BYD กำไรลดครั้งแรกในรอบ 4 ปี แม้ยอดขายทุบสถิติ เซ่นสงครามราคาโหด

'สงครามราคา' ในจีนกัดกินกำไร BYD กำไรปี 2025 'ลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี' แม้ยอดขายและรายได้จะทุบสถิติใหม่และแซง Tesla ขึ้นเบอร์ 1 โลกก็ตาม สะท้อนการแข่งขันที่เข้าสู่ 'ช่วงคัดออก'
.
"บีวายดี" (BYD) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของจีนตามยอดขาย เปิดเผยรายงานผลประกอบการปี 2025 เมื่อวันศุกร์ พบว่า บริษัทมียอดขายทั้งปีเพิ่มขึ้นแตะระดับ "สูงสุดเป็นประวัติการณ์" ที่ 1.16 แสนล้านดอลลาร์ แซงหน้าคู่แข่งอย่าง Tesla "แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 ท่ามกลางการแข่งขันสงครามราคาที่รุนแรง"
.
ยอดขายรายปีของ BYD สามารถแซง Tesla ขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2025 ด้วยยอดขาย 2.26 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ Tesla ส่งมอบรถยนต์ได้ 1.64 ล้านคัน หรือลดลง 9%
.
รายได้ของ BYD เพิ่มขึ้น 3.5% สู่ระดับ 804,000 ล้านหยวน (ราว 3.8 ล้านล้านบาท) ในปี 2025 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ และสูงกว่า Tesla ที่มีรายได้ทั้งปี 94,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.1 ล้านล้านบาท)
.
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 19% อยู่ที่ 32,600 ล้านหยวน (ราว 1.54 แสนล้านบาท) นับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเฉลี่ย 12.1% ตามผลสำรวจของ LSEG
.
ส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น 3.5% นั้นก็ยังพบว่าเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปีของค่ายรถจีนรายนี้เช่นกัน
.
เฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ถึงเดือนธ.ค. 2025 กำไรลดลงถึง 38.2% เหลือ 9,300 ล้านหยวนจากปีก่อนหน้า และยังลดลงเป็นไตรมาสที่สามติดต่อกัน
.
แรงกดดันต่อกำไรส่งผลให้ BYD มีการ "ปรับลดจำนวนพนักงาน" ลง 10.2% เหลือ 869,622 คน ณ สิ้นปี 2025
.
หุ้น BYD ที่ซื้อขายในตลาดฮ่องกงปรับขึ้น 3.7% ก่อนประกาศผลประกอบการ และปิดบวก 2.1% ในตลาดเซินเจิ้น
.
📌 สงครามราคาแรง คู่แข่งแย่งส่วนแบ่งตลาด
.
นักวิเคราะห์ระบุว่า BYD อาจเผชิญแรงกดดันด้านผลประกอบการมากขึ้นในปี 2026 จากการแข่งขันที่รุนแรงและอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัว แม้ว่าการเติบโตในต่างประเทศยังดำเนินต่อไป
.
ค่ายรถยนต์จีนรายนี้เคยเติบโตจากรถยนต์ซีรีส์ Dynasty และ Ocean ที่มีราคาจับต้องได้ แต่ปัจจุบันเริ่มเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งอย่าง "ลีปมอเตอร์" (Leapmotor) และ "จีลี่" (Geely) ซึ่งไล่ตามด้านเทคโนโลยีได้ใกล้ขึ้น
.
แม้ BYD จะเป็นค่ายรถยนต์อันดับ 1 ของจีนในปี 2025 แต่ในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ระหว่างมกราคม-กุมภาพันธ์ กลับมียอดขายร่วงลงมาอยู่ "อันดับ 4" หลังยอดขายรวมลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19
.
ทั้งนี้ Geely รายงานกำไรสุทธิปี 2025 เพิ่มขึ้น 36% ขณะที่ Xpeng มีกำไรเป็นครั้งแรกในรายไตรมาส
.
