บทที่ 71: เก็บกด
วันที่ 26 มีนาคม 2026 ฤกษ์งามยามดีสำหรับการเริ่มต้นเส้นทางแห่งชูชกยุคปัจจุบัน โค้กพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าบุฟเฟ่ต์ร้านซิสเลอร์ แหล่งรวมสลัดบาร์และสเต๊กที่พร้อมจะรองรับความหิวโหยที่เก็บกดมานานแสนนานของเขา
น่าเสียดายที่ช่วงนี้เขามีเงินที่ค่อนข้างจำกัด ก็คงต้องอดสเต๊กไปซะก่อน เพราะเขาเคยเอาเงินไปบริจาคอย่างมหาศาล และอีกส่วนหนึ่งคือฝากไว้กับแม่ เพื่อหวังจะให้ตัวเองอดทนกับความหิวจนชิน แต่สุดท้ายก็ต้องขอยืมแม่คืนมาอย่างหน้าด้านๆ เป้าหมายเก่าที่เคยวาดไว้ ตอนนี้มันไร้ค่าไร้ความหมายสำหรับโค้กแล้ว
แต่ก่อนที่มือหนาจะผลักประตูร้านเข้าไป จู่ๆ ถ้อยคำน่ารำคาญจากโลกโซเชียลที่เขาเคยอ่านผ่านตาก็ผุดขึ้นมาในหัวราวกับตลกร้าย มันคือภาพจำของพวกมนุษย์ที่ชอบโอ้อวดและยัดเยียดทัศนคติของตัวเองให้คนอื่น โดยที่ยังหลีกเลี่ยงทำลายกรอบมนุษยธรรมอย่างน่าขัดใจ
"กินอย่างกับพายุติดต่อกันเป็นทศวรรษ แต่น้ำหนักก็ไม่ขึ้นเลยสักนิดค่ะ ไปหาหมอตรวจสุขภาพก็ปกติดีนะคะ สงสัยคงจะเป็นโชคดีของเราค่ะ" เสียงของผู้หญิงที่น่าหมั่นไส้ดังก้องในโสตประสาท
ตามมาด้วยเสียงหล่อๆ ของพวกที่ชอบกดขี่คนอื่นด้วยคำว่าวินัย "ในเมื่อเกิดมาไม่ได้มีระบบเผาผลาญที่ดี ก็ต้องยอมรับในร่างกายตัวเองครับ แล้วตั้งใจออกกำลังกายอย่างมีวินัย ถ้ามัวแต่โอดครวญกับโชคชะตา อ่อนแอก็แพ้ไปครับ"
และปิดท้ายด้วยความที่ควรจะน่ายินดี (แต่โค้กไม่!) ของพวกบ้ากล้าม "ผมเพิ่มน้ำหนักสำเร็จแล้วครับ ผมเน้นกินอกไก่กับไข่ต้มให้โปรตีนมันถึง แล้วก็เล่นเวทอย่างสม่ำเสมอ จากกุ้งแห้งกลายเป็นกล้ามปูเรียบร้อยแล้วครับ รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองจังเลย"
โค้กขมวดคิ้วแน่น แววตาแข็งเกล้าขึ้นมาทันที แม้ว่าเรื่องพรรณนี้มันจะไม่ได้สำคัญและไม่มีผลต่อการตัดสินใจของเขาอีกต่อไปแล้ว แต่การที่จิตใต้สำนึกยังคงขุดเอาประโยคพวกนี้มาฉายซ้ำ มันก็สร้าง ความขัดใจ และทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก พวกมนุษย์ที่เอาแต่สาธยายเรื่องความโชคดีทางพันธุกรรมหรือความภาคภูมิใจในการปั้นกล้ามเนื้อ มันช่างเป็นเรื่องที่... หนักสมองโค้กจังเลยโว้ย!
เขาพ่นลมหายใจออกมาราวกับจะปัดเป่าเสียงนกเสียงกาเหล่านั้นทิ้งไป โค้กมองตรงเข้าไปในร้านซิสเลอร์ มองเห็นมุมอาหารที่วางเรียงรายรอคอยเขาอยู่ สถาปนิกผู้ละทิ้งความผอมได้ตั้งปณิธานใหม่ที่ท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์ยิ่งกว่าเดิม
"สักวันกูจะต้องกินหมื่นแคลแบบชิลล์ๆ ให้ได้!!!"
