... หนึ่งฝันหมื่นวันทิวาวาร ...

กระทู้สนทนา
... หนึ่งฝันหมื่นวันทิวาวาร ...
... ภาคที่ 1 ...
... บทที่ 1 ...
... ฝันของเด็กน้อย ..
 
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..
 
                “ต๊อก ! .. ต๊อก ! ..” เสียงตอกไข่..ไข่แดงลอยไปมาพร้อมไข่ขาวในโหลแก้ว
               “มาลี..ขูดมะพร้าวเยอะ ๆ นะ เดี๋ยวเจ้าคิกจะปอกมาให้อีก” หญิงคนหนึ่งสั่งสาวใช้
               “ไข่เป็ดพอแล้วมั้งแต๋ว..พิเรนทร์ใส่ในโหลแก้วทำไมฮึ?”
               “กะละมังเต็มหมดแล้วค่ะคุณจี๊ด หนูเห็นโหลแก้วว่างอยู่” สาวแต๋วตอบ
หญิงหลายคนกำลังสาละวนกับการเตรียมอาหารที่ลานบนบ้าน ลานนี้เชื่อมระหว่างยกพื้นที่เป็นห้องนอนสองห้องและห้องพักผ่อนรับแขก
               “ยายเลื่อนช่างทำขนมยังไม่มาอีกหรือ?” คุณจี๊ดมองไปรอบ ๆ เลยไปชั้นล่างที่เป็นพื้นซีเมนต์ มีตุ่มหลายใบตั้งอยู่ใต้ต้นมะม่วงและต้นชมพู่ เลยไปถึงทางเดินออกไปหน้าบ้านที่เป็นทางรถไฟ
               “หนูไปเคาะรั้วสังกะสีข้างบ้านเรียกแล้วค่ะ” เสาร์สาวใช้ระดับกรรมกรยกมือตอบ
               “ฟ้าเริ่มสว่างแล้วแต่คงทันพระ..เช้านี้ไปแต่ปิ่นโตข้าวต้มหมู เพลละกว่าจะสำรับใหญ่ ยังไงก็เร่งมือกันพลาด คุณไสวยิ่งดุ ๆ”
               “เจ้าของงานจ้องมองไข่ที่ลอยอยู่ในโหลนั่นแน่ะ !” แต๋วพี่เลี้ยงมองเด็กชายคนหนึ่งหน้าตาจิ้มลิ้มกำลังเอื้อมมือจ้ำม่ำไปที่โหลแก้ว
เด็กน้อยไม่รู้หรอกว่าภาพไข่สีส้มสวยลอยอยู่ในโหลแก้วนั้นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เขามีศิลปะอยู่ในชีวิตตลอดมา..
 
               “ไปทานนมกันค่ะคุณตี๋..” แต๋วช้อนอุ้มเด็กชายคนนั้นขึ้นกับอก “แล้วค่อยทานโจ้กนะคะ”
               “คุณไสวคงเห่อลูกชายมาก เพิ่งขวบเดียวจัดงานวันเกิดให้แล้ว เด็กจะรู้เรื่องอะไร..แม่น้อยก็พลอยเป็นไปด้วย” คุณจี๊ดคือน้องสาวคุณน้อยที่มีบ้านอยู่ในรั้วเดียวกัน
               “คุณน้อยตามใจคุณสามีค่ะ ถึงมาลีจะเป็นคนใช้แต่ก็พอดูออก คุณไม่ใช่คนเว่ออะไร เรียบ ๆ ง่าย ๆ ติดตรงที่เป็นคุณนายของนายทหารอากาศจึงต้องรักษาหน้า..และ..คุณไสวก็หล่อมาก หล่อที่สุดในกองทัพอากาศ”
 
