JJNY : ไม่ใช่รวยไม่ไหวแต่จะตายกันแล้ว│ม็อบชาวนาจ่อปิดถนน│โพล 40% ไม่เชื่อมั่นรบ.│วอลล์สตรีทร่วงแรงสุด หุ้นเอเชียดิ่งตาม

ชาวกำแพงเพชร ฝากรัฐบาลมอง ปชช.บ้าง น้ำมันแพงไม่ใช่รวยไม่ไหวแต่จะตายกันแล้ว
.

.
ชาวกำแพงเพชร ฝากรัฐบาลหันมามองประชาชนบ้าง ตอนนี้ไม่ใช่รวยไม่ไหว แต่จะตายกันแล้ว น้ำมันแพงแต่ต้องจำเป็นต้องใช้ซื้อทำการเกษตร ต้องตื่นเที่ยงคืนมารอต่อคิวหน้าปั๊ม โอด สงกรานต์ปีนี้บอกญาติไม่ต้องกลับ วิดีโอคอลคุยกันก็พอ
.
หลังจากที่รัฐบาลประกาศลอยตัวค่าน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันขึ้นกระชากรวดเดียวลิตรละ 6 บาท จากการสังเกตดูที่ปั๊มพีที ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พบว่ายังมีรถมาเข้าแถวรอเติมน้ำมัน แต่ไม่มากเหมือนทุกวันแถวสะสมไม่ยาวมาก ปั๊มนี้มีหัวจ่ายน้ำมันดีเซล 4 หัวจ่ายรถเข้าเติมเต็มทุกหัวจ่าย
.
นางมงคลรัตน์ อายุ 45 ปี ชาวบ้าน ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เปิดเผยว่า เติมน้ำมัน 3,000 บาท นำไปใช้กับรถเกี่ยวข้าวและเครื่องสูบน้ำ มีรถเกี่ยวข้าว 4 คัน แต่ละวันต้องใช้น้ำมันประมาณ 400 ลิตร จึงต้องปรับขึ้นราคาเกี่ยวข้าวจากไร่ละ 450 บาทเป็น 500 บาท
.
ถ้าราคาน้ำมันสูงกว่านี้ก็ต้องรอสถานการณ์จะไปถึงไหน เพราะขนาดราคาขนาดนี้ทุกปั๊มก็ยังไม่มีน้ำมันเติม ไม่ไหวจะตายกันแล้วทุกอย่างขึ้นหมดยกเว้นราคาข้าว รัฐบาลหันมามองพวกเราบ้างไม่ใช่รวยไม่ไหว แต่จะตายกันแล้ว ต้องไปตะเวนตามปั้มน้ำมันต่างๆ ต้องกินข้าวกันบนรถ ต้องตื่นเที่ยงคืนตี 1 ตี 2 เพื่อไปรอเข้าคิวเติมน้ำมัน สงกรานต์ปีนี้บอกญาติพี่น้องว่าไม่ต้องกลับ วีดีโอคอลคุยกันก็พอแล้ว
.

.
ม็อบชาวนาจ่อปิดถนน น้ำมันแพง-ข้าวถูก จ.อุตรดิตถ์
.
เช้านี้ที่หมอชิต - ชาวนาอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ รวมกลุ่มยื่นหนังสือข้อเรียกให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำมัน และราคาข้าวตกต่ำ พร้อมขีดเส้น 7 วัน ยกระดับปิดถนน
.
ม็อบชาวนาจ่อปิดถนน น้ำมันแพง-ข้าวถูก จ.อุตรดิตถ์
.
กลุ่มเกษตรกรผู้ทำนา อำเภอพิชัย มาชุมนุมรวมกลุ่มเพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำมันและราคาข้าวตกต่ำพร้อมกับถือป้ายเชิงสัญลักษณ์ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์
.
หลังน้ำมันมีการปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาข้าวเปลือกกลับราคาถูกน่าใจหาย ปัจจุบันราคาข้าวเปลือก หากความชื้น 25% ราคาข้าวเปลือกอยู่ที่ 6,200-6,300 บาทต่อตันเท่านั้น
.
