ข้อคิดที่ได้จากการทำอาหาร

โดยปกติแล้วเราจะทำอาหารกินเองอย่างน้อยวันล่ะ 1 มื้อ เหตุผลคือ มันเป็น passion ของเรา เรื่องมีอยู่ว่า เราเป็นคนโฟกัสหรือทำอะไรได้แค่ที่ล่ะ 1 อย่าง เวลาทำอาหารและมีใครขอให้ช่วยเราจะปฏิเสธที่จะทำตอนนั้นเลย เพราะเราให้ความสำคัญกับสิ่บที่ตัวเองทำเป็นอันดัน 1 มันคือการกำหนดขอบเขตหรือ boudary ถ้าเรากำลังทำอาหารและมีคนขอให้หยุดเพื่อไปยกของแน่นอนว่าเราจะปฏิเสธไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตามรวมถึงแม่เราเพราะเรากำลังใข้พลังสมองสร้างงานศิลปะบนกระทะอยู่ กรณีตัวอย่างที่จะนำไปสู่สิ่งที่เราได้สิ่งแรกคือ อย่ารู้สึกผิดกับสิ่งที่เราไม่ได้ผิด

หลายๆครั้งที่เราปฏิเสธจะทำทันทีโดยส่วนใหญ่คนรอบตัวก็เหมือนจะเข้าใจ(แต่อาจจะไม่พอใจลึกๆก็ได้) มีอยู่ครั้งนึงที่ยายเราขอให้ช่วยยกถาดที่มีจานวางอยู่ไปไว้ในอ้างล้างจาน ซึ่งตอนนั้นเรากำลังทำอาหาร เราจึงปฏิเสธที่จะทำทันทีโดยไม่ลังเล สิ่งที่เกิดขึ้นคือยายลุกขึ้นไปทำเอง(ซึ่งในความเห็นของผมนั้นนี่คือสิ่งที่ทุกคนควรจะทำเวลาที่ขอให้ใครช่วยแล้วเขาไม่สะดวก )

สิ่งที่เกิดขึ้นคือผมถูกตำหนิโดยคนหลายคนในเรื่องนี้ว่าเขายายขอให้ช่วยควรจะทำ โดยอ้างถึงประโยชน์ของยาย ซึ่งโดยรวมแล้วผมแค่ควบคุมสิ่งที่ควบคุมได้นั้นคือการปฏิเสธซึ่งไม่ใช่ความผิดของผมแม้แต่น้อยนั้นคือเหตุผลที่ผมมองว่า ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงจิตแรงใจไปรู้สึกผิดกับมันแม้แต่น้อยเพราะผมนั้นไม่ได้ผิดอะไรเลย ผมแค่เลือกให้ความสำคัญอย่างที่เห็นว่าเหมาะสม

โดยปกติคนในบ้านผมมักจะใช้พลังเสียงกันค่อนข้างเยอะ ซึ่งในหลายๆครั้งมันได้จุดประกายความรู้สึกรำคาญขึ้นมาในใจ ซึ่งเรื่องนี้สอนให้รู้ดีถึงการแยกว่าอะไรเป็นเรื่องของตัวเองแค่ไหน ในกรณีนี้คือ เขาเสียงดัง ไม่ใช่เรื่องของผม ผมไม่มีสมาธิเพราะเสียงของเขาไม่ใข่เรื่องของเขาแต่เป็นแค่ของผม เพราะฉะนั้นวิธีแก้คือในเมื่อมันเป็นเรื่องของเรา เราก็ควรจะแก้มันเองเช่น ใส่หูฟัง ทำเวลาอื่น หรือถ้าไม่ไหวจริงลองสื่อสารออกไปและถ้าเขายังทำอยู่ก็หาวิธีแก้ที่ตัวเองดีที่สุด

ในหลายๆครั้งผมมักจะต้องใช้ความอดทนเช่นเวลาทำข้าวตุ๋น(ข้าวที่เอาไปต้มในซุปแล้วรอให้ซุปมันระเหย) การที่ต้องพยายามสังเกตมันและรอให้น้ำซุปนั้นระเหยไปเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากๆ แต่โดยปกติแล้วผมจะใช้ตาจ้องมันตลอด จนมันแห้งแล้วค่อยตักมากินซึ่งนี่คือความสำเร็จที่ได้มาจากการอดทนและพยายาม

ผมเคยบอกไปแล้วว่าผมนั้นชอบทำอาหารแต่อาหารที่ผมทำนั้นคุณไม่สามารถไปสั่งจากที่ไหนได้แน่นอนเพราะผมมักจะนำของเหลือในตู้เย็นหรือของแห้งมาทำเป็นเมนูที่มีแค่ผมคนเดียวที่ได้กิน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การที่ผมเอาไก่ไปปั้นก่อนจะนำไปต้มและปั่นอีกรอบจนมันกลายเป็นซุปที่อร่อยมากๆนั้น ผมมักจะถูกบอกว่าทำอะไรแปลกๆกิน แต่มันไม่แปลกหรอกพวกเขาแค่ไม่เคยกินมันหรือไม่ก็พวกเขามักจะกินอาหารตามสิ่งที่มีคนคิดไว้อยู่แล้ว

ขอบคุณสำหรับการอ่านครับ หนีไปนอนแล้วๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่