ยำใหญ่หนังผีไทย 2 เรื่อง พระไม้ + กัม มะ เว คะ



ขอรีวิวไปพร้อมกันเลยแล้วกันครับ สำหรับหนังผีไทย 2 เรื่องที่ จขกท. มีโอกาสได้ดูในโรงหนังมา ส่วนแต่ละเรื่องจะเป็นอย่างไร ลุยไปพร้อม ๆ กันเลยครับ



เรื่องราวของอาถรรพ์พระไม้ ที่มักจะปรากฏขึ้นก่อนที่จะมีการเสียชีวิตของคนที่ได้ครอบครอง ซึ่งการเสียชีวิตก็จะเป็นในรูปแบบสยดสยอง คือ ผู้เสียชีวิตมักมีอาการพุพองเป็นแผลน่าเกลียดที่ผิวหนังทั่วทั้งตัว จนกระทั่ง แพง (มุกดา-นรินทร์รักษ์) สาวนักโบราณคดีที่ได้ทำการศึกษาและเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับพระไม้ และ สารวัตรเอก (ภณ-ณวัสน์) นายตำรวจหนุ่ม เจ้าของคดี ที่ต้องช่วยกันสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง เรื่องราวถูกสาวลึกลงไปถึงความเกี่ยวข้องของผู้ตายทุกคน กับ อนันต์ (บี๋-ธีรพงศ์) นักธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานผู้มีอำนาจ นอกจากนี้เขายังเป็นพ่อของ สารวัตรเอก อีกด้วย ในขณะที่ แพง ก็มีความเกี่ยวข้องกับ อนันต์ ในฐานะลูกสาวของเพื่อนรัก และพ่อของเธอก็ได้เสียชีวิตในอุบัติเหตุที่เป็นปริศนาพร้อมกันกับแม่ของเธอ เราต้องมาดูกันว่า การเสียชีวิตของทุกคนนั้น เกี่ยวข้องกับอาถรรพ์พระไม้ หรือความจริงมีใครอยู่เบื้องหลัง และความเป็นพ่อลูก และอาหลานนั้น จะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินคดีหรือไม่ หรือความจริงจะมีใครเป็นตัวละครลับอยู่เบื้องหลังอีก..

ความรู้สึกหลังดูหนังจบแล้วก็คือ หนังความยาวแค่ 80 นาที แต่ จขกท. เหมือนนั่งดูหนังที่ยาวนานตลอดไป เสียดายเมนไอเดียของหนัง เสียดายสารตั้งต้นของหนัง เสียดายวัตถุดิบซึ่งก็คือนักแสดงนำของหนัง มีแต่คำว่าเสียดายเต็มไปหมด ก่อนไปดูคาดหวังอยู่นะว่าจะได้เห็นได้รู้อะไรที่แปลกใหม่ เหมือนความคาดหวังที่ จขกท. มีต่อ "สรรพลี้หวน" แต่อันนี้พังกว่า พังแบบพังไปเลย และ จขกท. แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าหนังเรื่องนี้ได้ ผกก. ระดับแถวหน้าของเมืองไทยถึง 2 คน มาควบคุมการผลิต..

ความพังของหนัง คือ การที่หนังเลือกที่จะใช้ Gen AI เข้ามาเป็นส่วนประกอบในงานสร้างแบบเยอะมาก ๆ แล้วเป็น Gen AI แบบกากสุด ๆ จนตกใจว่าบางซีนถ้าเทียบกับงาน Gen AI ที่พบเจอได้ใน Reels ใน TikTok นั้น ยังดีกว่าอีกอ่ะ แม้แต่ฉากง่าย ๆ อย่างฉากคนคุยกันในห้อง ฉากรถจอดกลางสี่แยก ฉากบ้านทั่ว ๆ ไป แม้แต่หมาแต่ควาย ยังใช้ Gen AI ทำ แล้วแบบลอย โคตะระลอย ความจริง จขกท. ไม่ได้แอนตี้เรื่องการใช้ Gen AI แต่ทำให้มันมืออาชีพหน่อยสิครับ แบบนี้มันดูถูกคนดูเกินไป ตลกมาก

