ยวระยะไกล กับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว แต่พอมีวิกฤตน้ำมันราคาแพงขึ้นบวกกับความไม่มั่นใจจะหาปั๊มเติมระหว่างทางได้ปกติหรือไม่ ทำให้อาจมีการเลื่อนการเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังเส้นทางไกลๆ ก่อน อาทิ นิยมขับรถเที่ยวจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ หรือจากกรุงเทพฯไปกระบี่ ตอนนี้จะได้รับผลกระทบมากขึ้นเป็นผลกระทบที่เพิ่มขึ้นจากการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากด้วยเช่นกัน
.
“ในช่วงที่การท่องเที่ยวซบเซากว่าที่คาดการณ์ไว้ โรงแรมอาจยังไม่ขึ้นราคาห้องพัก เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวไปในตัว แต่จะเสนอบริการเพิ่มเติมเพื่อมอบให้แก่แขกผู้เข้าพักเพิ่มเติมแทน โดยโอกาสที่กำลังจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ ขณะนี้สมาคมกำลังรวบรวมข้อเสนอจากสมาชิกเพื่อยื่นข้อเสนอต่อรัฐมนตรีคนใหม่ เป็นข้อเสนอเกี่ยวกับภาคโรงแรมในการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ” นายเทียนประสิทธิ์กล่าว
.
.
เชียงใหม่จมฝุ่น PM 2.5 ครองอันดับ 1 เมืองมลพิษมากสุดในโลก
https://www.matichon.co.th/local/news_5658966
.
เชียงใหม่จมฝุ่น PM 2.5 ครองอันดับ 1 เมืองมลพิษมากสุดในโลก
.
เมื่อวันที่ 1 เมษายน เว็บไซต์ IQAir ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศแบบเรียลไทล์ ได้จัดอันดับเมือง/ประเทศที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก 10 อันดับ ระหว่างเวลา 06.00-07.00 น. พบว่า
.
1. เชียงใหม่ ประเทศไทย อยู่ในอันดับ 1 ค่าP.M 2.5 อยู่ที่ 208 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)
2. จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย 165 มคก./ลบ.ม.
3. เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน 158 มคก./ลบ.ม.
4. โกลกาตา ประเทศอินเดีย 153 มคก./ลบ.ม.
5. ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา 142 มคก./ลบ.ม.
6. ธากา ประเทศบังกลาเทศ 126 มคก./ลบ.ม.
7. กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล 112 มคก./ลบ.ม.
8. พนมเปญ ประเทศกัมพูชา 110 มคก./ลบ.ม.
9. เดลี ประเทศอินเดีย 102 มคก./ลบ.ม.
10. อู่ฮั่น ประเทศจีน 97 มคก./ลบ.ม.
.
ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่อยู่ในช่วงสีม่วงซึ่งถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง