รีวิวจัดเต็ม Signo E-SPORT KB-752W (MEZZON) คีย์บอร์ด Full Size Gaming Gear ตัวจบในงบไม่ถึงสองพัน ที่สายจัดโต๊ะคอมต้องโดน
สวัสดีครับเพื่อนๆ เกมเมอร์และสายจัดโต๊ะคอมทุกคน วันนี้ผมหยิบเอาคีย์บอร์ดตัวนึงที่เพิ่งได้ลองเอามาสิงสถิตอยู่บนโต๊ะทำงานและโต๊ะเล่นเกมของผม แล้วรู้สึกว่า "เฮ้ย แบรนด์ไทยทำของมาถึงเบอร์นี้แล้วหรอ" มารีวิวให้ดูกันแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุมครับ ตัวนี้คือ Signo E-SPORT KB-752W หรือชื่อรุ่นเท่ๆ ของเขาคือ MEZZON นั่นเองครับ
บอกเลยว่าใครที่กำลังตามหาคีย์บอร์ดขนาด Full Size 100% ที่มีปุ่ม Numpad มาให้ครบๆ พิมพ์งานก็สะดวก เล่นเกมก็มันส์ แถมไฟ RGB สวยแบบตะโกนทะลุเบ้าตา ผมบอกเลยว่าตัวนี้อาจจะเป็นตัวจบของคุณได้เลย
ก่อนที่เราจะไปลุยอ่านรีวิวแบบยาวๆ ระดับตำนานกัน ถ้าใครขี้เกียจรอหรืออยากเข้าไปส่องราคาโปรโมชั่นเด็ดๆ ก่อน ก็แวะไปกดใส่ตะกร้ากันได้เลยที่ลิงก์นี้นะครับ
https://s.shopee.co.th/3qIkLTUxMD แอบกระซิบว่าของมันต้องมีจริงๆ ครับ ไปกดดูก่อนแล้วค่อยมาฟังผมเล่าต่อก็ได้ฮะ
เริ่มต้นกันที่สัมผัสแรกตอนแกะกล่องและเรื่องของงานประกอบกันก่อนเลยครับ ตอนที่ผมยกตัวคีย์บอร์ดออกมาจากกล่อง สิ่งแรกที่รู้สึกได้ชัดเจนมากคือน้ำหนักของมันครับ ตัวนี้หนักประมาณกิโลกว่าๆ (ราวๆ 1,245 กรัม) ถือว่ามีน้ำหนักเอาเรื่องเลย แต่นั่นเป็นข้อดีมากๆ นะครับ เพราะเวลาเราเอามาวางบนโต๊ะแล้วสาดคอมโบเล่นเกมหนักๆ ตัวคีย์บอร์ดมันจะไม่ขยับหนีมือเราเลย ยึดเกาะแน่นหนึบสุดๆ บวกกับตัวท็อปเพลตด้านบนที่เป็นวัสดุอลูมิเนียม มันยิ่งเสริมความแข็งแรงและความพรีเมียมให้ดูเกินราคาไปมาก หน้าตาโดยรวมมันดูเรียบหรู คล้ายๆ พวกคัสตอมคีย์บอร์ดแพงๆ เลยครับ
จุดที่ผมมองว่าเป็นไฮไลท์เด็ดที่ทำให้ผมสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นก็คือตัวคีย์แคปครับ ทาง Signo เขาใจป้ำจัดคีย์แคปแบบ Pudding Keycap โปรไฟล์ OEM มาให้จากโรงงานเลย วัสดุเป็น ABS ซึ่งความเจ๋งของพุดดิ้งคีย์แคปคือขอบด้านล่างมันจะโปร่งแสงครับ เวลาเปิดไฟ RGB แบบ North-facing ส่องขึ้นมาปุ๊บ แสงมันจะฟุ้งกระจายออกมาสวยงามอลังการมาก ทะลุตัวอักษรภาษาอังกฤษแบบคมกริบ ส่วนภาษาไทยจะเป็นแบบสกรีนทับลงไปนะครับ อาจจะไม่ได้แสงทะลุภาษาไทย แต่แลกมากับความสว่างรอบๆ ปุ่มที่จัดจ้านขนาดนี้ ส่วนตัวผมให้อภัยได้สบายมากครับ
