ซาอุฯ หนุนสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านต่อ โอกาสจัดระเบียบตะวันออกกลางใหม่

หน่วยข่าวกรองซาอุดีอาระเบีย ยืนยันในวันนี้ (27 มีนาคม) ว่า ซาอุดีอาระเบียได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อจริง ขณะที่ยังคงชั่งน้ำหนักว่า จะตัดสินใจเข้าร่วมการสู้รบโดยตรงด้วยหรือไม่



แหล่งข่าวซาอุดีอาระเบีย ยืนยันรายงานข่าว กรณีที่สำนักข่าว New York Times รายงานก่อนหน้านี้ว่า มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่ายุติการทำสงครามต่ออิหร่าน พร้อมชี้ว่า โครงการปฏิบัติการร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล เป็นการนำเสนอถึง "โอกาสครั้งประวัติศาสตร์" ในการสร้างตะวันออกกลางขึ้นมาใหม่

แหล่งข่าวกรองซาอุฯ ยังระบุด้วยว่า ซาอุดีอาระเบียไม่เพียงเรียกร้องให้ดำเนินการโจมตีทางการทหารต่อไป แต่ขอให้เข้มข้นขึ้นด้วย ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมายืนยันรายงานคำร้องขอของเจ้าชายแห่งซาอุฯ พร้อมเรียกขานพระองค์ว่า "เป็นนักรบ ผู้ต่อสู้ร่วมกับเรา"
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่า มีทหารซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมในสงครามเกือบ 4 สัปดาห์นี้หรือไม่ แต่นักวิเคราะห์การเมืองซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า ซาอุฯ พร้อมที่จะยกระดับเข้าร่วม หากความพยายามในด้านสันติภาพที่นำโดยปากีสถานครั้งนี้ล้มเหลวลง

โมฮัมเหม็ด อัลฮาเหม็ด นักวิเคราะห์การเมืองซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า "สิ่งที่จะเป็นปัจจัยสำคัญคือ การตัดสินใจของอิหร่าน ที่หากปฏิเสธเงื่อนไข และยังเดินหน้าโจมตี ก็อาจถึงจุดที่ซาอุดีอาระเบียจะก้าวข้ามความอดทนนั้น" พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียพยายามที่จะไม่ถูกลากเข้าไปในสงครามโดยตรง แต่ทุกทางเลือกล้วนอยู่บนโต๊ะในเวลานี้

ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียถูกโดรนอิหร่านโจมตี ในการตอบโต้สงครามจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่เริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ มีเหตุโดรนพุ่งเป้าใส่โรงกลั่นน้ำมันในเมือง Yanbu ชายฝั่งทะเลแดงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ซาอุดีอาระเบีย ยังสามารถขนส่งน้ำมันของตนเองผ่านท่อส่งไปยังทะเลแดง จึงไม่เปราะบางเท่ากับเพื่อนบ้านแถบอ่าว ที่ไม่สามารถนำน้ำมันออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ - แต่ซาอุฯ อาจเผชิญโจทย์หนักมาก หากพันธมิตรอิหร่าน อย่างฮูตี เข้าร่วมในสงครามนี้อย่างเต็มตัว

ซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน ต่างพยายามสร้างอิทธิพล และอ้างบทความเป็นผู้นำของโลกซุนนี และชีอะต์ และที่ผ่านมาทั้งสองประเทศเป็นอริกันมาอย่างยาวนาน โดยเอกสารลับของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ที่รั่วไหลออกมา พบว่า กษัตริย์อับดุลลาห์ พระอัยกาของมกุฎราชกุมาร ทรงเรียกร้องให้กองทัพสหรัฐฯ ในปี 2008 "ตัดหัวงู" ซึ่งหมายถึงระบอบการปกครองแบบเทวาธิปไตยของอิหร่าน
ADVERTISEMENT

ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE เผชิญปัญหาอย่างหนัก เนื่องจากไม่อาจส่งออกน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้นได้ และเรียกร้องให้ดำเนินการทางทหารปราบอิหร่านอย่างเด็ดขาด โดยเอกอัครราชทูต UAE ประจำสหรัฐฯ ยูเซฟ อัล โอไทบา เขียนบทความใน Wall Street Journal เมื่อวันพุธว่า "การหยุดยิงเฉย ๆ นั้นยังไม่เพียงพอ เราต้องการผลลัพธ์ที่เด็ดขาด ซึ่งหมายถึงการตัดภัยคุกคามทั้งหมดของอิหร่านลง"

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่