นายอัษฎางค์ สีหาราช ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน อธิบายให้เห็นภาพว่า ตนเองทำนา 1 ไร่ ได้ข้าวเปลือก 750 กิโลกรัม ขายได้เงิน 4,237.50 บาท ตกกิโลกรัมละ 5 บาท 65 สตางค์ แต่ต้นทุนทำนา 1 ไร่ ลงทุนรวม ค่ารถไถ พันธุ์ข้าว ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าเก็บเกี่ยวต่าง ๆ 6,100 บาท ฉะนั้นจะขาดทุน 1,862.50 บาทต่อไร่ ยิ่งมีปัญหาเรื่องน้ำมันอีก ยิ่งสร้างความเดือดร้อนแสนสาหัสให้ชาวนา
.
ทั้งนี้ แกนนำได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง 3 ข้อสำคัญหลัก ข้อ 1 คือให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสม จัดหาน้ำมันให้เกษตรกรให้ทั่วถึงและเป็นธรรม
.
ข้อ 2 ให้รัฐบาลดูแลส่วนต่างราคาข้าวเปลือกที่ขาย ต้องไม่น้อยกว่า 10,000 บาท/ตัน
.
และข้อ 3 ให้รัฐบาลช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรไร่ละ 2,000 บาท ครัวเรือนละ 10 ไร่
.
หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการตามข้อเรียกร้องได้ภายใน 7 วัน จะมีการยกระดับการชุมนุมไปปิดถนนสาย 11 พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย ทันที เพื่อแสดงพลังของพี่น้องชาวนา ซึ่งนายอำเภอพิชัย ได้รับหนังสือ พร้อมกล่าวว่าจะนำเรื่องความเดือดร้อนส่งต่อรัฐบาลให้เข้าสู่การพิจารณาแก้ปัญหา
.
ชาวนาสะเทือน ! น้ำมันพุ่ง 6 บาท ซ้ำเติมหนัก จ.พระนครศรีอยุธยา
.
ส่วนชีวิตชาวนา ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บอกว่า ตนเองทำนา 30 ไร่ ขณะนี้เริ่มกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายช่วงเก็บเกี่ยว
.
โดยเฉพาะค่ารถเกี่ยวที่มีแนวโน้มสูงขึ้นแน่นอน อีกทั้งยังต้องแบกรับค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ บางวันต้องต่อคิวซื้อน้ำมัน และอาจต้องกู้เงินมาใช้จ่าย เพราะเงินทุนไม่พอแล้ว
.
ตอนนี้ทุกอย่างแพงขึ้นหมด ทั้งปุ๋ยและน้ำมัน แต่ราคาข้าวยังตกต่ำ
.
ชาวนาขมขื่น ทุกอย่างแพงหมดยกเว้นข้าว จ.สุโขทัย
.
ส่วนชาวนาสุโขทัยสุดขมขื่น ทุกอย่างแพงหมดยกเว้นข้าวเปลือก เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ทั้งเจ้าของรถเกี่ยวข้าว-รถลากข้าว ยันคนเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง
.
ตอนนี้ราคาข้าวเปลือก ถูกพ่อค้าคนกลางกดเหลือ แค่ตันละ 5,300 บาท ปีที่แล้วเคยได้ตันละ 7,000 กว่าบาท ชาวนาเดือดร้อน และช้ำใจมาก แล้วชาวนาจะอยู่รอดได้ยังไง
.
รัฐบาลรวยแล้ว ชาวนาขอรวยบ้าง จ.บุรีรัมย์
.
ขณะที่ ชาวนาอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่า ทำนา 40 ไร่ ตอนนี้ลำบากมาก น้ำมันปรับราคาขึ้นไม่ว่า แค่ขอให้มีน้ำมันก็ยังดี ฝากบอกถึงนายกรัฐมนตรี ถ้ารวยแล้ว แบ่งให้ประชาชนรวยบ้าง
.