               “มาลี !” หญิงสาวคนหนึ่ง ขาว สวย โผล่เข้ามาในห้อง “นินทาฉันแต่มืดเชียว”
               “สวัสดีค่าคุณน้อย” หญิงสูงอายุหิ้วตะกร้าหมากพลูเดินขึ้นบันไดมา
               “วันนี้ทำหมี่กะทินะ ป้าทำอร่อยมาก โชว์ฝีมือให้พระท่านให้พรนะป้าเลื่อน”
 
หนุ่มใหญ่รูปหล่อคนหนึ่งใส่เสื้อกล้ามนุ่งกางเกงแพร ผ้าเช็ดตัวพาดไหล่ เดินผ่านลานบ้านที่บรรดาแม่ครัวกำลังทำอาหารเพื่อไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ต่ำลงไปอีกชั้นหนึ่ง
 
               “สวัสดีค่ะ สวัสดีค่า” หลายเสียงประสานกัน
              “ขอบคุณทุก ๆ คนที่มาช่วยงานครับ” หนุ่มใหญ่ คุณไสว นายทหารอากาศ ตอบ
 
สักครู่มีเสียงดังจากห้องน้ำ
 
               “พี่น้อย..พี่น้อย..” คุณไสวชอบเรียกภรรยาว่าพี่ทั้งที่อายุเท่ากัน..นิสัยขี้อ้อน..เจ้าชู้
               “ขา..” คุณน้อยเดินไปที่หน้าประตูห้อง
               “ผมลืมหยิบผ้ามาอีกผืน”
               “ทุกคน..” คุณน้อยหันมาพูดกับแม่ครัวทั้งหลาย “ลงไปกินกาแฟที่ลานใต้ต้นมะม่วงก่อน ให้คุณไสวเรียบร้อยแล้วค่อยมาทำอาหารต่อ”
 
สิบห้านาทีต่อมา
 
               “ไปทำงานต่อได้แล้วพวกเรา..” คุณจี๊ดวางถ้วยกาแฟ
               “ผมเรียบแปล้กลิ่นน้ำมันไบร์ครีมฟุ้งเชียว..” แต๋วจับมือเด็กชายตี๋บาย ๆ ให้คุณพ่อที่เดินตรงไปขึ้นรถคาดิลแลคสีฟ้าพีระประทุนดำ
 
เช้าวันต่อมา..คุณน้อยอ่านข้อความในสมุดอวยพรวันเกิดลูกชาย
 
               “ไอ้ตี๋ อภิชาตบุตร !”
               “ไอ้ตี๋หล่อเหมือนพ่อ”
               “ไอ้ตี๋โตไว ๆ นะ จะได้มากินเหล้ากับอา”
               “แต่ละคนนะคะ..” แต๋วชะโงกมองสมุดอวยพรที่คุณน้อยกำลังเปิดดู
               “ขี้เมาทั้งนั้น..นี่คุณไสวยังไม่ตื่นเลย” คุณน้อยปิดสมุดที่หน้าปกเขียนชื่อ “โสฬส” ซ้อนอยู่บนนามสกุลที่เป็นตัวหนังสืออีกแบบหนึ่ง
               “ทำไมเขียนซ้อนกันอย่างนี้คะ”
               “เป็นเทคนิคลูกเล่นของช่างเขียน..ชื่อโสฬสนี้ท่านเจ้าอาวาสวัดโพธิ์นิมิตรตั้งให้ โสฬสพรหม คือชื่อของพรหมภูมิชั้นที่สิบหกเชียวนะ”
               “ค่อยยังชั่วหน่อย” แต๋วยิ้มออกมาได้
               “คุณไสวคงจะตื่นไม่เที่ยงก็บ่าย เมื่อเช้ากว่าจะส่งเพื่อน ๆ ขี้เมาก็เช้าแล้ว..ถ้าคุณไสวตื่นแต๋วช่วยเป็นธุระให้ทีนะ..ฉันว่าจะไปเยี่ยมบ้านเก่าที่เสาชิงช้าสักหน่อย”
               “แล้ว..” แต๋วอ้ำอึ้งกับหน้าที่ ๆ ได้รับ
                “มาลี..มาลี..” คุณน้อยหันไปเรียกสาวใช้  “เรียกลุงใช้ให้ออกรถ ส่วนเธอมาอุ้มคุณตี่แทนแต๋วแล้วไปธุระกับฉัน”
 