📌 ตลาดอยู่ในช่วงคัดออก ปีนี้มุ่งลุยต่างประเทศ
.
การลดลงของกำไรสุทธิ หลังเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่องหลายปี ทำให้เกิดข้อกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการของ BYD และสะท้อน "มุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้น" ต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดรถที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่างจีน
.
แม้นโยบายสนับสนุนภาคยานยนต์ยังคงแข็งแกร่ง "แต่ส่วนต่างกำไรเผชิญแรงกดดันมากขึ้น" เนื่องจากยังขึ้นอยู่กับขนาดการผลิต การควบคุมต้นทุน และการขยายตลาดต่างประเทศ
.
“เราตระหนักดีว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมรถพลังงานใหม่ได้เข้าสู่ระดับสูงสุด และกำลังอยู่ในช่วงของการ ‘คัดออกอย่างดุเดือด’” หวัง ฉวนฝู ประธาน BYD กล่าวพร้อมย้ำแผนขยายตลาดต่างประเทศ
.
“การมุ่งเน้นการยกระดับเทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันแทนการแข่งขันด้านราคา ขณะที่ยอดขายต่างประเทศและการตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศ ยังเป็นหัวใจของการเติบโตปีนี้” ยูจีน เสี่ยว นักวิเคราะห์จากบริษัทแมคควอรีกล่าว
.
📌 ตลาดจีนดุ เงินทุนหมุนเวียนยังติดลบหนัก
.
BYD ซึ่งผลิตเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริดแบบปลั๊กอิน ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการสิ้นสุดมาตรการยกเว้นภาษีซื้อรถพลังงานใหม่ และยอดขายยังได้รับผลกระทบจาก "การปรับโครงสร้างเงินอุดหนุนใหม่" ที่ให้ประโยชน์กับรถราคาสูงมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่กลุ่มหลักของ BYD
.
จากการวิเคราะห์ข้อมูลของรอยเตอร์สพบว่า รถที่มีราคาต่ำกว่า 150,000 หยวน (ราว 7.1 แสนบาท) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 61% ของยอดขายในประเทศของ BYD ในเดือนพ.ย.
.
“บริษัทไม่สามารถพึ่งพารถยนต์ไฟฟ้าตลาดแมสเพื่อรักษาปริมาณยอดขายในระดับเดิมได้อีกต่อไป” คริส หลิว นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Omdia กล่าว
.
เพื่อกระตุ้นยอดขาย BYD ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ 11 รุ่นที่มาพร้อมแบตเตอรี่ชาร์จเร็วขึ้น และประกาศขยายเครือข่ายสถานีชาร์จความเร็วสูง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่ากลุ่มรถราคาสูงอาจยังไม่เพียงพอที่จะช่วยดันยอดขาย เนื่องจากผู้บริโภคยังคงมองหาทางเลือกที่ราคาย่อมเยา
.
BYD ระบุว่าจะเร่งขยาย "ยอดขายในต่างประเทศ" โดยรายได้จากธุรกิจรถยนต์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 5% ในปีที่ผ่านมา จากยอดขายต่างประเทศที่เติบโตแข็งแกร่งและมีอัตรากำไรที่ดีกว่า
.
สำหรับในตลาดจีนเองนั้น บริษัทเผชิญแรงกดดันสภาพคล่องหนักขึ้น หลังบริษัทรถยนต์ต่างๆ ต้องชำระเงินให้ซัพพลายเออร์เร็วขึ้น ตามกฎระเบียบใหม่ของรัฐบาลจีนที่ต้องการช่วยเหลือผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามราคา
.
เงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินงาน ซึ่งวัดจากสินทรัพย์ระยะสั้นหักด้วยหนี้สินระยะสั้น "ติดลบ 97,000 ล้านหยวน" (ราว 4.6 แสนล้านบาท) แต่ดีขึ้นจากตัวเลขครึ่งปี ณ สิ้นเดือนมิ.ย. ที่ติดลบ 122,700 ล้านหยวน
.
ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ
BYD กำไรลดครั้งแรกในรอบ 4 ปี แม้ยอดขายทุบสถิติ เซ่นสงครามราคาโหด
'สงครามราคา' ในจีนกัดกินกำไร BYD กำไรปี 2025 'ลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี' แม้ยอดขายและรายได้จะทุบสถิติใหม่และแซง Tesla ขึ้นเบอร์ 1 โลกก็ตาม สะท้อนการแข่งขันที่เข้าสู่ 'ช่วงคัดออก'
.
"บีวายดี" (BYD) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของจีนตามยอดขาย เปิดเผยรายงานผลประกอบการปี 2025 เมื่อวันศุกร์ พบว่า บริษัทมียอดขายทั้งปีเพิ่มขึ้นแตะระดับ "สูงสุดเป็นประวัติการณ์" ที่ 1.16 แสนล้านดอลลาร์ แซงหน้าคู่แข่งอย่าง Tesla "แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 ท่ามกลางการแข่งขันสงครามราคาที่รุนแรง"
.
ยอดขายรายปีของ BYD สามารถแซง Tesla ขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2025 ด้วยยอดขาย 2.26 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ Tesla ส่งมอบรถยนต์ได้ 1.64 ล้านคัน หรือลดลง 9%
.
รายได้ของ BYD เพิ่มขึ้น 3.5% สู่ระดับ 804,000 ล้านหยวน (ราว 3.8 ล้านล้านบาท) ในปี 2025 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ และสูงกว่า Tesla ที่มีรายได้ทั้งปี 94,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.1 ล้านล้านบาท)
.
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 19% อยู่ที่ 32,600 ล้านหยวน (ราว 1.54 แสนล้านบาท) นับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเฉลี่ย 12.1% ตามผลสำรวจของ LSEG
.
ส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น 3.5% นั้นก็ยังพบว่าเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปีของค่ายรถจีนรายนี้เช่นกัน
.
เฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ถึงเดือนธ.ค. 2025 กำไรลดลงถึง 38.2% เหลือ 9,300 ล้านหยวนจากปีก่อนหน้า และยังลดลงเป็นไตรมาสที่สามติดต่อกัน
.
แรงกดดันต่อกำไรส่งผลให้ BYD มีการ "ปรับลดจำนวนพนักงาน" ลง 10.2% เหลือ 869,622 คน ณ สิ้นปี 2025
.
หุ้น BYD ที่ซื้อขายในตลาดฮ่องกงปรับขึ้น 3.7% ก่อนประกาศผลประกอบการ และปิดบวก 2.1% ในตลาดเซินเจิ้น
.
📌 สงครามราคาแรง คู่แข่งแย่งส่วนแบ่งตลาด
.
นักวิเคราะห์ระบุว่า BYD อาจเผชิญแรงกดดันด้านผลประกอบการมากขึ้นในปี 2026 จากการแข่งขันที่รุนแรงและอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัว แม้ว่าการเติบโตในต่างประเทศยังดำเนินต่อไป
.
ค่ายรถยนต์จีนรายนี้เคยเติบโตจากรถยนต์ซีรีส์ Dynasty และ Ocean ที่มีราคาจับต้องได้ แต่ปัจจุบันเริ่มเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งอย่าง "ลีปมอเตอร์" (Leapmotor) และ "จีลี่" (Geely) ซึ่งไล่ตามด้านเทคโนโลยีได้ใกล้ขึ้น
.
แม้ BYD จะเป็นค่ายรถยนต์อันดับ 1 ของจีนในปี 2025 แต่ในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ระหว่างมกราคม-กุมภาพันธ์ กลับมียอดขายร่วงลงมาอยู่ "อันดับ 4" หลังยอดขายรวมลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19
.
ทั้งนี้ Geely รายงานกำไรสุทธิปี 2025 เพิ่มขึ้น 36% ขณะที่ Xpeng มีกำไรเป็นครั้งแรกในรายไตรมาส
.