ความในใจจากเกษตรกรถึงรัฐบาล จ.กำแพงเพชร
.
ด้านเกษตรกร จังหวัดกำแพงเพชร ขอระบายความในใจว่า ต้องตื่นตั้งแต่ 04.00 น. เพื่อรอเติมน้ำมันแบบนี้มันไม่ใช่ แทนที่จะลุกขึ้นมาหุงข้าวให้หลานไปโรงเรียน แต่กลับต้องพาหลานมารอซื้อน้ำ ไหนบอกว่ารวยไม่ไหว ๆ แต่ตอนนี้จะไม่ไหวแล้ว
.
ปิดท้ายที่นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง อดีต สส.ขอนแก่น พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า "ตอนนี้ข้าวนาปรังขายได้กิโลละ 5 บาท ขายข้าว 1 กิโลได้ไข่ 1 ฟอง ขายข้าว 8 กิโลได้นำมันดีเซล 1 ลิตร เริ่มมองเห็นความรวยรึยัง ?"
.

.
พระปกเกล้าโพล เผยคน 78.9% กังวลเรื่องน้ำมัน 40% ไม่เชื่อมั่นรบ.รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5651968
.
พระปกเกล้าโพล เผยคน 78.9% กังวลเรื่องน้ำมัน 40% ไม่เชื่อมั่นรบ.รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
.
เมื่อวันที่ 27 มี.คค. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll เปิดเผยผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 14 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 13 – 16 มี.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยพบว่า 1.ผลกระทบที่กังวลมากที่สุด จากสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐ–อิหร่าน 78.9% กังวลผลกระทบราคาน้ำมัน/ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ทั้งขนส่ง–อาหาร–ค่าเดินทาง สูงสุดแบบทิ้งห่าง รองลงมา 9.3 % กังวลข้อมูลเท็จ–ข่าวลวง ที่ทำให้สังคมตื่นตระหนก/แตกแยก, 5.8% ความเสี่ยงด้านพลังงาน/สินค้า นำเข้า–ส่งออกสะดุดจากเส้นทางเดินเรือ, 5.4% กังวลต่อความเสี่ยงก่อการร้าย/เหตุความไม่สงบที่ลุกลามในภูมิภาค และ 0.6% ความปลอดภัยคนไทยในต่างประเทศ/แรงงานไทยในตะวันออกกลาง
.
สะท้อนว่า ประชาชนกว่า 3 ใน 4 มีความกังวลเรื่องปากท้องมากกว่ามิติความมั่นคง/การทูตในความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ ขณะเดียวกัน การที่ข่าวลวง–ข้อมูลเท็จ ขึ้นมาเป็นความกังวลลำดับรอง ยังสะท้อนว่าสังคมไทยไม่ได้ห่วงแค่ภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังกังวลต่อความสับสน ความตื่นตระหนก และความแตกแยกที่อาจเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนด้วย
.
2.ประชาชน “เสียงแตก” เกือบครึ่งเชื่อมั่นรัฐบาลใหม่รับวิกฤตตะวันออกกลางได้ แต่สูสีกับเสียงไม่มั่นใจ โดย 46.2% “ค่อนข้างเชื่อมั่น- เชื่อมั่นมากที่สุด” ต่อรัฐบาลใหม่ในการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง สหรัฐ-อิหร่าน ขณะที่ 40.4% “ไม่ค่อยเชื่อมั่น-ไม่เชื่อมั่นเลย และ 13.4% “ไม่แน่ใจ”
แม้ตัวเลขความเชื่อมั่นจะนำอยู่เล็กน้อย แต่สัดส่วนผู้ไม่เชื่อมั่นก็ยังสูงจนมีนัยสำคัญ จึงยังไม่อาจตีความได้ว่ารัฐบาล “สอบผ่าน” ในสายตาประชาชนอย่างชัดเจน ยังต้องพิสูจน์ความสามารถในการรับมือวิกฤตครั้งนี้ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม
.