ความจริงสารตั้งต้นของหนังเรื่องนี้มันดีมาก เรื่องพระไม้ เรื่องราวพื้นบ้านทางภาคอีสานของเรา เรื่องอาถรรพ์ คดีฆาตกรรม มันน่าสนใจมาก แต่ทำออกมาโคตะระพัง บทพูดเอย การตัดต่อเอย นักแสดงอื่นที่ไม่ใช่ตัวนำเอย ฯลฯ นึกว่าดูหนังทดลอง ทั้ง ๆ ที่การถ่ายทำ การออกแบบงานศิลป์ในส่วนที่ไม่ได้ใช้ Gen AI มันก็พอจะดูได้ คือ ผ่านเลยแหละ แล้วบทพูด คือ ตลกมาก บางบท คือ จะพูดทำไม จะใส่มาทำไม ตลก ส่วนนักแสดงนำ คือ เล่นดีสมกับที่เป็นพระเอกนางเอกแถวหน้าของเมืองไทย แม้การแสดงมันจะเป็นแนวละครเย็นไปหน่อย แต่เข้าใจว่า ผกก. สั่งให้แสดงไปในแนวทางนั้น ส่วนตอนจบ คือ อ่อม Super อ่อม จบได้แบบละครคุณธรรมยังทำไม่ได้แบบนี้เลย แม้จะมีการฟอลแชร์โดว์ตัวคนร้ายมาตลอด แต่เฉลยได้แบบ.. ไม่มีคำพูด แต่เอาหล่ะ อย่างน้อยหนังมันก็ยังมีข้อดีของมันอยู่ คือหนังก็ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระไม้แก่เรา อย่างน้อยดูหนังจบก็ยังได้รู้ว่าเขาสร้างพระไม้กันเพื่ออะไร

สรุปถ้าคุณอยากเสียเงินไปโดนคนสร้างหนังดูถูกสักครั้งนึงในชีวิต เชิญครับ.. คุณได้สิทธิ์นั้นทันที..



กัม มะ เว คะ คือ หนังที่รวบรวมเอาหนังสั้นสไตล์ Horror ที่เป็นการแบ่งงานกันระหว่างทีมผู้สร้าง ไทย และ มาเลเซีย เอาไว้ทั้งหมด 4 เรื่องด้วยกัน โดยแบ่งเป็นหนังไทย 2 เรื่อง และ มาเลย์ 2 เรื่อง ความยาวของหนังแต่ละเรื่องประมาณ 20 กว่านาที

เรื่องแรก : ทวงบาป (Reclaimed) : อดีตอันเลวร้ายที่กลับมาหลอกหลอนนางเอก ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เธอต้องพบกับเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิด ที่ทำให้มีคนงานตายไปกว่า 25 คน และเธอเป็นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิต วันเวลาผ่านไปเธอโตขึ้นเป็นนางพยาบาลในโฮมแคร์ และเมื่อคุณลุงคนหนึ่งที่มีท่าทีแปลก ๆ ถูกส่งตัวจากวัดให้มาอยู่ในความดูแล เหตุการณ์ประหลาด ๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งลี้ลับก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางที เหตุการณ์ทั้งหมดอาจเกี่ยวเนื่องกับเหตุโศกนาฎกรรมในวันนั้น และการทวงคืนความยุติธรรมของใครบางคนที่ต้องรับเคราะห์จากเหตุการณ์

