สวัสดีครับ เพื่อนๆ ทุกคน ตัวผมเองมีเรื่องๆนึง ที่อยากจะมาเล่าให้ฟังครับ ถือว่าเป็นการอ่านคลายเครียดกัน เหมือนการฟังนิทานเรื่องๆนึงละกันครับ
ตัวผมเกิดที่ จ.เชียงใหม่ ครับ ในยุคที่สมัยก่อนยังไม่มีโซเชียลมีเดียใดๆ ที่ให้ความบันเทิงนอกจากหนังสือ ทีวี วิทยุ และการละเล่นพื้นบ้านของเด็กๆ ในช่วงเวลานั้น ซึ่งก็แน่นอนละครับ ในช่วงเวลาที่พ่อแม่เราไปทำงาน ท่านก็มักจะฝากเราไว้กับญาติเสมอ ส่วนตัวผมนั้นก็ไม่ใช่ครับ ไม่พ้น คุณปู่ คุณย่า นั้นเอง ที่พ่อแม่จะฝากไว้ ซึ่งการอยู่กับปู่นั้น ท่านก็มักจะมีเรื่องเล่าสัพเพเหระต่างๆ ทั้งความหลังในวัยเด็ก การใช้ชีวิตต่างๆ นิทาน หรือประสบการณ์ที่ผ่านมาให้เด็กๆอย่างเรา นั่งล้อมวงฟังอยู่เสมอๆ ซึ่งเราก็ชอบมาก และนี้คือเรื่องนึงที่ท่านเล่าให้ฟังครับ
ย้อนไปในสมัย พ.ศ. 2484 สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในตอนนั้น ปู่ผมอายุได้ 20 ปี พอดี เพิ่งสึกจากการบวชเรียนมา เพื่อมาเกณฑ์ทหาร ในสมัยนั้นประเทศไทยของเรานั้นได้เข้าร่วมรบกับฝ่ายทหารญี่ปุ่น ซึ่งปู่ผมก็ได้เข้าร่วมรบด้วย ตอนนั้นก่อนที่จะไปทำภารกิจ ปู่ผมก็ต้องเดินทางไปฝึกที่ค่ายทหารในตัวเมืองเชียงใหม่ถึง 3 เดือน (สมัยก่อนเดินเท้าล้วนๆ ครับ จะมีบ้างถ้าโชคดีก็เจอเกวียนคนสัญจรไปมาให้พออาศัยไปด้วย) ปู่เล่าว่าการฝึกของปู่นั้นค่อนข้างหนักและโหดมาก มีความทุรกันดาร และอาหารก็หายาก เนื่องจากเป็นภาวะสงครามอยู่ในสภาวะข่าวยากหมากแพง แต่ปู่ก็บอกว่า สำหรับคนที่บวชเรียนมาก็พออยู่ได้ ที่ในค่ายนั้นปู่ก็ได้รู้จักเพื่อนคนนึง เป็นชาวเขา ชื่อ ต๋า ซึ่งโดนเกณฑ์มาเป็นทหารด้วย นายต๋าคนนี้ ก่อนมาเป็นทหารอาชีพเดิมแกเป็นพรานหาของป่ามาก่อน ซึ่งปู่บอกว่า เป็นความโชคดีของแก ที่ตอนเวลาไปฝึกภาคสนามกลางป่า ต๋าคนนี้แหละ เป็นเหมือนผู้หาของกินมาให้ได้ตลอด ไม่ว่าจะดักไก่ กระต่าย หรือของป่า ต่างๆ ทำให้แทบไม่ต้องอดเลย ปู่ยังงง เพราะตอนเค้าฝึกกันโครมๆ ไอ้ต๋า มันเอาเวลาที่ไหนไปดักหาของกิน มาให้ได้ทำกับข้าวตลอด (แอบทำตอนหลังฝึกเสร็จนะครับ อารมณ์เหมือนเราแอบต้มมาม่าในหอนอนที่เค้าห้ามกัน) จนกระทั่งฝึกเสร็จ คุณปู่ และเพื่อนๆ ก็ได้รับภารกิจครับ ให้ไปร่วมกับกองทัพญี่ปุ่นขึ้นไปตีเมืองเชียงตุง เพราะสมัยนั้นกองทัพญี่ปุ่นต้องการที่จะเข้าตีพม่า ที่ถูกปกครองโดยอังกฤษ ซึ่งหน่วยของคุณปู่นั้น คุณปู่บอกว่า ไม่ได้ไปรบโดยตรง แต่ให้จัดหมวดในการไปทำภารกิจ ในการเดินทางไปแถว อ.เชียงดาว และอ.เวียงแหง เพื่อไปหาตัดต้นไม้ในการทำเป็นเชื้อเพลิงให้กับรถไฟ แน่นอนครับ เมื่อก่อนเป็นป่าล้วนๆ ถนนหนทางก็ลำบาก การเดินทางก็คือนั่งรถไปถึงเชียงดาว และนั่งเกวียนเข้าไปในพื้นที่....เดี๋ยวมาต่อให้นะครับ
