เรื่องมีอยู่ว่าเราตกลงทำสัญญากับเพื่อนไปอยู่หอ 1 สัญญา 1 ปี ค่าประกันมัน 6,000 ซึ่งก็หารคนละ 3,000 ถ้าอยุ่ไม่ครบสัญญาจะไม่ได้เงินประกันคืน ตามนนี้ ทีนี้มันก็สงบดีค่ะ ไม่มีอะไร
แต่ทีนี้พอถึงช่วงใกล้ปิดเทอม ด้วยความเป็นนักศึกษา ตอนนั้นเราแพลนจะซิ่วไปเรียนที่ใหม่ เลยมีการบอกรูมเมทก่อนว่าจะไม่ได้เรียนต่อแล้วนะช่วงต้นปีใหม่เลยค่ะ แต่เรื่องหอเราก็คิดว่าจะอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะช่วงนั้นรูมเมทเราก็มีคุย ๆ ว่าจะไปอยู่คนเดียว และก็มีการเกริ่นว่าถ้าสมมติเราซิ่วแล้วออกหอก่อนหมดสัญญา แล้วเพื่อนมันอยู่ต่อ เราจะเอาค่ามัดจำไหม ตอนนั้นเรายังไม่รู้ค่ะ เพราะมันก็ยังไม่รู้อนาคตเลย ก็อยู่ต่อไปเรื่อย ๆ แต่ก็บอกขำ ๆ ว่าเอา เพราะยังไม่คิดอะไรมาก
พอต่อมาสักพัก ช่วงใกล้ก่อนสอบ เพื่อนรูมเมทก็บอกเราค่ะว่าเจอหอใหม่ ดูดี เห็นเขาบอกว่าห้องว่าง แล้วบอกว่ากลัวว่าถ้าอยู่หอเดิมครบสัญญาคงไม่ได้หอนี้แน่ ตอนนั้นเราก็เครียดค่ะ เพราะไม่รู้จะไปอยู่ไหน เลยว่าจะคุยกับแม่ ซึ่งเราก็คิดว่าเดี๋ยวจะย้ายของไปห้องแฟนก่อน ถ้าเพื่อนจะย้ายออก เพราะเราก็ไม่ได้อยากมีปัญหาออกก่อนหลัง หรือทะเลาะกันเรื่องเงิน เพราะเพื่อนก็ดูรีบ ๆ
ซึ่งพอช่วงสอบเสร็จ เพื่อนไปดูหอใหม่ค่ะ แล้วก่อนไปดูหอใหม่ก็มีคุยกับเราว่าให้บอกเจ้าของหอเลยดีไหม ซึ่งเราก็คิดว่าเพื่อนคงมั่นใจและคุยกับทางบ้านแล้ว ก็เลยโอเค ตกลงแจ้งเจ้าของหอ เจ้าของหอก็รับทราบค่ะ แล้วก็ให้คำแนะนำ
ซึ่งพอเพื่อนไปดูหอดูรายละเอียดหอใหม่เราก็ไม่รุ้เพื่อนคิดไงว่าจะเอามั้ยเเต่คือเพื่อนก้บอกไปแล้วว่าจะย้ายเเจ้งป้าเจ้าของละเราก้เลยคิดเพื่อนคงมั่นใจล่ะคงตามที่ตกลง บวกกับตอนนั้นเราก็สอบติดมหาลัยใหม่แล้ว เราเลยว่าเออพอดีเลย เพราะเพื่อนก็ดูจะรีบอยากย้าย เราก็เลยพยายามรีบให้ ถ้ามันชัวร์แล้ว เราก็เลยคุยกับแม่ว่าจะเข้าไปเก็บของแล้วก็ย้าย
แต่ทีนี้วันต่อมา เพื่อนก็ทักมาบอกว่าเปลี่ยนใจ ค่าประกันหอใหม่มันแพง ไม่ไหว เลยจะอยู่ต่อ แล้วก็ถามคำเดิมว่าจะเอาเงินประกันไหม ซึ่งตอนนั้นเราเคว้งค่ะ เหมือนโดนผิดคำสัญญาเลย พูดตรง ๆ คือทะเลาะเลยค่ะ