โค้กพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและดุดัน มันไม่ใช่คำโอ้อวด แต่มันคือเป้าหมายสูงสุดแห่งความพึงพอใจที่เขาจะต้องไปให้ถึง เพื่อเหยียบย่ำทุกตรรกะสุขภาพและทุกคำวิจารณ์ให้จมดิน
✅️✅️✅️
บทที่ 72: ความใคร่ทางอาหารและสัจธรรมของกระเป๋าสตางค์
บรรยากาศภายในร้านซิสเลอร์ดำเนินไปอย่างดุเดือด ไม่มีการประณีตประนอม ไม่มีการห่วงภาพลักษณ์ โค้กจัดการกวาดล้างบุฟเฟ่ต์ตรงหน้าไปทั้งหมด 12 จานรวด จานแล้วจานเล่าถูกวางซ้อนกันจนสูงตระหง่าน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
การกระทำทั้งหมดนี้ปราศจากทักษะการกินจุระดับมืออาชีพ หรือเทคนิคการขยายกระเพาะใดๆ ทั้งสิ้น มันไม่มีทฤษฎีมารองรับ มีเพียง 'ความใคร่ทางอาหาร' ล้วนๆ สัญชาตญาณดิบที่สั่งการให้เขาตักและกลืนกินทุกสิ่งเพื่อปรนเปรอความพึงพอใจของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง สถาปนิกผู้เคยควบคุมจักรวาล บัดนี้ได้ปล่อยให้ความหิวโหยเข้าครอบงำอย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อพายุแห่งความตะกละตะกลามสงบลง โค้กเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือหนายกกล้องบันทึกสารคดีขึ้นมาตั้งระดับสายตา หันเลนส์เข้าหาตัวเองเพื่อส่งสารทิ้งท้ายให้กับผู้ชมที่กำลังติดตามดูชีวิตอันไร้กรอบของเขา
รอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มปรากฏขึ้น แววตาแฝงไปด้วยความขบขันและเย้ยหยันในโชคชะตาของความเป็นจริง
"ผมอาจจะอ้วนขึ้นในอนาคต แต่มันไม่รวดเร็วนักหรอก เพราะช่วงนี้งบน้อย 🤣"
คำพูดนั้นถูกส่งผ่านเลนส์กล้องออกไปอย่างตรงไปตรงมาที่สุด มันคือสัจธรรมอันโหดร้ายของโลกความจริง ที่ต่อให้ความใคร่ทางอาหารจะพุ่งทะยานทะลุเพดานแค่ไหน หรือเป้าหมายการกินหมื่นแคลจะยิ่งใหญ่เพียงใด ท้ายที่สุดแล้ว ความเร็วในการอ้วนก็ยังต้องถูกจำกัดด้วยงบประมาณในกระเป๋าสตางค์อยู่ดี
การยอมรับความจริงข้อนี้ ไม่ได้สร้างความขัดใจให้เขาเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับเป็นความตลกร้ายที่ทำให้ชูชกยุคปัจจุบันอย่างเขาสามารถหัวเราะออกมาได้อย่างสะใจ
แต่งนิยายโดย Gemini ตอนที่ 8 เป็นได้แค่ขี้แพ้... แต่มีความสุขจังเลยโว้ย!
วันที่ 26 มีนาคม 2026 ฤกษ์งามยามดีสำหรับการเริ่มต้นเส้นทางแห่งชูชกยุคปัจจุบัน โค้กพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าบุฟเฟ่ต์ร้านซิสเลอร์ แหล่งรวมสลัดบาร์และสเต๊กที่พร้อมจะรองรับความหิวโหยที่เก็บกดมานานแสนนานของเขา
น่าเสียดายที่ช่วงนี้เขามีเงินที่ค่อนข้างจำกัด ก็คงต้องอดสเต๊กไปซะก่อน เพราะเขาเคยเอาเงินไปบริจาคอย่างมหาศาล และอีกส่วนหนึ่งคือฝากไว้กับแม่ เพื่อหวังจะให้ตัวเองอดทนกับความหิวจนชิน แต่สุดท้ายก็ต้องขอยืมแม่คืนมาอย่างหน้าด้านๆ เป้าหมายเก่าที่เคยวาดไว้ ตอนนี้มันไร้ค่าไร้ความหมายสำหรับโค้กแล้ว
แต่ก่อนที่มือหนาจะผลักประตูร้านเข้าไป จู่ๆ ถ้อยคำน่ารำคาญจากโลกโซเชียลที่เขาเคยอ่านผ่านตาก็ผุดขึ้นมาในหัวราวกับตลกร้าย มันคือภาพจำของพวกมนุษย์ที่ชอบโอ้อวดและยัดเยียดทัศนคติของตัวเองให้คนอื่น โดยที่ยังหลีกเลี่ยงทำลายกรอบมนุษยธรรมอย่างน่าขัดใจ
"กินอย่างกับพายุติดต่อกันเป็นทศวรรษ แต่น้ำหนักก็ไม่ขึ้นเลยสักนิดค่ะ ไปหาหมอตรวจสุขภาพก็ปกติดีนะคะ สงสัยคงจะเป็นโชคดีของเราค่ะ" เสียงของผู้หญิงที่น่าหมั่นไส้ดังก้องในโสตประสาท
ตามมาด้วยเสียงหล่อๆ ของพวกที่ชอบกดขี่คนอื่นด้วยคำว่าวินัย "ในเมื่อเกิดมาไม่ได้มีระบบเผาผลาญที่ดี ก็ต้องยอมรับในร่างกายตัวเองครับ แล้วตั้งใจออกกำลังกายอย่างมีวินัย ถ้ามัวแต่โอดครวญกับโชคชะตา อ่อนแอก็แพ้ไปครับ"
และปิดท้ายด้วยความที่ควรจะน่ายินดี (แต่โค้กไม่!) ของพวกบ้ากล้าม "ผมเพิ่มน้ำหนักสำเร็จแล้วครับ ผมเน้นกินอกไก่กับไข่ต้มให้โปรตีนมันถึง แล้วก็เล่นเวทอย่างสม่ำเสมอ จากกุ้งแห้งกลายเป็นกล้ามปูเรียบร้อยแล้วครับ รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองจังเลย"
โค้กขมวดคิ้วแน่น แววตาแข็งเกล้าขึ้นมาทันที แม้ว่าเรื่องพรรณนี้มันจะไม่ได้สำคัญและไม่มีผลต่อการตัดสินใจของเขาอีกต่อไปแล้ว แต่การที่จิตใต้สำนึกยังคงขุดเอาประโยคพวกนี้มาฉายซ้ำ มันก็สร้าง ความขัดใจ และทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก พวกมนุษย์ที่เอาแต่สาธยายเรื่องความโชคดีทางพันธุกรรมหรือความภาคภูมิใจในการปั้นกล้ามเนื้อ มันช่างเป็นเรื่องที่... หนักสมองโค้กจังเลยโว้ย!
