ช่วงนี้เราเริ่มรู้สึกว่าตัวเองใช้เงินระวังขึ้นแบบชัดเจนเลย เมื่อก่อนจะซื้ออะไรก็กดเลยแต่ตอนนี้คือหยุดคิดก่อนตลอด
บางอย่างก็ไม่ซื้อแล้วด้วยซ้ำ พวกของใหญ่ ๆ นี่ตัดง่ายมากแบบชะลอไว้ก่อนเลย เอาให้แน่ใจจริง ๆ ค่อยซื้อ
แต่แปลกตรงที่
ของเล็ก ๆ เรากลับยังซื้ออยู่เหมือนเดิม วันไหนเหนื่อย ๆ ก็สั่งของกินดี ๆ หน่อย หรือบางทีก็ซื้อเสื้อผ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งที่จริง ๆ ก็ไม่ได้จำเป็นอะไร
คือมันไม่ได้เยอะนะ แต่เป็นฟีลแบบขออะไรเล็ก ๆ ให้ตัวเองหน่อยก็ยังดี แล้วมันก็รู้สึกดีจริง ๆ ตอนนั้น
แต่พอผ่านไปสักพักบางทีก็แอบคิดเหมือนกันว่า เอ้า… สรุปเราประหยัดจริงไหมเนี่ย 😅
ไปหาอ่านมาเขาบอกว่ามันมีพฤติกรรมแบบนี้จริง ๆ คือคนเราไม่ได้หยุดใช้เงินแค่เปลี่ยนวิธีใช้
จากที่เคยใช้ก้อนใหญ่ ก็หันมาใช้ก้อนเล็กแทน แล้วเขามีคำเรียกด้วยนะ
Lipstick Effect
คือช่วงที่โลกมันเครียด ๆ ไม่แน่นอน คนจะไม่กล้าใช้เงินก้อนใหญ่ แต่จะยังซื้อของเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกดีได้
ขอบคุณข้อมูลจาก Thaipost, KTC ครับ
https://www.thaipost.net/economy-news/971025/
ช่วงนี้ประหยัดขึ้น แต่ก็ยังซื้อของเล็ก ๆ ให้ตัวเองอยู่ดี
บางอย่างก็ไม่ซื้อแล้วด้วยซ้ำ พวกของใหญ่ ๆ นี่ตัดง่ายมากแบบชะลอไว้ก่อนเลย เอาให้แน่ใจจริง ๆ ค่อยซื้อ
แต่แปลกตรงที่ของเล็ก ๆ เรากลับยังซื้ออยู่เหมือนเดิม วันไหนเหนื่อย ๆ ก็สั่งของกินดี ๆ หน่อย หรือบางทีก็ซื้อเสื้อผ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งที่จริง ๆ ก็ไม่ได้จำเป็นอะไร
คือมันไม่ได้เยอะนะ แต่เป็นฟีลแบบขออะไรเล็ก ๆ ให้ตัวเองหน่อยก็ยังดี แล้วมันก็รู้สึกดีจริง ๆ ตอนนั้น
แต่พอผ่านไปสักพักบางทีก็แอบคิดเหมือนกันว่า เอ้า… สรุปเราประหยัดจริงไหมเนี่ย 😅
ไปหาอ่านมาเขาบอกว่ามันมีพฤติกรรมแบบนี้จริง ๆ คือคนเราไม่ได้หยุดใช้เงินแค่เปลี่ยนวิธีใช้
จากที่เคยใช้ก้อนใหญ่ ก็หันมาใช้ก้อนเล็กแทน แล้วเขามีคำเรียกด้วยนะ Lipstick Effect
คือช่วงที่โลกมันเครียด ๆ ไม่แน่นอน คนจะไม่กล้าใช้เงินก้อนใหญ่ แต่จะยังซื้อของเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกดีได้
ขอบคุณข้อมูลจาก Thaipost, KTC ครับ
https://www.thaipost.net/economy-news/971025/