ส่งเรื่องสั้นประชาธิปไตยอาจไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่มาให้เพื่อนอ่านต่อตอนสามค่ะ

ต่อจากตอนสองค่ะ
https://m.pantip.com/topic/44032143
ตอนนี ้เลย เลยแย่ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน ในสายตาครูทุกคน ไม่มีใครอยากจะคุยกับครูแสงดาวแล้วเวลานี ้ครู
แสงดาวเลยต้องไปไหนมาไหนเอง และต้องไปกินข้าวคนเดียว
พักเที่ยงวันหนึ่งขณะที่ครูแสงดาวกำลังกินข้าวคนเดียวอยู่ที่โรงอาหาร ก็มีครูผู้ชายคนนึงเข้ามาทักครูแสงดาว
“สวัสดีครับมากินข้าวคนเดียวหรอ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”
พอเห็นหน้าครูแสงดาวก็จ าได้ว่า ครูคนนี ้ชื่อว่า ครูพัฒนา เมื่อก่อนครูแสงดาวก็เคยเห็นหน้าครูพัฒนา
มาบ้าง แต่ไม่สนิทกัน เพราะ สอนนักเรียนกันคนละ ระดับชั ้น แต่ก็พอจำกันได้ ครูแสงดาวเลยตอบครู
พัฒนาไปว่า

“นั่งได้ค่ะยินดีที่ได้รู้จักกัน”
พอได้กินข้าวและนั่งคุยกันสักพักนึงครูพัฒนาก็บอกครูแสงดาวว่า ได้ยินข่าวเรื่อง ที่ครูแสงดาว โดนครู
มุกดาและ เพื่อนๆของ เขาบอยคอต เพราะไม่นับถือ ส ◌ำ​นักปฏิบัติธรรมอาจารย์เทพตามพวกเขา ครูพัฒนา
บอกว่าเข้าใจครูแสงดาว เพราะบ้านครูพัฒนาก็มีปัญหาที่แม่ของครูพัฒนาเอาแต่คลั่งไคล้ลัทธิอาจารย์เทพ
จนเกินเหตุ

เมื่อก่อนครูพัฒนากับแม่ก็อยู่กันอย่างสงบใช้ชีวิตอย่างประหยัดสันโดษพอเพียงมีความสุขแต่พอแม่ของ
ครูพัฒนาได้รู้จักกับอาจารย์เทพ แม่ของเขาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นพวกคลั่งไคล้การทำบุญอย่างเสียสติแม่
ของครูพัฒนา ตอนนี ้เอาแต่จะบริจาคเงินให้สำนักปฏิบัติธรรมอาจารย์เทพ เพราะหลงงมงายกับลัทธิ
ทำบุญเพื่อที่จะได้ส่งไปนิพพานได้
ล่าสุดถึงขนาดขายที่ดินเพื่อบริจาคเงินเพื่อสร้างสำนักปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ ตอนนี ้ไม่มีเงินใช้ต้องมา
เดือดร้อนขอเงินครูพัฒนาใช้เงินครูพัฒนาจึงเข้าใจถึงเหตุผลที่ครูแสงดาว ไม่ชอบสำนักปฏิบัติธรรมของ
อาจารย์เทพ

พอครูแสงดาวได้ยินแบบนี ้ก็รู้สึกว่า หัวใจมีความอบอุ่นร่มเย็นขึ ้นทันที ที่ยังมีคนในนี ้คิดเหมือนกับครู
แสงดาว ดังนั ้นครูแสงดาวจึงคิดว่า ครูพัฒนาเป็นเพื่อนแท้ร่วมอุดมการณ์คนแรก ที่เข้าใจครูแสงดาว
นับตั ้งแต่ที่ครูแสงดาวเข้ามาสอนหนังสือที่นี่
ตอนนี ้ครูแสงดาว กับครูพัฒนาก็พยายามเลิกสนใจแล้วว่า ใครจะรังเกียจไม่อยากสนทนาด้วย ก็คงต้องปล่อยวาง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่