ถ้าพูดถึง “เครื่องครัวสเตนเลส” ไม่ว่าจะเป็น ช้อน หม้อ หรือปิ่นโต เชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นกับแบรนด์
“ตราหัวม้าลาย” กันดี
🔧
จุดเริ่มต้น = แค่ “ผู้รับจ้างผลิต”
- เรื่องต้องย้อนกลับไปปี พ.ศ. 2509 คุณเสถียร ยังวาณิช เริ่มต้นจากการรับจ้างผลิตเครื่องครัวสเตนเลส ให้กับโรงแรม และสายการบิน
- แม้จะมีรายได้ แต่มีปัญหาใหญ่คือ 👉 “ไม่มีออร์เดอร์ = ไม่มีรายได้”
💡
จุดเปลี่ยนจาก “เศษเหล็ก”
- ระหว่างการผลิต มักมี “เศษสเตนเลสเหลือ” แทนที่จะทิ้ง… คุณเสถียรกลับมองเห็นโอกาส
👉 นำเศษเหล่านั้นมาทำ “ช้อนสเตนเลส”
- และในปี พ.ศ. 2511 สินค้าชิ้นแรกของแบรนด์ก็เกิดขึ้น นี่คือจุดเปลี่ยนจาก
👉 ผู้รับจ้างผลิต → เจ้าของแบรนด์
🐴
ทำไมต้องชื่อ “ตราหัวม้าลาย”?
- ในยุคนั้น คนไทยจำนวนมากยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แบรนด์จึงนิยมใช้ “รูปสัตว์” เป็นสัญลักษณ์
- แต่สัตว์ยอดฮิตถูกจองไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียง “ม้าลาย”
👉 กลายเป็นชื่อที่คนไทยจำได้จนถึงวันนี้
🧠
ทำยังไงให้คนไทย “ยอมใช้”?
+ ในอดีต คนไทยยังไม่คุ้นกับเครื่องครัวสเตนเลส ตราหัวม้าลายจึงต้อง:
- ออกบูท
- ให้ความรู้
- สร้างความเข้าใจ
+ จนคนเริ่มเห็นว่า:
✔ ทน
✔ ไม่เป็นสนิม
✔ ปลอดภัย
👉 แล้วเกิด “การบอกต่อ”
🎯
กลยุทธ์สำคัญ = แตกแบรนด์
ไม่ได้ขายแค่แบรนด์เดียว แต่แบ่งตาม “ระดับราคา”
- ZEBRA (ตราหัวม้าลาย) → ตลาดแมส
- ESTIO → พรีเมียม
- SUN’Z → ราคาประหยัด
👉 ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม
💰
ผลประกอบการ (ล่าสุด)
- ปี 2565 → รายได้ 1,369 ล้าน / กำไร 164 ล้าน
- ปี 2566 → รายได้ 1,191 ล้าน / กำไร 104 ล้าน
- ปี 2567 → รายได้ 1,219 ล้าน / กำไร 118 ล้าน
👉 ธุรกิจยัง “ยืนระยะ” ได้ดี
🧩 สิ่งที่น่าสนใจจากเคสนี้
- โอกาส อาจเริ่มจาก “ของเหลือ”
- ไม่ต้องเริ่มใหญ่ แค่เริ่มก่อน
- ความรู้ + ความเข้าใจลูกค้า = สำคัญมาก
- การสร้างแบรนด์ = เปลี่ยนเกมทั้งธุรกิจ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้กรณีศึกษา “ตราหัวม้าลาย” แบรนด์เครื่องครัวสเตนเลส 58 ปี รายได้ 1,219 ล้าน | BrandCase
ถ้าให้นึกถึง เครื่องครัวสเตนเลส
อย่างช้อน หม้อ หรือปิ่นโต
หนึ่งในแบรนด์ไทย ที่หลายคนคุ้นเคยก็น่าจะเป็นแบรนด์เครื่องครัวสเตนเลส
“ตราหัวม้าลาย” ที่อยู่คู่ครัวไทยมานานหลายสิบปี
แต่กว่าจะมาเป็นแบรนด์ที่อยู่ในครัวคนไทยจำนวนมากแบบวันนี้
ตราหัวม้าลาย เริ่มต้นจากการเป็นแค่ผู้รับจ้างผลิตเท่านั้น
เรื่องราวของ เครื่องครัวสเตนเลสตราหัวม้าลาย เป็นอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2509 เมื่อคุณเสถียร ยังวาณิช เริ่มต้นธุรกิจ ด้วยการรับจ้างผลิตตู้แช่ และเครื่องครัวสเตนเลส ให้กับโรงแรม และสายการบิน