เรื่องเล่าจากคุณปู่
ตัวผมเกิดที่ จ.เชียงใหม่ ครับ ในยุคที่สมัยก่อนยังไม่มีโซเชียลมีเดียใดๆ ที่ให้ความบันเทิงนอกจากหนังสือ ทีวี วิทยุ และการละเล่นพื้นบ้านของเด็กๆ ในช่วงเวลานั้น ซึ่งก็แน่นอนละครับ ในช่วงเวลาที่พ่อแม่เราไปทำงาน ท่านก็มักจะฝากเราไว้กับญาติเสมอ ส่วนตัวผมนั้นก็ไม่ใช่ครับ ไม่พ้น คุณปู่ คุณย่า นั้นเอง ที่พ่อแม่จะฝากไว้ ซึ่งการอยู่กับปู่นั้น ท่านก็มักจะมีเรื่องเล่าสัพเพเหระต่างๆ ทั้งความหลังในวัยเด็ก การใช้ชีวิตต่างๆ นิทาน หรือประสบการณ์ที่ผ่านมาให้เด็กๆอย่างเรา นั่งล้อมวงฟังอยู่เสมอๆ ซึ่งเราก็ชอบมาก และนี้คือเรื่องนึงที่ท่านเล่าให้ฟังครับ
ย้อนไปในสมัย พ.ศ. 2484 สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในตอนนั้น ปู่ผมอายุได้ 20 ปี พอดี เพิ่งสึกจากการบวชเรียนมา เพื่อมาเกณฑ์ทหาร ในสมัยนั้นประเทศไทยของเรานั้นได้เข้าร่วมรบกับฝ่ายทหารญี่ปุ่น ซึ่งปู่ผมก็ได้เข้าร่วมรบด้วย ตอนนั้นก่อนที่จะไปทำภารกิจ ปู่ผมก็ต้องเดินทางไปฝึกที่ค่ายทหารในตัวเมืองเชียงใหม่ถึง 3 เดือน (สมัยก่อนเดินเท้าล้วนๆ ครับ จะมีบ้างถ้าโชคดีก็เจอเกวียนคนสัญจรไปมาให้พออาศัยไปด้วย) ปู่เล่าว่าการฝึกของปู่นั้นค่อนข้างหนักและโหดมาก มีความทุรกันดาร และอาหารก็หายาก เนื่องจากเป็นภาวะสงครามอยู่ในสภาวะข่าวยากหมากแพง แต่ปู่ก็บอกว่า สำหรับคนที่บวชเรียนมาก็พออยู่ได้ ที่ในค่ายนั้นปู่ก็ได้รู้จักเพื่อนคนนึง เป็นชาวเขา ชื่อ ต๋า ซึ่งโดนเกณฑ์มาเป็นทหารด้วย นายต๋าคนนี้ ก่อนมาเป็นทหารอาชีพเดิมแกเป็นพรานหาของป่ามาก่อน ซึ่งปู่บอกว่า เป็นความโชคดีของแก ที่ตอนเวลาไปฝึกภาคสนามกลางป่า ต๋าคนนี้แหละ เป็นเหมือนผู้หาของกินมาให้ได้ตลอด ไม่ว่าจะดักไก่ กระต่าย หรือของป่า ต่างๆ ทำให้แทบไม่ต้องอดเลย ปู่ยังงง เพราะตอนเค้าฝึกกันโครมๆ ไอ้ต๋า มันเอาเวลาที่ไหนไปดักหาของกิน มาให้ได้ทำกับข้าวตลอด (แอบทำตอนหลังฝึกเสร็จนะครับ อารมณ์เหมือนเราแอบต้มมาม่าในหอนอนที่เค้าห้ามกัน) จนกระทั่งฝึกเสร็จ คุณปู่ และเพื่อนๆ ก็ได้รับภารกิจครับ ให้ไปร่วมกับกองทัพญี่ปุ่นขึ้นไปตีเมืองเชียงตุง เพราะสมัยนั้นกองทัพญี่ปุ่นต้องการที่จะเข้าตีพม่า ที่ถูกปกครองโดยอังกฤษ ซึ่งหน่วยของคุณปู่นั้น คุณปู่บอกว่า ไม่ได้ไปรบโดยตรง แต่ให้จัดหมวดในการไปทำภารกิจ ในการเดินทางไปแถว อ.เชียงดาว และอ.เวียงแหง เพื่อไปหาตัดต้นไม้ในการทำเป็นเชื้อเพลิงให้กับรถไฟ แน่นอนครับ เมื่อก่อนเป็นป่าล้วนๆ ถนนหนทางก็ลำบาก การเดินทางก็คือนั่งรถไปถึงเชียงดาว และนั่งเกวียนเข้าไปในพื้นที่....เดี๋ยวมาต่อให้นะครับ