มาพูดถึงเรื่องหัวใจสำคัญอย่างสวิตช์กันบ้างครับ คีย์บอร์ดตัวนี้ใช้ Optical Switch จากทาง Signo เองเลย ความเร็วในการตอบสนองอยู่ที่ 0.2 มิลลิวินาทีเท่านั้น เวลาเล่นเกมแนว FPS หรือเกมที่ต้องกดสกิลรัวๆ อย่างพวก MOBA เนี่ย รู้สึกได้เลยว่ามันติดนิ้ว ไม่มีความหน่วง แถมเขายังเคลมมาว่ากดได้ถึง 100 ล้านครั้ง คือทนจนลืมอ่ะครับ ซื้อไปใช้ยาวยันลูกบวชได้เลย ที่สำคัญคือมันสามารถ Hot-Swap ถอดเปลี่ยนสวิตช์เองได้ด้วยนะ เผื่อใครเบื่อฟีลลิ่งเดิมๆ แต่ต้องโน้ตไว้นิดนึงนะครับว่าแผงวงจร PCB ของเขาเป็นแบบ Optical 1-Pin ดังนั้นถ้าจะซื้อสวิตช์มาเปลี่ยน ต้องหาซื้อที่เป็น Optical Switch เหมือนกันมาใส่นะครับ จะเอาพวก Mechanical หรือ Magnetic ทั่วไปมาเสียบไม่ได้
ในยุคนี้คีย์บอร์ดจะมามีสายอย่างเดียวก็คงไม่ได้ใช่ไหมครับ ตัวนี้เลยจัดเต็มการเชื่อมต่อแบบ Tri-Mode มาให้เลย จะเสียบสาย USB-C ก็ได้ (สายที่แถมมาให้ยาวตั้ง 1.8 เมตร) หรือจะต่อไร้สายผ่านดองเกิล Wireless 2.4GHz ก็เสถียรสุดๆ เอาไปเล่นเกมได้เนียนๆ และยังรองรับ Bluetooth 5.3 ที่สามารถต่อสลับอุปกรณ์ได้ถึง 3 เครื่องพร้อมกันด้วย ผมลองสลับพิมพ์งานบน PC แล้วสลับไปตอบแชทใน Tablet ก็ทำได้ลื่นไหลมากๆ ตอบโจทย์คนทำงานหลายจอสุดๆ ส่วนเรื่องแบตเตอรี่เขาให้มาจุกๆ ถึง 4,000 mAh ครับ จากที่ผมลองทดสอบใช้งานจริงแบบเปิดไฟ RGB สุดหลอด เล่นทั้งวันทั้งคืน ก็อยู่ได้ประมาณ 26 ชั่วโมงครับ แต่ถ้าใครสายอึด ไม่เน้นแสงสี ปิดไฟเล่นก็จะลากยาวไปได้ถึง 90 ชั่วโมงเลยทีเดียว
อีกส่วนนึงที่ผมประทับใจก็คือ การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นบริเวณมุมขวาบน เขาใส่ปุ่ม Multi-Volume Knob มาให้ด้วย ซึ่งไม่ใช่ Knob ก๊อกแก๊กธรรมดานะครับ ผิวสัมผัสเวลาหมุนปรับเสียงมันพรีเมียมมาก กดลงไปเพื่อปิดเสียงหรือ Mute ได้ทันที และที่โคตรเท่คือตัว Knob มีไฟ RGB ล้อมรอบ
และถ้าเราพลิกมาดูด้านใต้คีย์บอร์ด อันนี้คือสิ่งที่คนรักการจัดโต๊ะคอม (Desk Setup) แบบผมต้องชอบคือ เขามีร่องเก็บสายเคเบิลมาให้เดินสายได้ 3 ทิศทาง ซ้าย กลาง ขวา เลือกออกได้ตามใจชอบ ขาตั้งก็ปรับระดับความชันได้ 2 ระดับ มียางกันลื่นแปะมาให้รอบตัว มั่นคงแข็งแรงสุดๆ