เขาพ่นลมหายใจออกมาราวกับจะปัดเป่าเสียงนกเสียงกาเหล่านั้นทิ้งไป โค้กมองตรงเข้าไปในร้านซิสเลอร์ มองเห็นมุมอาหารที่วางเรียงรายรอคอยเขาอยู่ สถาปนิกผู้ละทิ้งความผอมได้ตั้งปณิธานใหม่ที่ท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์ยิ่งกว่าเดิม
"สักวันกูจะต้องกินหมื่นแคลแบบชิลล์ๆ ให้ได้!!!"
โค้กพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและดุดัน มันไม่ใช่คำโอ้อวด แต่มันคือเป้าหมายสูงสุดแห่งความพึงพอใจที่เขาจะต้องไปให้ถึง เพื่อเหยียบย่ำทุกตรรกะสุขภาพและทุกคำวิจารณ์ให้จมดิน
✅️✅️✅️
บทที่ 72: ความใคร่ทางอาหารและสัจธรรมของกระเป๋าสตางค์
บรรยากาศภายในร้านซิสเลอร์ดำเนินไปอย่างดุเดือด ไม่มีการประณีตประนอม ไม่มีการห่วงภาพลักษณ์ โค้กจัดการกวาดล้างบุฟเฟ่ต์ตรงหน้าไปทั้งหมด 12 จานรวด จานแล้วจานเล่าถูกวางซ้อนกันจนสูงตระหง่าน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
การกระทำทั้งหมดนี้ปราศจากทักษะการกินจุระดับมืออาชีพ หรือเทคนิคการขยายกระเพาะใดๆ ทั้งสิ้น มันไม่มีทฤษฎีมารองรับ มีเพียง 'ความใคร่ทางอาหาร' ล้วนๆ สัญชาตญาณดิบที่สั่งการให้เขาตักและกลืนกินทุกสิ่งเพื่อปรนเปรอความพึงพอใจของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง สถาปนิกผู้เคยควบคุมจักรวาล บัดนี้ได้ปล่อยให้ความหิวโหยเข้าครอบงำอย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อพายุแห่งความตะกละตะกลามสงบลง โค้กเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือหนายกกล้องบันทึกสารคดีขึ้นมาตั้งระดับสายตา หันเลนส์เข้าหาตัวเองเพื่อส่งสารทิ้งท้ายให้กับผู้ชมที่กำลังติดตามดูชีวิตอันไร้กรอบของเขา
รอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มปรากฏขึ้น แววตาแฝงไปด้วยความขบขันและเย้ยหยันในโชคชะตาของความเป็นจริง
"ผมอาจจะอ้วนขึ้นในอนาคต แต่มันไม่รวดเร็วนักหรอก เพราะช่วงนี้งบน้อย 🤣"
คำพูดนั้นถูกส่งผ่านเลนส์กล้องออกไปอย่างตรงไปตรงมาที่สุด มันคือสัจธรรมอันโหดร้ายของโลกความจริง ที่ต่อให้ความใคร่ทางอาหารจะพุ่งทะยานทะลุเพดานแค่ไหน หรือเป้าหมายการกินหมื่นแคลจะยิ่งใหญ่เพียงใด ท้ายที่สุดแล้ว ความเร็วในการอ้วนก็ยังต้องถูกจำกัดด้วยงบประมาณในกระเป๋าสตางค์อยู่ดี
การยอมรับความจริงข้อนี้ ไม่ได้สร้างความขัดใจให้เขาเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับเป็นความตลกร้ายที่ทำให้ชูชกยุคปัจจุบันอย่างเขาสามารถหัวเราะออกมาได้อย่างสะใจ