แม้จะเป็นธุรกิจที่มีรายได้ แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญคือ ต้องรอออร์เดอร์จากลูกค้า เมื่อไม่มีออร์เดอร์ ก็เท่ากับไม่มีรายได้
คุณเสถียร จึงเริ่มคิดว่า แล้วจะทำอย่างไร ให้ธุรกิจอยู่ได้ โดยไม่ต้องรอใคร
โดยคุณเสถียรพบว่า ในระหว่างการผลิต มักมีเศษสเตนเลสเหลือใช้ แต่แทนที่จะทิ้งไป คุณเสถียร กลับเห็นโอกาสนำเศษสเตนเลสมาต่อยอด ทำเป็นช้อนสเตนเลส ในปี 2511
และนั่นคือสินค้าแรก ของแบรนด์ “ตราหัวม้าลาย”
จุดนี้เอง คือการเปลี่ยนจากผู้รับจ้างผลิต มาเป็นเจ้าของแบรนด์อย่างเต็มตัว
แล้วทำไมต้องชื่อ ตราหัวม้าลาย ?
ในยุคนั้น คนไทยจำนวนมากยังอ่านหนังสือไม่ออก แบรนด์จึงนิยมใช้รูปสัตว์เป็นสัญลักษณ์
แต่สัตว์ยอดนิยม ถูกจดทะเบียนไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงตราหัวม้าลาย
ซึ่งกลายเป็นชื่อและโลโกของแบรนด์ที่คนไทยจำได้จนถึงทุกวันนี้
แล้วคุณเสถียรทำอย่างไร ให้คนไทยเปิดใจ ใช้แบรนด์สเตนเลสตราหัวม้าลาย ?
แม้จะผลิตสินค้าได้แล้ว แต่สิ่งที่ยากกว่า คือการทำให้คนยอมใช้ เพราะในอดีต คนไทยยังไม่คุ้นเคยกับเครื่องครัวสเตนเลส
ตราหัวม้าลายจึงต้อง ออกบูท ให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจ จนผู้บริโภคเริ่มเห็นว่า สเตนเลสมีความทนทาน ไม่เป็นสนิม และปลอดภัย และเกิดการบอกต่อในที่สุด
เมื่อผู้บริโภคเริ่มเปิดใจ แบรนด์จึงค่อย ๆ ขยายสินค้า จากช้อน ไปสู่หม้อ กระทะ ปิ่นโต และอุปกรณ์ในครัวแทบทุกประเภท
ปัจจุบัน บริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล จำกัด (มหาชน) เจ้าของ ตราหัวม้าลาย มีสินค้ากว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมทั้งครัวเรือนและธุรกิจอาหาร
พร้อมกับใช้กลยุทธ์แตกแบรนด์ จับลูกค้าทุกระดับราคา
ไม่ได้ขายแค่แบรนด์เดียว แต่ใช้วิธีแบ่ง Segment ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ครบทุกกลุ่ม เช่น
แบรนด์ ZEBRA ตราหัวม้าลาย เจาะตลาดแมส คุณภาพมาตรฐาน
แบรนด์ ESTIO เจาะตลาดพรีเมียม ในราคาสูงขึ้น
แบรนด์ SUN'Z ตราพระอาทิตย์ เจาะตลาดราคาย่อมเยา
ผลประกอบการของ บริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล จำกัด (มหาชน) ย้อนหลัง 3 ปี
ปี 2565 รายได้ 1,369 ล้านบาท กำไร 164 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 1,191 ล้านบาท กำไร 104 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 1,219 ล้านบาท กำไร 118 ล้านบาท
ทั้งหมดนี้ คือเรื่องราวของ ตราหัวม้าลาย
ที่ทำให้เห็นว่า บางครั้งโอกาสทางธุรกิจ อาจไม่ได้เริ่มจากไอเดียที่ยิ่งใหญ่
แต่อาจเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองข้าม
แล้วค่อย ๆ เติบโต จนกลายเป็นธุรกิจพันล้านบาทในวันนี้..