ต้องบอกว่าในบรรดาหนังสั้นทั้ง 4 เรื่อง ทวงบาป ถือว่าน่าจะด้อยที่สุดแล้ว ทั้งบท งานภาพ งานสร้าง และการแสดง และที่สำคัญทวงบาป เป็นงานจากฝั่งประเทศไทย งานสร้างมีการใช้ Gen AI (ที่ไม่ค่อยเนียน) อีกแล้วครับ แต่ถึงยังไงก็ไม่น่าเกลียดเท่า พระไม้ เรื่องการเล่าเรื่องและบท จขกท. ไม่ค่อยชอบเท่าใดนัก เพราะการระดม Jump Scare มาแบบไม่ยั้ง แถมส่วนมากยังเป็น Jump Scare ในรูปแบบความฝัน มันเหมือนเป็นการโกงคนดู คือเหมือนผู้สร้างไม่รู้จะทำยังไงให้หนังมันน่ากลัว ก็ระดมใส่ Jump Scare เข้าไปจนมันเกร่อ แถมมาในรูปแบบความฝันนี่พอเลย หนังยาวแค่ 20 กว่านาที แต่นางเอกนอนฝันร้ายไปแล้ว 5 - 6 ครั้ง ตกลงนางเอกจะนอนทั้งเรื่องเลยมั้ย 55 การผูกปมเรื่องไม่ดี เหมือนเรื่องไม่เดินไปข้างหน้า (เพราะมัวแต่ระดม Jump Scare) แม้ตอนจบคลายปมหนังจะทำได้ OK ในระดับนึง ที่มีความเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึง ทำให้ดูหนังมีอะไร แต่ภาพรวมยังไม่ผ่านครับ

เรื่องที่ 2 : สายพยาบาท (The Li(n)e) : เสียงพยาบาทจากคนตายที่ตามทวงคืน เมื่อนางเอกที่เป็นลูกสาวของเจ้าของสตูดิโออัดเสียง ต้องพบกับเหตุการณ์ประหลาด เมื่อเธอต้องสูญเสียทั้ง พ่อ แม่เลี้ยง น้องสาว และน้องชาย ไปตาม ๆ กัน และทุกคนได้ตายลงไปในเวลาเดียวกัน คือ ตี 3 กับ 33 นาที ทางเดียวที่เธอจะทำได้ คือ การจ้างหมอผีมาล้างอาถรรพ์ ซึ่งต้องทำพิธีกรรมประหลาด เช่น ให้ผูกด้ายแดงไว้กับรูปและเหรียญเครื่องลางไว้ทั้งห้อง โดยห้ามทำให้ด้ายขาด รวมทั้งเธอต้องรับโทรศัพท์ก่อนที่มันจะดังครบ 8 ครั้ง เพื่อรับฟังเสียงสยองจากปลายสาย..

เรื่องนี้เป็นหนังจากทีมงานฝั่งมาเลเซีย หนังเรื่องนี้ไม่มีการเล่าเรื่องย้อนให้ดูเป็น Clues ถึงเหตุการณ์ตอนต้นเรื่อง แต่การรับโทรศัพท์ของนางเอกแต่ละครั้ง จะทำให้เรามาประติดประต่อเหตุการณ์ด้วยตัวเอง Mood & Tone ของหนังทำได้ OK ใช้โหมดสีแดง ๆ เป็นการตะโกนบอกคนดูว่า เฮ้ย! นี่ตรูเป็นหนังสยองขวัญนะเฟ้ย ถึงแม้มันจะค่อนข้าง cliché แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ยังใช้งานได้ดีอยู่ การดำเนินเรื่องและการตัดต่อ ค่อนข้างดูงง ๆ นางเอกค่อนข้างโอเวอร์แอ็คติ้ง มีจุดที่สร้างเซอร์ไพรส์ในหนังอยู่ แต่ตอนจบ จขกท. ว่ามันแอบอิหยังว่ะ ดูมีความหนังเกรด B แต่ภาพรวมก็ OK พอดูได้

เรื่องที่ 3 : หมอผี (Bomoh) : เป็นเรื่องราวฝั่งมาเลเซีย ที่ดูเหมือนว่าจะเชื่อมโยงกับประเทศไทย คำว่า "Bomoh" ในหนัง ก็คือคำว่า "พ่อหมอ" ของไทยนั่นเอง

เรื่องราวว่าด้วยเศรษฐีนีคนจีนมาเลย์คนหนึ่ง นางดันไปรักกับผู้ชายที่เป็นคล้าย ๆ Mangda แล้วต่อมาผู้ชายทำร้ายนาง พร้อมกับเอาเงินนางไป นางก็เลยไปว่าจ้างหมอผีจากมาเลเซียตอนเหนือ ใกล้ ๆ ชายแดนไทย ให้ทำของใส่ผู้ชายคนนั้น โดยนางต้องการให้ปิกาจูของไอนั้นหมดสภาพ (คิดได้เนอะ) 55 แล้วหมอผีที่นางไปเจอนั่นก็บ้ากาม ข่มขืนลูกตัวเอง แถมยังขายน้ำมันพรายจากศพสาวที่ตายใหม่ ๆ เศรษฐีนีนางนี้จะรอดจากเงื้อมมือของหมอผีบ้ากามหรือไม่ เหตุการณ์จะจบลงอย่างไร..