บ้านนาวาอากาศโทไสวด้านหน้าหันไปทางรางรถไฟ..ถนนดินขนาดกว้างประมาณหนึ่งเมตรครึ่งขนานกับรางรถ มีลำกระโดงเล็กขนาบถนนดินนั้น จากหน้าบ้านมีสะพานไม้ตีเป็นระแนงขวางกว้างเมตรครึ่งเชื่อมกับถนนดินข้างทางรถไฟ
ด้านหลังของบ้านถัดจากต้นมะม่วงใหญ่เป็นคลองเล็ก ๆ ที่มีพื้นไม้ระแนงคร่อมตลอดลำคลอง..ถัดจากพื้นระแนงริมคลองเป็นต้นชมพู่ใหญ่..ชิดริมด้านซ้ายของที่มีทางเดินซีเมนต์ผ่านที่พักของคนขับรถและห้องน้ำสำหรับบริวารรับใช้ เลยไปจนติดถนนใหญ่เป็นอู่รถตลอดความกว้างของที่..มีรถบรรทุกขนาดใหญ่จอดอยู่คู่กับรถคาดิลแลค
 
ลูกหลวงพ่อโต..
 
ลุงใช้ขับรถไปตามถนนเทอดไท ผ่านวัดเวฬุราชิน ผ่านสน.บางยี่เรือแล้วเลี้ยวขวา ผ่านวัดใหญ่ศรีสุพรรณ ถึงวงเวียนใหญ่ เลี้ยวซ้ายผ่านสี่แยกบ้านแขก วงเวียนเล็ก ขึ้นสะพานพระพุทธยอดฟ้า ผ่านโรงเรียนเพาะช่างไปตามถนนตรีเพชรผ่านโรงหนังเฉลิมกรุง ต่อไปตามถนนตีทอง
 
               “จอดที่ร้าน “กีฬา” นะลุง..” คุณน้อยร้องบอกคนขับรถ “ร้านตึกแถวที่อยู่ตรงข้ามด้านข้างกำแพงวัดสุทัศน์น่ะ”
               “ซื้อเครื่องกีฬาหรือครับ?”
               “ชื่อร้าน กีฬา แต่ขายน้ำมันจ้ะ”
 
                “สวัสดีค่ะ..” คุณน้อยพนมมือไหว้หญิงสูงอายุที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์
               “อ้าว..คุณน้อยมาเที่ยวหรือจ้ะ ลูกตี๋ก็มาด้วยหรือ” คุณนายร้านกีฬาอ้าแขนรับเด็กน้อยที่มาลีส่งให้
               “จะมาไหว้หลวงพ่อโตค่ะ หนูถวายลูกตี๋เป็นลูกของหลวงพ่อโตตั้งแต่แบเบาะแล้ว..” เปลี่ยนสีหน้าเป็นงานเป็นการ “ยังไม่มีใครมาติดต่อขอเซ้งร้านของฉันหรือคะ” คุณน้อยออกมาชะโงกมองร้านข้าง ๆ ที่ปิดอยู่
               “ก็มีมาดู ๆ นะ แต่ยังไม่ตกลงอะไร”
 
                “เจ้น้อย ! เจ้น้อย !” เสียงเรียกจากฝั่งตรงข้ามถนน
               “เก็บร้านแล้วหรือ ว่าจะมาอุดหนุนเสียหน่อย” คุณน้อยส่งเสียงข้ามไปอีกฝั่ง
               “อะ ๆ” ตี๋มองไปที่คู่สนทนาของคุณน้อยฝั่งตรงข้ามถนน กระโดดเต้นอยู่ในอ้อมแขนของมาลี
                “ฮะ ๆ สงสัยอยากกินโจ๊ก..” เจ้าของร้านโจ๊กหัวเราะชอบใจ “ไปอยู่ฝั่งธนได้กินโจ๊กบ้างหรือเปล่าล่ะ อยู่ที่นี่กินทุกวัน”
               “กินจ๊ะฉันต้มให้เองแต่ไม่อร่อยเท่าเจ้หรอก”
 
