อยาก ตย

ปิดเทอมใหญ่มันควรจะเป็นช่วงที่ได้ออกไปใช้ชีวิตบ้างใช่ไหมคะ ได้ไปเที่ยว ได้ไปเล่นสงกรานต์ ได้ไปเจอผู้คน ไม่ใช่อยู่แต่บ้านแบบเดิมทุกวัน แต่สำหรับหนู มันกลับไม่เคยเป็นแบบนั้นเลย ตั้งแต่ ม.1 จนจะขึ้น ม.4 แล้ว เวลาวันหยุด ไม่ว่าจะเป็นเสาร์อาทิตย์ หรือแม้แต่ช่วงเปิดเทอมปกติ หนูก็ยังไม่ได้ไปไหนอยู่ดี ต้องอยู่บ้านตลอด ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว หนูอยากออกไปมาก อยากไปเซ็นทรัลในเมือง อยากไปเดินห้าง ไปคาเฟ่ ไปนั่งเล่น ไปดูคน ไปใช้ชีวิตแบบคนอื่นเขาบ้าง แต่หนูไม่มีใครพาไป แล้วหนูก็ไม่มีรถมอเตอร์ไซค์ จะไปเองก็ไม่ได้ คนรอบข้างเลยมองว่าหนูเป็นคนอินโทรเวิร์ต เป็นคนเก็บตัว อยู่แต่บ้าน ไม่ค่อยอยากออกไปไหน แต่ความจริงมันไม่ใช่เลย ข้างในหนูมันตรงกันข้ามทั้งหมด หนูอยากออกไปข้างนอกแบบเต็มร้อย อยากออกไปใช้ชีวิตแบบคนอื่นเขา แต่แค่ไม่มีโอกาสเท่านั้นเอง

ทุกวันมันเลยกลายเป็นแบบเดิม ตื่นมาก็กินมาม่าอยู่บ้าน นั่งเล่นมือถือไปเรื่อย ๆ พอค่ำก็อาบน้ำ แล้วก็นอน วนไปแบบนี้ซ้ำ ๆ หนูเบื่อมากค่ะ

ครั้งสุดท้ายที่หนูรู้สึกว่าได้ออกไปใช้ชีวิตจริง ๆ คือช่วงปิดเทอมใหญ่ตอน ม.1 จะขึ้น ม.2 ตอนนั้นหนูได้ไปกรุงเทพกับพัทยากับแม่ แล้วก็ได้ไปเล่นสงกรานต์ที่พัทยา มันเป็นช่วงเวลาที่หนูยังจำได้อยู่เลยว่ามันมีความสุขแค่ไหน

แต่หลังจากนั้น…ก็ไม่มีอีกเลย

ปิดเทอมใหญ่ตอน ม.2 จะขึ้น ม.3 หนูก็อยู่บ้านทั้งปิดเทอม เห็นคนอื่นเขาไปเล่นสงกรานต์กันใน TikTok เห็นเขาสนุกกัน หัวเราะกัน มีเพื่อนอยู่รอบตัว แล้วหนูก็นั่งดูอยู่คนเดียว วันนั้นหนูร้องไห้จริง ๆ ค่ะ มันไม่ใช่แค่ “อยากไป” แต่มันรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีที่อยู่ตรงนั้นเลย

แล้วตอนนั้นเอง ผู้ใหญ่ก็บอกหนูว่า “เดี๋ยวปิดเทอมใหญ่ตอน ม.3 จะขึ้น ม.4 จะพาไปกรุงเทพนะ” หนูก็เชื่อ แล้วก็รอ

แต่ตอนนี้ อีกไม่กี่วันก็จะเข้าเดือนเมษายนแล้ว ซึ่งก็คือช่วงเวลาที่เขาพูดถึง แต่มันก็ยังเงียบอยู่เหมือนเดิม ไม่มีวี่แววอะไรเลย

ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ตอนวันหยุดปีใหม่ แม่หนูก็เคยบอกว่าจะให้หนูนั่งเครื่องบินไปกรุงเทพ ไปเที่ยวประมาณห้าวัน ตอนนั้นหนูดีใจมาก ถึงขั้นถามย้ำเลยว่า “จะให้ไปจริงไหม” แต่สุดท้ายแม่ก็บอกว่า “ไม่ต้องมาแล้ว เด็กขึ้นเครื่องบินไม่ได้” ทั้งที่หนูไปหาข้อมูลมาแล้วว่าคนอายุเกิน 12 ปีก็สามารถขึ้นเครื่องบินได้ แค่ต้องมีผู้ปกครองรับรอง

มันเลยทำให้หนูรู้สึกว่า ความหวังของหนูมันหายไปง่าย ๆ อีกแล้ว

แล้วสิ่งที่หนูเพิ่งมารู้ปีนี้ มันยิ่งทำให้หนูเสียใจมากกว่าเดิม

สงกรานต์ปีที่แล้ว วันที่หนูนั่งร้องไห้อยู่บ้าน วันที่แม่บอกว่า “อยู่บ้านน่ะดีแล้ว”

จริง ๆ แล้ว…แม่ไปเที่ยวภูเก็ตค่ะ

หนูเพิ่งมารู้ทีหลัง

มันไม่ใช่แค่เรื่องไม่ได้ออกไปเที่ยวแล้วค่ะ แต่มันเหมือนหนูถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยที่หนูไม่เคยรู้ความจริงเลย

แต่พอมาคิดดี ๆ ตอนนี้ หนูก็เริ่มไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ทุกอย่างมันอาจจะมีเหตุผลของผู้ใหญ่หรือเปล่า

เพราะตอนนี้ยายหนูอยู่กรุงเทพ อยู่กับลุง ซึ่งลุงหนูเมื่อก่อนการงานดีมาก เป็นผู้จัดการร้านสะดวกซื้อ แต่หลังจากกลับมาอยู่บ้าน แล้วไปเจอกลุ่มเพื่อนที่ไม่ดี ชีวิตเขาก็เปลี่ยนไป โดนไล่ออกจากงาน แล้วตอนนี้ก็ไปอยู่กรุงเทพ และติดทั้งยา ทั้งการพนัน

ยายหนูก็ต้องอยู่ดูแลเขา

ถ้าหนูไปกรุงเทพ หนูก็ไม่มีที่ไปจริง ๆ นอกจากไปอยู่กับยาย แต่การไปอยู่ในห้องเดียวกับลุงในสภาพแบบนั้น ผู้ใหญ่เขาอาจจะกลัวว่ามันไม่ปลอดภัยสำหรับหนู

ส่วนแม่หนูเองก็อยู่บางปะกง ทำงานโรงงาน มีแค่ห้องเล็ก ๆ ห้องเดียว อาจจะไม่สะดวกให้หนูไปอยู่ด้วย

บางที…มันอาจจะไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพาหนูไปไหน

แต่อาจจะเป็นเพราะ “เขาไม่รู้จะพาหนูไปอยู่ตรงไหน” มากกว่า

แต่ถึงจะเข้าใจแบบนั้น

ความรู้สึกของหนูมันก็ยังเหมือนเดิมอยู่ดีค่ะ

มันยังคงอยากออกไปข้างนอก อยากมีช่วงเวลาของตัวเอง อยากมีใครสักคนชวนไปไหนก็ได้

ปีนี้…หนูก็ยังไม่รู้ว่าจะต่างจากเดิมไหม

หรือสุดท้าย หนูก็จะต้องนั่งอยู่ในบ้านหลังเดิม มองคนอื่นเขาเล่นสงกรานต์กัน แล้วก็เงียบอยู่แบบเดิมอีกครั้ง

ทั้งที่ลึก ๆ แล้ว หนูแค่อยากมีใครสักคนหันมาบอกว่า

“ไปด้วยกันไหม”

(ปีนี้คงต้องนั่งร้องให้ที่บ้านเหมือนเดิมเพื่อเเลกความสุขของลุง)😭
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่