"เวียดนาม" ประกาศยกเลิกภาษีน้ำมัน 3 ประเภท ส่งผลน้ำมันเบนซินลดทันที 19%!!!

"เวียดนาม" ประกาศยกเลิกภาษีน้ำมัน 3 ประเภท ได้แก่ ภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิต สู้วิกฤตพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินลดทันที 19%



     วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 11.34 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ราคาน้ำมันเบนซินในเวียดนามปรับตัวลดลงถึง 19% ในวันศุกร์ หลังรัฐบาลเวียดนามประกาศยกเลิกภาษีหลายประเภท ได้แก่ ภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีสรรพสามิต สำหรับน้ำมันเบนซิน ดีเซล และเชื้อเพลิงอากาศยาน เพื่อช่วยลดแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่วิกฤตตะวันออกกลางยังไม่มีแนวโน้มยุติ

มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากอินเดียประกาศลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินจาก 13 รูปี เหลือ 3 รูปี และยกเลิกภาษีดีเซล 10 รูปี เพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงานเช่นกัน

     ในขณะที่ประเทศไทย ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลหน้าปั๊มปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 18% หลังรัฐบาลลดการอุดหนุนน้ำมัน และหันไปใช้มาตรการช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่มแทน เช่น ผู้ประกอบการรถบรรทุก เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย

 เวียดนามลดภาษี หวังสกัดวิกฤตพลังงาน
     ราคาน้ำมันเบนซิน RON95-III ของเวียดนาม อยู่ที่ประมาณ 24,330 ดองต่อลิตร หรือประมาณ 0.92 ดอลลาร์ ลดลง 28% จากระดับสูงสุดในวันอังคาร แต่ยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามสหรัฐ–อิสราเอลโจมตีอิหร่านประมาณ 21% โดยมาตรการลดภาษีจะมีผลจนถึงวันที่ 15 เมษายน
     รัฐบาลเวียดนาม ระบุว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดน้ำมันและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกมองว่าเป็นคอขวดพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
     กระทรวงการคลังเวียดนาม ระบุว่า การลดภาษีดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้งบประมาณประมาณ 7.2 ล้านล้านดองต่อเดือน แต่ถือว่าเป็นเงินจำนวนมากที่ช่วยลดภาระประชาชนและช่วยภาคธุรกิจให้สามารถดำเนินกิจการต่อได้

อย่างไรก็ตาม ราคาดีเซลยังคงอยู่ในระดับสูง โดยอยู่ที่ประมาณ 35,440 ดองต่อลิตร เพิ่มขึ้นถึง 81% จากก่อนเกิดสงคราม และลดลงเพียง 11% จากจุดสูงสุด

เวียดนามพึ่งพาน้ำมันนำเข้า
     เวียดนามเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบสุทธิ โดยในปีที่แล้วนำเข้าน้ำมันดิบ 14.2 ล้านตัน ซึ่งประมาณ 80% มาจากคูเวตก่อนเกิดสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เวียดนามส่งออกน้ำมันประมาณ 2.5 ล้านตัน ส่วนใหญ่ไปออสเตรเลียและไทย
     โรงกลั่นน้ำมัน Nghi Son ซึ่งเป็นโรงกลั่นใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ระบุว่ากำลังผลิตน้ำมันเต็มกำลังในเดือนมีนาคม และมีน้ำมันดิบเพียงพอสำหรับเดินเครื่องถึงปลายเดือนพฤษภาคม โดยได้รับน้ำมันดิบจากคูเวตครั้งล่าสุดในช่วงกลางเดือนมีนาคม
     ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคม การนำเข้าน้ำมันดิบของเวียดนามลดลง 7% เหลือ 2.8 ล้านตัน ขณะที่การนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซินและดีเซล เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้รัฐบาลเวียดนามยังขอให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านมากขึ้น เพื่อลดการใช้พลังงาน ขอความช่วยเหลือจากญี่ปุ่น สายการบินเริ่มลดเที่ยวบิน

     นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ฝ่าม มินห์ จิ๋ง ได้ส่งจดหมายถึง นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเพื่อขอความช่วยเหลือในการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติม ขณะเดียวกันผลกระทบจากราคาน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้น ทำให้สายการบินเวียดนามหลายแห่งเตรียมลดเที่ยวบินตั้งแต่เดือนหน้า

     Vietnam Airlines อาจลดเที่ยวบินไป-กลับได้ถึง 1,700 เที่ยวต่อเดือนในไตรมาส 2
     Vietjet เตรียมลดจำนวนเที่ยวบินทั้งเครือข่ายลง 18% ในเดือนเมษายน
     Pacific Airlines อาจลดกำลังการบิน 8–30%
     Bamboo Airways อาจลดเที่ยวบินมากกว่า 50%
     Sun PhuQuoc Airways ยังบินตามปกติวันละ 60 เที่ยว เพราะมีเชื้อเพลิงพอถึงปลายเมษายน
     Vietravel Airlines จะยังคงบินวันละ 12–14 เที่ยวในเดือนเมษายน

     สถานการณ์ทั้งหมดสะท้อนว่าวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางกำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจริง ทั้งราคาพลังงาน การบิน การนำเข้า และนโยบายภาษีของประเทศในเอเชียอย่างชัดเจน
อ้างอิง : asia.nikkei.com
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่