เราก็ไม่โอเค เพราะเพื่อนเหมือนอยากได้เงินประกันทั้งหมด ถ้าเพื่อนจะอยู่ต่อจนหมดสัญญา ซึ่งเราอยู่ด้วยกันมา 8 เดือนแล้วค่ะ ใกล้จะหมดสัญญาในอีก 3-4 เดือน แล้วมาเจอแบบนี้ เราก็รู้สึกว่าเราก็ช่วยแกจ่ายนะค่าหอตลอด และเราก็ตกลงกันแล้วบอกให้เเจ้งเจ้าของหอเเล้ว แกเป็นคนเสนอเองก่อนด้วยว่าจะรีบย้ายออกละเเจ้งเจ้าของหอ เราก็รีบวางแผนจะย้าย
แต่พอมันมาเป็นแบบนี้ เหมือนเราเป็นฝ่ายผิดที่ปล่อยให้เขาต้องจ่ายค่าเช่าคนเดียวต่ออีก 3-4 เเล้วยังไม่เห็นใจไม่เเฟร์กับเค้าเรื่องเงินประกันอีก
แล้วเราคิดว่าจะให้เจ้าของหอหักเงินประกันเราไปเลย 3,000 และรูมเมทพออยู่ครบก็เอาอีก 3,000 ไปค่ะ
แต่รูมเมทเขาบอกว่ามันไม่แฟร์กับเขา เพราะเขาต้องอยู่จ่ายราคาเต็มต่ออีก 3-4 เดือน เราฟังก็เข้าใจนะ แต่มันก็มีความรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผล
โอเค เราจะโอเคมากถ้ามันมาจากการที่เราออกก่อนตั้งแต่ช่วงแรก ๆละเราออกเองคนเดียว อันนั้นเราไม่ว่าเลย แต่นี่มันตกลงกันแล้ว แล้วเขาเปลี่ยนใจ
แล้วเราก็โดนเพื่อนของรูมเมทพิมพ์แซะ แขวะอีก มันเลยรู้สึกว่าเราผิดใช่ไหมคะ หรือเราควรให้รูมเมทได้ 6,000 เต็ม ๆ เพราะเจ้าของหอก็บอกให้คุยกันเองเรื่องเงินประกันค่ะ
เราแค่อยากรู้ว่าเคสนี้ควรเป็นแบบที่เราคิด หรือแบบที่เพื่อนคิด 😭🙏
ปัญหากับรูมเมทเรื่องค่าประกันหอ ช่วยด้วยค่ะ😭
แต่ทีนี้พอถึงช่วงใกล้ปิดเทอม ด้วยความเป็นนักศึกษา ตอนนั้นเราแพลนจะซิ่วไปเรียนที่ใหม่ เลยมีการบอกรูมเมทก่อนว่าจะไม่ได้เรียนต่อแล้วนะช่วงต้นปีใหม่เลยค่ะ แต่เรื่องหอเราก็คิดว่าจะอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะช่วงนั้นรูมเมทเราก็มีคุย ๆ ว่าจะไปอยู่คนเดียว และก็มีการเกริ่นว่าถ้าสมมติเราซิ่วแล้วออกหอก่อนหมดสัญญา แล้วเพื่อนมันอยู่ต่อ เราจะเอาค่ามัดจำไหม ตอนนั้นเรายังไม่รู้ค่ะ เพราะมันก็ยังไม่รู้อนาคตเลย ก็อยู่ต่อไปเรื่อย ๆ แต่ก็บอกขำ ๆ ว่าเอา เพราะยังไม่คิดอะไรมาก
พอต่อมาสักพัก ช่วงใกล้ก่อนสอบ เพื่อนรูมเมทก็บอกเราค่ะว่าเจอหอใหม่ ดูดี เห็นเขาบอกว่าห้องว่าง แล้วบอกว่ากลัวว่าถ้าอยู่หอเดิมครบสัญญาคงไม่ได้หอนี้แน่ ตอนนั้นเราก็เครียดค่ะ เพราะไม่รู้จะไปอยู่ไหน เลยว่าจะคุยกับแม่ ซึ่งเราก็คิดว่าเดี๋ยวจะย้ายของไปห้องแฟนก่อน ถ้าเพื่อนจะย้ายออก เพราะเราก็ไม่ได้อยากมีปัญหาออกก่อนหลัง หรือทะเลาะกันเรื่องเงิน เพราะเพื่อนก็ดูรีบ ๆ