หลังจากไหว้หลวงพ่อโตพระประธานในพระอุโบสถ คุณน้อยเข้าไปเยี่ยมเพื่อน ๆ ในตรอกหม้อที่เป็นซอยเข้าไปจากถนนตีทองและแยกแยะไปอีกหลายทาง ประชาชนที่อาศัยอยู่ส่วนมากเป็นคนจีนและคนไทยโบราณที่มีเชื้อสายช่าง ช่างทอง ร้านตีทอง ร้านทำตาลปัตร ปักหน้าตาลปัตร ปักย่ามพระสงฆ์..และบ่อนไพ่ตอง
 
               “วันนี้คุณน้อยมาแต่วันเลยหรือ?” ตาวิง เจ้าของบ่อนไพ่ตองเอ่ยทัก บ่อนนี้เป็นบ่อนตีตั๋วถูกกฎหมาย หน้าบ่อนเป็นโต๊ะทำทองที่มีช่างประจำอยู่หลายคน งานที่ขึ้นหน้าขึ้นตาคือทำตะปิ้งสำหรับเด็ก หลังร้านทะลุกว้างเป็นห้องใหญ่ที่ใช้เป็นบ่อน
               “ฉันมาเยี่ยมถิ่นเก่าน่ะตาวิง ให้นายตี๋โตอีกหน่อยแล้วฉันจะมาจ้ะ”
 
เดินไปสักพัก เลี้ยวไปเลี้ยวมาถึงบ้านใหญ่สองชั้นหลังหนึ่ง
               “พี่ลัดจ๊ะ..” คุณน้อยทักหญิงกลางคน ๆ หนึ่งที่คีบบุหรี่ควันฉุยอยู่ “ฉันมาเยี่ยม..นายตี๋ก็มาด้วย” อีกครั้งที่ตี๋ถูกส่งให้อุ้ม
               “ไอ้เก๋าเจ้งมาด้วยหรือ” พี่ลัดอุ้มเด็กน้อยเขย่า
               “มาไหว้หลวงพ่อโตจ้ะ และมาหาพี่ลัดด้วย” คุณน้อยเปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรใบละร้อยส่งให้สองใบ
               “น้อยก้อ..” พี่ลัดลังเล มองธนบัตรทั้งสองแล้วเอื้อมมือรับ “ขอบใจนะ..พี่หนั่นเสียไปฉันไร้ที่พึ่ง ลูก ๆ สี่คนก็ลำบาก”
               “ฉันพอจะช่วยได้ก็ช่วยจ๊ะ อาของเด็ก ๆ เค้าคงช่วยบ้างใช่ไหม”
               “ไอ้ผู่บ้อเก๋าเจ้งช่วยป้าเอ็งด้วยนะ..” พี่ลัดไม่ตอบ เปลี่ยนสีหน้าเป็นแช่มชื่น เขย่าเด็กชายตี๋อีกครั้ง “กำตังให้ป้าหน่อยนะ..ฮะ..ฮา..ฮ่า..”
               “พี่ลัดนี่นะ..” คุณน้อยยิ้มเมื่อพี่สาวควักสตางค์รูออกมากำหนึ่ง ยื่นให้เด็กชาย
               “อะ..อะ..” เด็กน้อยยิ้มให้ของเล่นตรงหน้า เอื้อมมืออูม ๆ หยิบสตางค์ทิ้งลงบนพื้น
 
               “นั่นละ ๆ .. ฮะ ๆ หวยกอขอบ่ายนี้ ฮา ๆ” ป้าลัดหัวเราะชอบใจ

.
.
 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่