ข้อเขียนนี้ เป็นข้อเขียนโดย
ดร. ธารินี วรินทรากุล (นักวิชาการอิสระ)
โดยผมขอหยิบยกมาให้อ่านกัน เห็นว่าน่าสนใจดี และชวนคิดตาม
ผมเรียบเรียงใหม่ (นิดนึง) เพื่อให้อ่านได้สะดวกๆ นะครับ ....
----
เส้นบาง ๆ ระหว่าง “คนไทยเคยตัว” กับ “รัฐบาลไม่ช่วยอะไร”
เมื่อรัฐเริ่มพูดความจริง เรื่องราคาน้ำมัน ค่าไฟ และ VAT ....
ในทุกครั้งที่ราคาน้ำมันขึ้น เสียงแรกที่ดังขึ้นมักไม่ใช่คำถามว่า
“โลกเกิดอะไรขึ้น” แต่คือคำถามว่า “รัฐบาลทำอะไรอยู่” ??
และนี่คือ ปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทย ที่เราคุ้นเคยกับ
“ราคาที่ถูกกว่าความจริง” จนเมื่อรัฐฯ เริ่มกลับไปสู่ “ราคาที่เป็นจริง”
กลับถูกตีความว่า “รัฐบาลไม่ช่วยอะไร”
ทั้งที่ความจริง…ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงที่
รัฐบาล (กล้าหาญ) ที่พูดความจริงกับประชาชนมากที่สุดครั้งหนึ่ง ....
ไม่ใช่ราคาน้ำมันอย่างเดียว .....
แต่เป็นโครงสร้างราคาพลังงานทั้งหมด
ที่กำลังค่อยๆ กลับไปสู่ “ความจริงทางเศรษฐศาสตร์”
“ราคาน้ำมัน : จากการอุดหนุน สู่กลไกตลาด”
ราคาน้ำมันที่คนไทยจ่ายอยู่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา..
ไม่ใช่ “ราคาจริง” !!??
แต่.... เป็นราคาที่รัฐใช้เงินอุดหนุน ผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
เพื่อไม่ให้ค่าครองชีพพุ่งขึ้นเร็วเกินไป ....
พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ
รัฐฯ “แบกราคาแทนประชาชน” มาโดยตลอด......
แต่เมื่อวิกฤตพลังงานโลกยืดเยื้อ
ต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น กองทุนน้ำมันเริ่มตึงตัว...
การฝืนตรึงราคา จึงไม่ใช่การช่วยประชาชนอีกต่อไป
แต่กลายเป็นการ “ซ่อนปัญหา” เอาไว้.....
เพราะ...การตรึงราคานานเกินไป ...จะนำไปสู่
- การกักตุน
- การลักลอบส่งออก
- การบิดเบือนกลไกตลาด
- และสุดท้าย…น้ำมันขาดในบางพื้นที่
นี่เอง... คือเหตุผลที่รัฐบาลเริ่มปล่อยราคาน้ำมันกลับสู่กลไกตลาด
ไม่ใช่เพราะรัฐฯ ใจร้าย แต่เพราะการฝืนราคาอาจทำให้วิกฤตหนักกว่าเดิม....
ค่าไฟ = ราคาจริงอยู่ที่ 4 บาทกว่า
ในขณะเดียวกัน ค่าไฟฟ้าของไทยก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
วันนี้ ค่าไฟที่ประชาชนจ่ายยังเป็น “ราคาที่มีการอุดหนุน”
แต่หากไม่มีมติ ครม.และปล่อยให้ค่าไฟลอยตัวตามต้นทุนจริง
ค่าไฟจะอยู่ที่ “4 บาทกว่า” ต่อหน่วย
^ นั่นคือ “ราคาจริง” ของพลังงานไฟฟ้าในวันนี้
แต่รัฐบาลยังเลือกอุดหนุนต่อ...
เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบเร็วเกินไป
คำถามคือ ถ้ารัฐบาลไม่ช่วยล่ะ ?
