รวยไม่ไหวแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว วินมอเตอร์ไซค์โอดครวญหลังราคาน้ำมันพุ่งรวดเดียว 6 บาท แนะรัฐบาลถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ก็ลาออกไปซะ

กระทู้ข่าว
PHOTO STORY: “รวยไม่ไหวแล้ว” วินมอไซค์โอดหลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 6 บาท เผยวิ่งรถไปไม่คุ้ม ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น แนะรัฐบาลควรทยอยปรับขึ้นราคาแทนการขึ้นรวดเดียว ลั่น ทำไม่ได้ก็ออกไป ให้คนทำได้ทำแทน

วันนี้ (27 มี.ค.69) The Reporters ลงพื้นที่สำรวจจุดบริการรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่เขตอโศก รัชดา ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เพื่อสอบถามถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับราคาดีเซล-เบนซินทุกชนิด 6 บาทต่อลิตรเมื่อวันที่ 25 มี.ค.69 ที่ผ่านมา

ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างรายหนึ่งเปิดเผยว่า หลังจากที่มีการประกาศขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดลิตรละ 6 บาท จากเดิมที่เคยเติมเต็มถัง 100 บาทก็ต้องจ่าย 150 บาท ก็มองว่ามันเพิ่มเกินไป แต่เราก็ยังวิ่งรถเท่าเดิม มองว่ามันไม่คุ้ม เพราะเราก็ยังคิดราคาเท่าเดิม ติดป้ายราคาเท่าไหร่ก็ต้องคิดเท่านั้น

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรบ้างหลังจากมีการประกาศขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง กล่าวว่า

“รวยไม่ไหวแล้ว แค่นี้แหละ”

ซึ่งตั้งแต่ขับรถมา ครั้งนี้ตนเองว่าน้ำมันแพงที่สุดแล้ว และเมื่อราคาน้ำมันแพง ค่าขนส่ง ค่าครองชีพ ทุกอย่างก็แพงขึ้นทั้งหมด และวิกฤตน้ำมันไม่ได้เกิดขึ้นแค่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่หากผู้บริหารดีก็จะมีการแก้ไขปัญหาที่ดีกว่านี้ หากขึ้นราคาน้ำมันครั้งละ 50 สตางค์หรือ 1 บาท เพื่อดูแลความรู้สึกประชาชน คนก็ยังคิดว่าพอไหว แต่ไม่ใช่อยู่ ๆ มาเพิ่มทีเดียว 6 บาท พร้อมฝากไปถึงรัฐบาลอีกว่า

“ถ้าทำไม่ได้ก็ออกไป ให้คนที่เขาทำได้เข้ามาทำแทน”

ขณะที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างหลายคนได้สะท้อนถึงปัญหาความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ลูกค้าลดลง รายได้ก็ลดลง ส่วนมาตรการในการช่วยเหลือนั้นก็อยากให้มีออกมาเพื่อช่วยในหลายอย่าง แต่ก็มองว่าคงช่วยไม่ได้ทั้งหมด อีกทั้งในบางจุดจะมีการพิจารณาเพื่อขึ้นราคาค่าโดยสาร เนื่องจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น

ทั้งนี้ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเมื่อวานนี้ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ยังได้แถลงข่าวถึงมาตรการการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน อาทิ ค่าโดยสารและค่าขนส่งว่า รัฐบาลจะมีการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้ให้บริการ 2 กลุ่ม คือรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสารสาธารณะ ผ่านการสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการตามการใช้งานจริง โดยจะใช้จีพีเอสติดตามการใช้งานรถยนต์ ส่วนรถโดยสารขนาดเล็กกับมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั้นจะต้องไปลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกก่อน เพื่อติดตามการใช้งานและจะโอนเงินเข้าผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ซึ่งรายละเอียดทางกรมการขนส่งทางบกจะเป็นผู้ชี้แจง

รายงาน: สริตา เรืองจิต
ภาพ: ธนาภรณ์ วุฒิสนธิ์

ที่มา - TheReporters







โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่