สำหรับการปรับแต่ง ฟังก์ชันเขาก็ให้มาครบ มีซอฟต์แวร์ให้โหลดมาตั้งค่าปุ่มมาโคร เปลี่ยนเลย์เอาต์ หรือจะเล่นโหมด Music Lighting Effect ให้ไฟกระพริบตื๊ดๆ ตามจังหวะเพลงที่เปิดก็ทำได้ รองรับการใช้งานทั้ง Windows และ Mac โดยมีคีย์ลัดให้สลับโหมดการทำงานได้อย่างง่ายดายครับ
สรุปเลยนะครับ สำหรับ Signo E-SPORT KB-752W ตัวนี้ ในค่าตัวไม่เกิน 2 พัน พร้อมการรับประกันศูนย์ไทยยาวๆ ถึง 2 ปี ส่วนตัวผมมองว่ามันเป็นคีย์บอร์ด Full Size ที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์มากๆ คุณได้คีย์บอร์ดที่หน้าตาหล่อเหลาเหมือนงานคัสตอม ได้สวิตช์ออปติคอลที่โคตรทนและไว ได้การเชื่อมต่อไร้สาย 3 โหมด ได้พุดดิ้งคีย์แคปที่ไฟสวยตาแตก แถมฟังก์ชันเสริมยิบย่อยที่ทำมาเพื่อคนใช้งานจริง ถ้าคุณมีงบประมาณ 2 พัน และโต๊ะคุณมีพื้นที่พอสำหรับคีย์บอร์ดขนาด 100% ผมเชียร์สุดใจเลยครับว่าจัดเถอะ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
ไปช้อปกันได้ใน Shopee ที่ลิงก์นี้นะครับ
https://s.shopee.co.th/3qIkLTUxMD กดไปดูนะครับ บางช่วงลดหนักๆ อาจกดได้ในราคาพันกลางๆเท่านั้นคุ้มมากๆครับ
#SignoEsport #KB752W #SignoMEZZON #รีวิวคีย์บอร์ดเกมมิ่ง #คีย์บอร์ดบลูทูธ #คีย์บอร์ดไร้สาย #OpticalSwitch #PuddingKeycap #จัดโต๊ะคอม #เกมมิ่งเกียร์
รีวิว Signo E-SPORT KB-752W (MEZZON) คีย์บอร์ด Full Size Gaming ตัวจบในงบไม่ถึง 2 พัน ที่สายจัดโต๊ะคอมต้องโดน
สวัสดีครับเพื่อนๆ เกมเมอร์และสายจัดโต๊ะคอมทุกคน วันนี้ผมหยิบเอาคีย์บอร์ดตัวนึงที่เพิ่งได้ลองเอามาสิงสถิตอยู่บนโต๊ะทำงานและโต๊ะเล่นเกมของผม แล้วรู้สึกว่า "เฮ้ย แบรนด์ไทยทำของมาถึงเบอร์นี้แล้วหรอ" มารีวิวให้ดูกันแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุมครับ ตัวนี้คือ Signo E-SPORT KB-752W หรือชื่อรุ่นเท่ๆ ของเขาคือ MEZZON นั่นเองครับ
บอกเลยว่าใครที่กำลังตามหาคีย์บอร์ดขนาด Full Size 100% ที่มีปุ่ม Numpad มาให้ครบๆ พิมพ์งานก็สะดวก เล่นเกมก็มันส์ แถมไฟ RGB สวยแบบตะโกนทะลุเบ้าตา ผมบอกเลยว่าตัวนี้อาจจะเป็นตัวจบของคุณได้เลย
ก่อนที่เราจะไปลุยอ่านรีวิวแบบยาวๆ ระดับตำนานกัน ถ้าใครขี้เกียจรอหรืออยากเข้าไปส่องราคาโปรโมชั่นเด็ดๆ ก่อน ก็แวะไปกดใส่ตะกร้ากันได้เลยที่ลิงก์นี้นะครับ https://s.shopee.co.th/3qIkLTUxMD แอบกระซิบว่าของมันต้องมีจริงๆ ครับ ไปกดดูก่อนแล้วค่อยมาฟังผมเล่าต่อก็ได้ฮะ