แล้วค่าไฟยังต่ำกว่าต้นทุนจริงได้อย่างไร.....
“VAT” << อีกตัวอย่างชัดที่สุดของราคาที่ไม่จริง ........
อีกตัวอย่างหนึ่งที่คนไทยอาจลืมไปแล้ว
คือ VAT
ตามกฎหมาย VAT ของไทยจะอยู่ที่ 10%
แต่รัฐบาลทุกชุด ลดหย่อนมาเหลือ 7% มาอย่างยาวนานนนนน
พูดง่ายๆ คือคนไทยจ่าย VAT น้อยกว่าความจริงมาเป็นสิบปี
แต่เราเคยตัว .... จนคิดว่า 7% คือ “ราคาปกติ”
ถ้าวันหนึ่งต้องไปเก็บ ที่ 10% คนไทยจำนวนมาก
อาจมองว่า “รัฐบาลขึ้นภาษี” ??!
ทั้งที่ความจริง รัฐบาลเพียงแค่กลับไปสู่ “อัตราจริง”
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ราคา” แต่อยู่ที่ “ความเคยชิน”
นี่คือเส้นบางๆ ระหว่าง
“คนไทยเคยตัว”
กับ
“รัฐบาลไม่ช่วยอะไร”
เพราะเมื่อรัฐฯ ช่วยนาน ประชาชนจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ
แต่เมื่อใด ที่รัฐฯ เริ่มพูดความจริง กลับถูกมองว่าไม่ช่วย
นี่คือความย้อนแย้งของนโยบายสาธารณะ.....
และนี่ คือเหตุผลที่รัฐบาลชุดนี้ เลือก “พูดความจริง” มากกว่า “ซ่อนความจริง”
รัฐบาลที่พูดความจริง…ไม่ใช่รัฐบาลที่ใจร้าย....
การบอกว่า
- ราคาน้ำมันต้องขึ้น
- ค่าไฟมีต้นทุนจริง
- VAT จริงคือ 10%
ไม่ใช่การผลักภาระประชาชน แต่คือการบอกว่า
“โลกกำลังเปลี่ยน และประเทศไทยต้องปรับตัว”
เพราะรัฐบาลที่โกหก อาจทำให้ประชาชนสบายวันนี้
แต่ต้องจ่ายแพงกว่าในวันหน้า !!! (และประชาชนนี่แหละที่ต้องจ่าย)
ในขณะที่รัฐบาลที่พูดความจริง อาจทำให้ประชาชนไม่สบายใจในวันนี้
แต่ทำให้ประเทศยืนได้ในระยะยาว...
นี่ไม่ใช่รัฐบาลที่ไม่ช่วย แต่นี่คือรัฐบาลที่ “ช่วยแบบไม่โกหก”
- น้ำมันยังมีการดูแล
- ค่าไฟยังมีการอุดหนุน
- VAT ยังลดหย่อนอยู่
ทั้งหมดนี้ คือ การช่วยเหลือ แต่ในขณะเดียวกัน....
รัฐบาลก็เลือกพูดความจริง ว่า
“ราคาที่ประชาชนจ่ายอยู่ ไม่ใช่ราคาจริงทั้งหมด”
และวันหนึ่งประเทศไทยต้องกลับไปสู่ความจริง ....
เพราะสุดท้ายแล้ว การบริหารประเทศ
ไม่ใช่การทำให้ประชาชนรู้สึกสบายใจ
แต่คือ การทำให้ประเทศยืนอยู่บนความจริงได้
และบางครั้งความจริงนั้น ก็ไม่ได้สวยงามเสมอไป.....
".... แต่รัฐบาลที่กล้าพูดความจริง
มักเป็นรัฐบาลที่กำลังพาประเทศ
ผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุด
ไม่ใช่ด้วยคำปลอบใจ
แต่ด้วยความจริงที่ต้องเผชิญร่วมกัน...."