ซึ่งพอช่วงสอบเสร็จ เพื่อนไปดูหอใหม่ค่ะ แล้วก่อนไปดูหอใหม่ก็มีคุยกับเราว่าให้บอกเจ้าของหอเลยดีไหม ซึ่งเราก็คิดว่าเพื่อนคงมั่นใจและคุยกับทางบ้านแล้ว ก็เลยโอเค ตกลงแจ้งเจ้าของหอ เจ้าของหอก็รับทราบค่ะ แล้วก็ให้คำแนะนำ
ซึ่งพอเพื่อนไปดูหอดูรายละเอียดหอใหม่เราก็ไม่รุ้เพื่อนคิดไงว่าจะเอามั้ยเเต่คือเพื่อนก้บอกไปแล้วว่าจะย้ายเเจ้งป้าเจ้าของละเราก้เลยคิดเพื่อนคงมั่นใจล่ะคงตามที่ตกลง บวกกับตอนนั้นเราก็สอบติดมหาลัยใหม่แล้ว เราเลยว่าเออพอดีเลย เพราะเพื่อนก็ดูจะรีบอยากย้าย เราก็เลยพยายามรีบให้ ถ้ามันชัวร์แล้ว เราก็เลยคุยกับแม่ว่าจะเข้าไปเก็บของแล้วก็ย้าย
แต่ทีนี้วันต่อมา เพื่อนก็ทักมาบอกว่าเปลี่ยนใจ ค่าประกันหอใหม่มันแพง ไม่ไหว เลยจะอยู่ต่อ แล้วก็ถามคำเดิมว่าจะเอาเงินประกันไหม ซึ่งตอนนั้นเราเคว้งค่ะ เหมือนโดนผิดคำสัญญาเลย พูดตรง ๆ คือทะเลาะเลยค่ะ
เราก็ไม่โอเค เพราะเพื่อนเหมือนอยากได้เงินประกันทั้งหมด ถ้าเพื่อนจะอยู่ต่อจนหมดสัญญา ซึ่งเราอยู่ด้วยกันมา 8 เดือนแล้วค่ะ ใกล้จะหมดสัญญาในอีก 3-4 เดือน แล้วมาเจอแบบนี้ เราก็รู้สึกว่าเราก็ช่วยแกจ่ายนะค่าหอตลอด และเราก็ตกลงกันแล้วบอกให้เเจ้งเจ้าของหอเเล้ว แกเป็นคนเสนอเองก่อนด้วยว่าจะรีบย้ายออกละเเจ้งเจ้าของหอ เราก็รีบวางแผนจะย้าย
แต่พอมันมาเป็นแบบนี้ เหมือนเราเป็นฝ่ายผิดที่ปล่อยให้เขาต้องจ่ายค่าเช่าคนเดียวต่ออีก 3-4 เเล้วยังไม่เห็นใจไม่เเฟร์กับเค้าเรื่องเงินประกันอีก
แล้วเราคิดว่าจะให้เจ้าของหอหักเงินประกันเราไปเลย 3,000 และรูมเมทพออยู่ครบก็เอาอีก 3,000 ไปค่ะ
แต่รูมเมทเขาบอกว่ามันไม่แฟร์กับเขา เพราะเขาต้องอยู่จ่ายราคาเต็มต่ออีก 3-4 เดือน เราฟังก็เข้าใจนะ แต่มันก็มีความรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผล
โอเค เราจะโอเคมากถ้ามันมาจากการที่เราออกก่อนตั้งแต่ช่วงแรก ๆละเราออกเองคนเดียว อันนั้นเราไม่ว่าเลย แต่นี่มันตกลงกันแล้ว แล้วเขาเปลี่ยนใจ
แล้วเราก็โดนเพื่อนของรูมเมทพิมพ์แซะ แขวะอีก มันเลยรู้สึกว่าเราผิดใช่ไหมคะ หรือเราควรให้รูมเมทได้ 6,000 เต็ม ๆ เพราะเจ้าของหอก็บอกให้คุยกันเองเรื่องเงินประกันค่ะ
เราแค่อยากรู้ว่าเคสนี้ควรเป็นแบบที่เราคิด หรือแบบที่เพื่อนคิด 😭🙏