ความรู้สึกหลังดูหนังตอนนี้จบลง คือ เออ! สนุกดีอ่ะ หนังมันออกกาว ๆ แม้ตอนแรกจะดูเศร้า ๆ จิตตก แต่ตอนเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผีมันออกกาวมาก ยิ่งมูฟเม้นต์ของผี คือ จขกท. แอบขำอ่ะ ความจริงหนังมันไม่มีอะไรเลยนะ แต่มันได้ความสนุก สะใจ ได้ความกาว เรื่องนี้ จขกท. ให้ผ่านครับ

เรื่องสุดท้าย : สามเรา (Threesome) : เปิดมาเห็นชื่อผู้กำกับเป็นพี่พิง ลำพระเพลิง จขกท. คิดเลยว่าคงมีอะไรดี ๆ ยิ่งงานของพี่พิงแกยิ่งมีลายเซ็นที่ชัดเจนอีกด้วย จขกท. ยังจำความรู้สึกที่ได้ดู "โคตรรักเอ็งเลย" เป็นครั้งแรกได้ ซึ่งหนังตอนนี้มันก็มันส์ ก็สนุกแบบนั้นแหละครับ 55

หนังเปิดเรื่องมาโดยมีชายหญิงคู่หนึ่ง กำลังขับรถบ้านไปในป่า โดยเป้าหมายหลัก คือ ไปแก้บนที่ศาลเจ้าพ่ออีโต้ ให้เพื่อนสาวที่เป็นมะเร็งตาย ระหว่างขับไปก็ไปเจอผู้ชายตัวเปื้อนโคลนมาขอความช่วยเหลือ แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ จนเข้าไปถึงจุดตั้งแคมป์ในป่า และทั้งคู่ต้องทำตามความประสงค์ของเพื่อนสาวที่ตายไป คือ เอาเถ้ากระดูกของตัวเอง ไปใส่ไว้ในตุ๊กตา และเอาตุ๊กตาไปรำแก้บนต่อหน้าเจ้าพ่ออีโต้ จากนั้นเหตุการณ์ตลาดแตกก็ได้เกิดขึ้น..

จขกท. ยอมรับว่าตั้งการ์ดมาแล้วนะ ตั้งแต่ได้เห็นชื่อ พิง ลำพระเพลิง เป็น ผกก. แต่เอาเข้าจริงมันเกินกว่านั้นอ่ะครับ ความจริงหนังตอนนี้สามารถเอามาสร้างเป็นหนังยาวเรื่องเดี่ยว ๆ ได้เลยนะ น่าจะสนุกด้วย คือ หนังมันโคตะระกาว โคตะระเพี้ยน โคตะระตลก คือ แนวทางมันเป็นแบบหนังผีแคมป์เกรด B อ่ะ ที่ตัวละครจะทำอะไรโง่ ๆ แต่สนุก การต่อสู้กับผีที่แบบคิดได้เนอะ 55 คนดูต้องถอดสมองดูของจริง เป็นงานแบบ พิง ลำพระเพลิง ที่เราคิดถึงมานาน สรุปว่า ตอนสุดท้ายนี้สนุกที่สุด ทำให้รู้สึกว่าไม่เสียดายเวลากับหนังเรื่องนี้จนเกินไป และถ้าใครอยากมาดูหนังเรื่องนี้ ก็คิดซะว่ามาดูหนัง 2 เรื่องท้ายก็ถือว่าคุ้มแล้วครับ

ส่วนใครที่ไปดูหนังมาแล้วบ้าง คิดเห็นอย่างไรมาแชร์กันได้ครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่