เริ่มต้นกันที่สัมผัสแรกตอนแกะกล่องและเรื่องของงานประกอบกันก่อนเลยครับ ตอนที่ผมยกตัวคีย์บอร์ดออกมาจากกล่อง สิ่งแรกที่รู้สึกได้ชัดเจนมากคือน้ำหนักของมันครับ ตัวนี้หนักประมาณกิโลกว่าๆ (ราวๆ 1,245 กรัม) ถือว่ามีน้ำหนักเอาเรื่องเลย แต่นั่นเป็นข้อดีมากๆ นะครับ เพราะเวลาเราเอามาวางบนโต๊ะแล้วสาดคอมโบเล่นเกมหนักๆ ตัวคีย์บอร์ดมันจะไม่ขยับหนีมือเราเลย ยึดเกาะแน่นหนึบสุดๆ บวกกับตัวท็อปเพลตด้านบนที่เป็นวัสดุอลูมิเนียม มันยิ่งเสริมความแข็งแรงและความพรีเมียมให้ดูเกินราคาไปมาก หน้าตาโดยรวมมันดูเรียบหรู คล้ายๆ พวกคัสตอมคีย์บอร์ดแพงๆ เลยครับ
จุดที่ผมมองว่าเป็นไฮไลท์เด็ดที่ทำให้ผมสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นก็คือตัวคีย์แคปครับ ทาง Signo เขาใจป้ำจัดคีย์แคปแบบ Pudding Keycap โปรไฟล์ OEM มาให้จากโรงงานเลย วัสดุเป็น ABS ซึ่งความเจ๋งของพุดดิ้งคีย์แคปคือขอบด้านล่างมันจะโปร่งแสงครับ เวลาเปิดไฟ RGB แบบ North-facing ส่องขึ้นมาปุ๊บ แสงมันจะฟุ้งกระจายออกมาสวยงามอลังการมาก ทะลุตัวอักษรภาษาอังกฤษแบบคมกริบ ส่วนภาษาไทยจะเป็นแบบสกรีนทับลงไปนะครับ อาจจะไม่ได้แสงทะลุภาษาไทย แต่แลกมากับความสว่างรอบๆ ปุ่มที่จัดจ้านขนาดนี้ ส่วนตัวผมให้อภัยได้สบายมากครับ
มาพูดถึงเรื่องหัวใจสำคัญอย่างสวิตช์กันบ้างครับ คีย์บอร์ดตัวนี้ใช้ Optical Switch จากทาง Signo เองเลย ความเร็วในการตอบสนองอยู่ที่ 0.2 มิลลิวินาทีเท่านั้น เวลาเล่นเกมแนว FPS หรือเกมที่ต้องกดสกิลรัวๆ อย่างพวก MOBA เนี่ย รู้สึกได้เลยว่ามันติดนิ้ว ไม่มีความหน่วง แถมเขายังเคลมมาว่ากดได้ถึง 100 ล้านครั้ง คือทนจนลืมอ่ะครับ ซื้อไปใช้ยาวยันลูกบวชได้เลย ที่สำคัญคือมันสามารถ Hot-Swap ถอดเปลี่ยนสวิตช์เองได้ด้วยนะ เผื่อใครเบื่อฟีลลิ่งเดิมๆ แต่ต้องโน้ตไว้นิดนึงนะครับว่าแผงวงจร PCB ของเขาเป็นแบบ Optical 1-Pin ดังนั้นถ้าจะซื้อสวิตช์มาเปลี่ยน ต้องหาซื้อที่เป็น Optical Switch เหมือนกันมาใส่นะครับ จะเอาพวก Mechanical หรือ Magnetic ทั่วไปมาเสียบไม่ได้
ในยุคนี้คีย์บอร์ดจะมามีสายอย่างเดียวก็คงไม่ได้ใช่ไหมครับ ตัวนี้เลยจัดเต็มการเชื่อมต่อแบบ Tri-Mode มาให้เลย จะเสียบสาย USB-C ก็ได้ (สายที่แถมมาให้ยาวตั้ง 1.8 เมตร) หรือจะต่อไร้สายผ่านดองเกิล Wireless 2.4GHz ก็เสถียรสุดๆ เอาไปเล่นเกมได้เนียนๆ และยังรองรับ Bluetooth 5.3 ที่สามารถต่อสลับอุปกรณ์ได้ถึง 3 เครื่องพร้อมกันด้วย ผมลองสลับพิมพ์งานบน PC