3. “คนกรุง-Gen Z” ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลแก้ผลกระทบสงครามนำ สวนทาง “คนใต้-วัยเก๋า” ภาคใต้ เชื่อมั่นสูงสุด 70.4% รองลงมา คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 53.9% ภาคเหนือ 36.8% ในขณะที่ กรุงเทพฯ มีสัดส่วนผู้ไม่เชื่อมั่นสูงสุด 57.6% รองลงมา คือ ภาคกลาง 56.0% และ ภาคตะวันออก 51.7% กลุ่ม Baby Boomer เชื่อมั่นสูงสุด 53.1% รองลงมา คือ Gen X 47.6% และ Gen Y 47.1% โดย Gen Z เป็นกลุ่มเดียวที่ส่วนใหญ่ “ไม่เชื่อมั่น” สูงสุด 49.0%
ความไม่เชื่อมั่นของ “คนเมือง คนรุ่นใหม่ และพื้นที่เศรษฐกิจใหญ่” อาจสะท้อนทั้งความอ่อนไหวต่อค่าครองชีพ การรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เข้มข้น และความคาดหวังต่อประสิทธิภาพรัฐที่สูงกว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญมากขึ้นกับความรวดเร็ว ความโปร่งใส และการสื่อสารกับมาตรการที่จับต้องได้
.
4. คนไทยเกินครึ่งหนุนรัฐบาลใหม่ “วางตัวเป็นกลาง” โฟกัสอุ้มคนไทย-ผลประโยชน์ชาติ พร้อมเร่งดันมาตรการรับแรงกระแทกวิกฤตเศรษฐกิจ 52.5% เห็นว่า รัฐบาลควรวางตัวเป็นกลาง โดยเน้นช่วยเหลือคนไทยและผลประโยชน์ชาติ สูงสุด
.
รองลงมา 16.3% ควรให้ความสำคัญกับมาตรการเศรษฐกิจรับแรงกระแทกมากกว่าการแสดงท่าทีระหว่างประเทศ, 12.8% ควรประสานความร่วมมือด้านความมั่นคง–ข่าวกรองเพื่อป้องกันความเสี่ยงในประเทศ, 7.3% ควรเน้นการทูตเชิงรุก เรียกร้องหยุดยิงหรือเจรจาผ่านเวทีระหว่างประเทศ โดย 11.1% ไม่แน่ใจหรือไม่สามารถตอบได้
.
ประชาชนไม่ได้คาดหวังให้รัฐบาลไทยเลือกข้างหรือแสดงบทบาทเชิงสัญลักษณ์ในเวทีระหว่างประเทศมากเป็นอันดับแรก แต่ต้องการเห็น “ความเป็นกลางแบบมีภารกิจ” คือ เป็นกลางเพื่อปกป้องคนไทย รักษาผลประโยชน์ของชาติ และลดผลกระทบที่จะย้อนกลับมาสู่ภายในประเทศ โดยเฉพาะในมิติค่าครองชีพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
.
นายอิสระ กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ มิได้สะท้อนเพียงความกังวลใจของประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ยังเป็น “บททดสอบความสามารถของรัฐบาลใหม่” ในการปกป้องปากท้องและความมั่นคงในชีวิตประจำวันของประชาชนอีกด้วย แม้ระดับความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลจะยังนำอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้สังคมวางใจได้เต็มที่ ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเร่งดำเนินการ 3 เรื่องควบคู่กัน คือ 1. ออกมาตรการลดแรงกระแทกด้านค่าครองชีพอย่างรวดเร็ว 2. สื่อสารข้อเท็จจริงและแผนรับมืออย่างชัดเจนต่อเนื่อง และ 3.แสดงผลลัพธ์เชิงรูปธรรมให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลสามารถดูแลผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ไม่ให้ลุกลามเป็นวิกฤตในครัวเรือนได้จริง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่