ดร. ธารินี วรินทรากุล
นักวิชาการอิสระ
เส้นบางๆ ระหว่าง "คนไทยเคยตัว" กับ "รัฐบาลไม่ช่วยอะไร" เมื่อรัฐเริ่มพูดความจริงเรื่องราคาน้ำมัน ค่าไฟ และ VAT
ดร. ธารินี วรินทรากุล (นักวิชาการอิสระ)
โดยผมขอหยิบยกมาให้อ่านกัน เห็นว่าน่าสนใจดี และชวนคิดตาม
ผมเรียบเรียงใหม่ (นิดนึง) เพื่อให้อ่านได้สะดวกๆ นะครับ ....
----
เส้นบาง ๆ ระหว่าง “คนไทยเคยตัว” กับ “รัฐบาลไม่ช่วยอะไร”
เมื่อรัฐเริ่มพูดความจริง เรื่องราคาน้ำมัน ค่าไฟ และ VAT ....
ในทุกครั้งที่ราคาน้ำมันขึ้น เสียงแรกที่ดังขึ้นมักไม่ใช่คำถามว่า
“โลกเกิดอะไรขึ้น” แต่คือคำถามว่า “รัฐบาลทำอะไรอยู่” ??
และนี่คือ ปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทย ที่เราคุ้นเคยกับ
“ราคาที่ถูกกว่าความจริง” จนเมื่อรัฐฯ เริ่มกลับไปสู่ “ราคาที่เป็นจริง”
กลับถูกตีความว่า “รัฐบาลไม่ช่วยอะไร”
ทั้งที่ความจริง…ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงที่
รัฐบาล (กล้าหาญ) ที่พูดความจริงกับประชาชนมากที่สุดครั้งหนึ่ง ....
ไม่ใช่ราคาน้ำมันอย่างเดียว .....
แต่เป็นโครงสร้างราคาพลังงานทั้งหมด
ที่กำลังค่อยๆ กลับไปสู่ “ความจริงทางเศรษฐศาสตร์”
“ราคาน้ำมัน : จากการอุดหนุน สู่กลไกตลาด”
ราคาน้ำมันที่คนไทยจ่ายอยู่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา..
ไม่ใช่ “ราคาจริง” !!??
แต่.... เป็นราคาที่รัฐใช้เงินอุดหนุน ผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
เพื่อไม่ให้ค่าครองชีพพุ่งขึ้นเร็วเกินไป ....
พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ
รัฐฯ “แบกราคาแทนประชาชน” มาโดยตลอด......
แต่เมื่อวิกฤตพลังงานโลกยืดเยื้อ
ต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น กองทุนน้ำมันเริ่มตึงตัว...
การฝืนตรึงราคา จึงไม่ใช่การช่วยประชาชนอีกต่อไป
แต่กลายเป็นการ “ซ่อนปัญหา” เอาไว้.....
เพราะ...การตรึงราคานานเกินไป ...จะนำไปสู่
- การกักตุน
- การลักลอบส่งออก
- การบิดเบือนกลไกตลาด
- และสุดท้าย…น้ำมันขาดในบางพื้นที่
นี่เอง... คือเหตุผลที่รัฐบาลเริ่มปล่อยราคาน้ำมันกลับสู่กลไกตลาด
ไม่ใช่เพราะรัฐฯ ใจร้าย แต่เพราะการฝืนราคาอาจทำให้วิกฤตหนักกว่าเดิม....
ค่าไฟ = ราคาจริงอยู่ที่ 4 บาทกว่า
ในขณะเดียวกัน ค่าไฟฟ้าของไทยก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
วันนี้ ค่าไฟที่ประชาชนจ่ายยังเป็น “ราคาที่มีการอุดหนุน”
แต่หากไม่มีมติ ครม.และปล่อยให้ค่าไฟลอยตัวตามต้นทุนจริง
ค่าไฟจะอยู่ที่ “4 บาทกว่า” ต่อหน่วย
^ นั่นคือ “ราคาจริง” ของพลังงานไฟฟ้าในวันนี้
แต่รัฐบาลยังเลือกอุดหนุนต่อ...
เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบเร็วเกินไป
คำถามคือ ถ้ารัฐบาลไม่ช่วยล่ะ ?