ที่มา
BrandCase
กรณีศึกษา “ตราหัวม้าลาย” จากเศษสเตนเลส → ธุรกิจพันล้าน 1,219 ล้าน ที่อยู่ในครัวคนไทยมา 58 ปี 🍲
🔧 จุดเริ่มต้น = แค่ “ผู้รับจ้างผลิต”
- เรื่องต้องย้อนกลับไปปี พ.ศ. 2509 คุณเสถียร ยังวาณิช เริ่มต้นจากการรับจ้างผลิตเครื่องครัวสเตนเลส ให้กับโรงแรม และสายการบิน
- แม้จะมีรายได้ แต่มีปัญหาใหญ่คือ 👉 “ไม่มีออร์เดอร์ = ไม่มีรายได้”
💡 จุดเปลี่ยนจาก “เศษเหล็ก”
- ระหว่างการผลิต มักมี “เศษสเตนเลสเหลือ” แทนที่จะทิ้ง… คุณเสถียรกลับมองเห็นโอกาส
👉 นำเศษเหล่านั้นมาทำ “ช้อนสเตนเลส”
- และในปี พ.ศ. 2511 สินค้าชิ้นแรกของแบรนด์ก็เกิดขึ้น นี่คือจุดเปลี่ยนจาก
👉 ผู้รับจ้างผลิต → เจ้าของแบรนด์
🐴 ทำไมต้องชื่อ “ตราหัวม้าลาย”?
- ในยุคนั้น คนไทยจำนวนมากยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แบรนด์จึงนิยมใช้ “รูปสัตว์” เป็นสัญลักษณ์
- แต่สัตว์ยอดฮิตถูกจองไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียง “ม้าลาย”
👉 กลายเป็นชื่อที่คนไทยจำได้จนถึงวันนี้
🧠 ทำยังไงให้คนไทย “ยอมใช้”?
+ ในอดีต คนไทยยังไม่คุ้นกับเครื่องครัวสเตนเลส ตราหัวม้าลายจึงต้อง:
- ออกบูท
- ให้ความรู้
- สร้างความเข้าใจ
+ จนคนเริ่มเห็นว่า:
✔ ทน
✔ ไม่เป็นสนิม
✔ ปลอดภัย
👉 แล้วเกิด “การบอกต่อ”
🎯 กลยุทธ์สำคัญ = แตกแบรนด์
ไม่ได้ขายแค่แบรนด์เดียว แต่แบ่งตาม “ระดับราคา”
- ZEBRA (ตราหัวม้าลาย) → ตลาดแมส
- ESTIO → พรีเมียม
- SUN’Z → ราคาประหยัด
👉 ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม
💰 ผลประกอบการ (ล่าสุด)
- ปี 2565 → รายได้ 1,369 ล้าน / กำไร 164 ล้าน
- ปี 2566 → รายได้ 1,191 ล้าน / กำไร 104 ล้าน
- ปี 2567 → รายได้ 1,219 ล้าน / กำไร 118 ล้าน
👉 ธุรกิจยัง “ยืนระยะ” ได้ดี
🧩 สิ่งที่น่าสนใจจากเคสนี้
- โอกาส อาจเริ่มจาก “ของเหลือ”
- ไม่ต้องเริ่มใหญ่ แค่เริ่มก่อน
- ความรู้ + ความเข้าใจลูกค้า = สำคัญมาก
- การสร้างแบรนด์ = เปลี่ยนเกมทั้งธุรกิจ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ที่มา BrandCase