พอดีตอนนี้อยู่ม.3กำลังจะสอบเข้า ร.ร นึงที่เป็นโรงเรียนประจำอำเภอนึง(เคยเเข่งชิงช้าสวรรค์) เเล้วต้องสอบเข้าตอนเเรกคุยกับเพื่อนคนนึงว่าจะไปเรียนสายศิลป์จีนด้วยกัน เเต่พอได้กลับมาคิดทบทวนตัวเองดีๆเลยรู้สึกเปลี่ยนใจเพราะส่วนตัวอยากเรียนเเพทย์(นิติเวชศาสตร์)เลยอยากหาจุดกลางๆในด้านการเรียนไว้เลยตัดสินใจสมัครสอบห้องวิทย์-คณิตไป (เพราะคิดว่าการที่พูดกับเพื่อนตอนนั้นไปเพราะกลัวไม่มีเพื่อนเรียนห้องวิทย์-คณิตเพราะเพื่อนคือไปด้านภาษากันหมด)เเล้วตัวเองไม่ได้ถนัดด้านภาษาขนาดนั้น เลยได้กลับไปทบทวนตัวเองเหมือนตอนเเรกที่บอก เเล้วในวันนั้นตอนกลางคือได้โทรไปบอกเพื่อนว่าตัวเองสมัครห้องวิทย์-คณิตไป เพื่อนก็ถามว่าทำไมตอนเเรกว่าจะสมัครศิลป์จีน เลยบอกว่าน่าจะไม่ตรงกับสายที่อยากเรียนในอนาคต ตอนเเรกก็เหมือนจะรู้เรื่องเเต่พอ รร นั้นติดประกาศว่า ปิดรับการสมัคร เลยได้เข้าไปดูในยอดการสมัครคือมีคนสมัคร233คนเเล้วห้องนั้นรับเเค่100คนเลยรู้สึกกลัวขึ้นมาว่าจะไม่ติดเเต่ก็ทำใจไว้เเล้วนิดๆเลยเลือกที่จะหาติวเตอร์มาติวเพิ่มเติม เเล้วห้องศิป์จีนสมัคร12คนเเล้วรับเเค่8คนเลยโทรไปบกเพื่อนว่านี้ห้องจีนคนสมัคร12คน เเล้วรับเเค่8คน เลยบอกเพื่อนว่าอย่าประมาทนะลองหาหนังสือมาอ่านหรือติว เพราะอย่างน้อยก็จะก็จะได้ไม่มาบ่นว่าข้อสอบยากเพราะต่างคนก็ต่างมีพื้นฐานที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เเต่คำตอบที่ได้มากลับเป็นคำว่า 'เเล้วไงกูมีที่เรียน'คืส่วนตัวเป็นคนที่centipedeกับเรื่องคำพูดมากอยู่เเล้วเลยรู้สึกคิดมากกับคำพูดนั้น เเล้วยังได้คำพูดของเพื่อนคนนี้มาอีกว่า 'ก็เเล้วไงในเมื่อคุยกับไว้เเล้วว่าจะไปสอบห้องเดียวกันเเล้วอยู่ๆคิดไงไปสมัครห้อง วิทย์-คณิต ตัวเองก็ไม่ได้ฉลาดอยู่เเล้ว' คือเลยเลือกที่จะไม่ตอบเเล้ววางสายเพราะรู้สึกว่ายิ่งฟังยิ่งหมดไฟ เเล้วโสธรจนมาถึงตอนนี้เพราะว่าก็อธิบายไปเเล้วว่าตัวเราไม่ได้อยากไปทำอาชีพหรือมีอนาคตในด้านนี้ จนถึงทุกวันนี้พอเราทักไปว่าวันนั้ติวยากมากหารือท้อ ก็จะได้จำตอบกลับมาว่า กูมีที่เรียน คือเเบบมันรู้สึกโกธรจนกริ้ดออกมาเเล้วก็เเช่งว่าขอให้เเม่งสอบไม่ติดไปเลยคนเดียว ใจนึงก็รู้สึกผิดที่พูดเเบบนั้นไปอีกใจนึงก็โกธรว่าทำไมไม่เข้าใจกันว่าที่เลือกสมัครด้านนี้เพราะอะไร เลยอยากมาระบายในนี้ ถ้าพิมพ์ผิดหรือไม่เข้าใจตรงไหน ฝากติได้นะคะขอบคุณค่ะ ถ้าติดหรือไม่ติดจะมาบอกนะคะ
เรื่องเพื่อนที่พูดจนทำให้รู้สึกหมดไฟ