แล้วค่าไฟยังต่ำกว่าต้นทุนจริงได้อย่างไร.....
“VAT” << อีกตัวอย่างชัดที่สุดของราคาที่ไม่จริง ........
อีกตัวอย่างหนึ่งที่คนไทยอาจลืมไปแล้ว
คือ VAT
ตามกฎหมาย VAT ของไทยจะอยู่ที่ 10%
แต่รัฐบาลทุกชุด ลดหย่อนมาเหลือ 7% มาอย่างยาวนานนนนน
พูดง่ายๆ คือคนไทยจ่าย VAT น้อยกว่าความจริงมาเป็นสิบปี
แต่เราเคยตัว .... จนคิดว่า 7% คือ “ราคาปกติ”
ถ้าวันหนึ่งต้องไปเก็บ ที่ 10% คนไทยจำนวนมาก
อาจมองว่า “รัฐบาลขึ้นภาษี” ??!
ทั้งที่ความจริง รัฐบาลเพียงแค่กลับไปสู่ “อัตราจริง”
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ราคา” แต่อยู่ที่ “ความเคยชิน”
นี่คือเส้นบางๆ ระหว่าง
“คนไทยเคยตัว”
กับ
“รัฐบาลไม่ช่วยอะไร”
เพราะเมื่อรัฐฯ ช่วยนาน ประชาชนจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ
แต่เมื่อใด ที่รัฐฯ เริ่มพูดความจริง กลับถูกมองว่าไม่ช่วย
นี่คือความย้อนแย้งของนโยบายสาธารณะ.....
และนี่ คือเหตุผลที่รัฐบาลชุดนี้ เลือก “พูดความจริง” มากกว่า “ซ่อนความจริง”
รัฐบาลที่พูดความจริง…ไม่ใช่รัฐบาลที่ใจร้าย....
การบอกว่า
- ราคาน้ำมันต้องขึ้น
- ค่าไฟมีต้นทุนจริง
- VAT จริงคือ 10%
ไม่ใช่การผลักภาระประชาชน แต่คือการบอกว่า
“โลกกำลังเปลี่ยน และประเทศไทยต้องปรับตัว”
เพราะรัฐบาลที่โกหก อาจทำให้ประชาชนสบายวันนี้
แต่ต้องจ่ายแพงกว่าในวันหน้า !!! (และประชาชนนี่แหละที่ต้องจ่าย)
ในขณะที่รัฐบาลที่พูดความจริง อาจทำให้ประชาชนไม่สบายใจในวันนี้
แต่ทำให้ประเทศยืนได้ในระยะยาว...
นี่ไม่ใช่รัฐบาลที่ไม่ช่วย แต่นี่คือรัฐบาลที่ “ช่วยแบบไม่โกหก”
- น้ำมันยังมีการดูแล
- ค่าไฟยังมีการอุดหนุน
- VAT ยังลดหย่อนอยู่
ทั้งหมดนี้ คือ การช่วยเหลือ แต่ในขณะเดียวกัน....
รัฐบาลก็เลือกพูดความจริง ว่า
“ราคาที่ประชาชนจ่ายอยู่ ไม่ใช่ราคาจริงทั้งหมด”
และวันหนึ่งประเทศไทยต้องกลับไปสู่ความจริง ....
เพราะสุดท้ายแล้ว การบริหารประเทศ
ไม่ใช่การทำให้ประชาชนรู้สึกสบายใจ
แต่คือ การทำให้ประเทศยืนอยู่บนความจริงได้
และบางครั้งความจริงนั้น ก็ไม่ได้สวยงามเสมอไป.....
".... แต่รัฐบาลที่กล้าพูดความจริง
มักเป็นรัฐบาลที่กำลังพาประเทศ
ผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุด
ไม่ใช่ด้วยคำปลอบใจ
แต่ด้วยความจริงที่ต้องเผชิญร่วมกัน...."
ดร. ธารินี วรินทรากุล
นักวิชาการอิสระ