แล้วสลับไปตอบแชทใน Tablet ก็ทำได้ลื่นไหลมากๆ ตอบโจทย์คนทำงานหลายจอสุดๆ ส่วนเรื่องแบตเตอรี่เขาให้มาจุกๆ ถึง 4,000 mAh ครับ จากที่ผมลองทดสอบใช้งานจริงแบบเปิดไฟ RGB สุดหลอด เล่นทั้งวันทั้งคืน ก็อยู่ได้ประมาณ 26 ชั่วโมงครับ แต่ถ้าใครสายอึด ไม่เน้นแสงสี ปิดไฟเล่นก็จะลากยาวไปได้ถึง 90 ชั่วโมงเลยทีเดียว
อีกส่วนนึงที่ผมประทับใจก็คือ การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นบริเวณมุมขวาบน เขาใส่ปุ่ม Multi-Volume Knob มาให้ด้วย ซึ่งไม่ใช่ Knob ก๊อกแก๊กธรรมดานะครับ ผิวสัมผัสเวลาหมุนปรับเสียงมันพรีเมียมมาก กดลงไปเพื่อปิดเสียงหรือ Mute ได้ทันที และที่โคตรเท่คือตัว Knob มีไฟ RGB ล้อมรอบ
และถ้าเราพลิกมาดูด้านใต้คีย์บอร์ด อันนี้คือสิ่งที่คนรักการจัดโต๊ะคอม (Desk Setup) แบบผมต้องชอบคือ เขามีร่องเก็บสายเคเบิลมาให้เดินสายได้ 3 ทิศทาง ซ้าย กลาง ขวา เลือกออกได้ตามใจชอบ ขาตั้งก็ปรับระดับความชันได้ 2 ระดับ มียางกันลื่นแปะมาให้รอบตัว มั่นคงแข็งแรงสุดๆ
สำหรับการปรับแต่ง ฟังก์ชันเขาก็ให้มาครบ มีซอฟต์แวร์ให้โหลดมาตั้งค่าปุ่มมาโคร เปลี่ยนเลย์เอาต์ หรือจะเล่นโหมด Music Lighting Effect ให้ไฟกระพริบตื๊ดๆ ตามจังหวะเพลงที่เปิดก็ทำได้ รองรับการใช้งานทั้ง Windows และ Mac โดยมีคีย์ลัดให้สลับโหมดการทำงานได้อย่างง่ายดายครับ
สรุปเลยนะครับ สำหรับ Signo E-SPORT KB-752W ตัวนี้ ในค่าตัวไม่เกิน 2 พัน พร้อมการรับประกันศูนย์ไทยยาวๆ ถึง 2 ปี ส่วนตัวผมมองว่ามันเป็นคีย์บอร์ด Full Size ที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์มากๆ คุณได้คีย์บอร์ดที่หน้าตาหล่อเหลาเหมือนงานคัสตอม ได้สวิตช์ออปติคอลที่โคตรทนและไว ได้การเชื่อมต่อไร้สาย 3 โหมด ได้พุดดิ้งคีย์แคปที่ไฟสวยตาแตก แถมฟังก์ชันเสริมยิบย่อยที่ทำมาเพื่อคนใช้งานจริง ถ้าคุณมีงบประมาณ 2 พัน และโต๊ะคุณมีพื้นที่พอสำหรับคีย์บอร์ดขนาด 100% ผมเชียร์สุดใจเลยครับว่าจัดเถอะ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
ไปช้อปกันได้ใน Shopee ที่ลิงก์นี้นะครับ https://s.shopee.co.th/3qIkLTUxMD กดไปดูนะครับ บางช่วงลดหนักๆ อาจกดได้ในราคาพันกลางๆเท่านั้นคุ้มมากๆครับ
#SignoEsport #KB752W #SignoMEZZON #รีวิวคีย์บอร์ดเกมมิ่ง #คีย์บอร์ดบลูทูธ #คีย์บอร์ดไร้สาย #OpticalSwitch #PuddingKeycap #จัดโต๊ะคอม #เกมมิ่งเกียร์