📌 ตลาดอยู่ในช่วงคัดออก ปีนี้มุ่งลุยต่างประเทศ
.
การลดลงของกำไรสุทธิ หลังเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่องหลายปี ทำให้เกิดข้อกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการของ BYD และสะท้อน "มุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้น" ต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดรถที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่างจีน
.
แม้นโยบายสนับสนุนภาคยานยนต์ยังคงแข็งแกร่ง "แต่ส่วนต่างกำไรเผชิญแรงกดดันมากขึ้น" เนื่องจากยังขึ้นอยู่กับขนาดการผลิต การควบคุมต้นทุน และการขยายตลาดต่างประเทศ
.
“เราตระหนักดีว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมรถพลังงานใหม่ได้เข้าสู่ระดับสูงสุด และกำลังอยู่ในช่วงของการ ‘คัดออกอย่างดุเดือด’” หวัง ฉวนฝู ประธาน BYD กล่าวพร้อมย้ำแผนขยายตลาดต่างประเทศ
.
“การมุ่งเน้นการยกระดับเทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันแทนการแข่งขันด้านราคา ขณะที่ยอดขายต่างประเทศและการตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศ ยังเป็นหัวใจของการเติบโตปีนี้” ยูจีน เสี่ยว นักวิเคราะห์จากบริษัทแมคควอรีกล่าว
.
📌 ตลาดจีนดุ เงินทุนหมุนเวียนยังติดลบหนัก
.
BYD ซึ่งผลิตเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริดแบบปลั๊กอิน ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการสิ้นสุดมาตรการยกเว้นภาษีซื้อรถพลังงานใหม่ และยอดขายยังได้รับผลกระทบจาก "การปรับโครงสร้างเงินอุดหนุนใหม่" ที่ให้ประโยชน์กับรถราคาสูงมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่กลุ่มหลักของ BYD
.
จากการวิเคราะห์ข้อมูลของรอยเตอร์สพบว่า รถที่มีราคาต่ำกว่า 150,000 หยวน (ราว 7.1 แสนบาท) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 61% ของยอดขายในประเทศของ BYD ในเดือนพ.ย.
.
“บริษัทไม่สามารถพึ่งพารถยนต์ไฟฟ้าตลาดแมสเพื่อรักษาปริมาณยอดขายในระดับเดิมได้อีกต่อไป” คริส หลิว นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Omdia กล่าว
.
เพื่อกระตุ้นยอดขาย BYD ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ 11 รุ่นที่มาพร้อมแบตเตอรี่ชาร์จเร็วขึ้น และประกาศขยายเครือข่ายสถานีชาร์จความเร็วสูง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่ากลุ่มรถราคาสูงอาจยังไม่เพียงพอที่จะช่วยดันยอดขาย เนื่องจากผู้บริโภคยังคงมองหาทางเลือกที่ราคาย่อมเยา
.
BYD ระบุว่าจะเร่งขยาย "ยอดขายในต่างประเทศ" โดยรายได้จากธุรกิจรถยนต์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 5% ในปีที่ผ่านมา จากยอดขายต่างประเทศที่เติบโตแข็งแกร่งและมีอัตรากำไรที่ดีกว่า
.
สำหรับในตลาดจีนเองนั้น บริษัทเผชิญแรงกดดันสภาพคล่องหนักขึ้น หลังบริษัทรถยนต์ต่างๆ ต้องชำระเงินให้ซัพพลายเออร์เร็วขึ้น ตามกฎระเบียบใหม่ของรัฐบาลจีนที่ต้องการช่วยเหลือผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามราคา
.
เงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินงาน ซึ่งวัดจากสินทรัพย์ระยะสั้นหักด้วยหนี้สินระยะสั้น "ติดลบ 97,000 ล้านหยวน" (ราว 4.6 แสนล้านบาท) แต่ดีขึ้นจากตัวเลขครึ่งปี ณ สิ้นเดือนมิ.ย. ที่ติดลบ 122,700 ล้านหยวน
.
ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