JJNY : “ลิซ่า”สับรบ.ยู่คนละโลก│พริษฐ์แนะเปลี่ยนตัวคนตรวจสอบน้ำมัน│ส.ส.ปชน. ลุกบอกใบ้│คอมเมนต์เอกฉันท์│วันนี้ร้อนจัด 41

“ลิซ่า” สับรัฐบาลอยู่คนละโลกกับ ปชช. ชี้คนรวยแก้ปัญหาง่ายออกรถอีวี คนจนทนต่อคิวเติมน้ำมันต่อไป
https://ch3plus.com/news/political/morning/459808
.

.
“ลิซ่า ภคมน” สับรัฐบาลอยู่คนละโลกกับประชาชน ปมปัญหาน้ำมันขาดแคลน-ราคาพุ่ง เหน็บคนรวยแก้ปัญหาง่ายออกรถอีวี แต่คนจนต้องอดทนต่อคิวรอเติมน้ำมันต่อไป
.
วันที่ 25 มี.ค.69 เวลา 18.45 น. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายญัตติด่วน แนวทางรับมือวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ว่า วันนี้เราก็พูดกันอย่างตรงไปตรงมาที่สุดว่าปัญหาที่ต่อเนื่องยาวนานตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลและประชาชนอยู่กันคนละโลก นิยามคำว่าวิกฤตไม่เท่ากัน จึงอยากให้รัฐบาลเข้าใจว่าโลกคู่ขนาดเป็นอย่างไร ตนรวบรวมความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ภาคใต้บางส่วนมาสะท้อนมาให้รัฐบาล และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธาน ศบก. และในฐานะคนที่มีเจตจำนงอันแรงกล้าในการจะทวงคืน 30 ปีในภาคใต้
.
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ขอเริ่มต้นสถานการณ์ความเดือดร้อนเรื่องประมงพาณิชย์ใน จ.สงขลา ขณะนี้จอดนิ่งเพราะน้ำมันเขียวขึ้นราคา กระทบกับต้นทุนและแรงงาน นอกจากนี้ยังมีประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน วันนี้พวกเขาหาปลาไม่ได้ เพราะไม่มีน้ำมัน ไม่รู้จะทำอย่างไรจนตอนนี้เขาคิดจะขายเรือแล้ว ไม่รู้จะต้องถึงขนาดไหนรัฐบาลถึงจะเรียกว่าวิกฤต
.
แต่วันนี้ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่ารัฐบาลอนุทิน 2 ทำเอาชาวประมงพื้นบ้านที่มีอาชีพหาปลามาทั้งชีวิตจะขายเรือ ทั้งที่เรือประมงมันคือทรัพย์สิน คือมรดกคือวิถีชีวิต ต้องหลังชนฝาขนาดไหน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นประชาชนเขาต้องแลกมาด้วยต้นทุนของชีวิต หยุดเรือหนึ่งวันก็ไม่มีเงินแล้วไม่มีแผนสำรอง หลังจากนี้รัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไร คิดเผื่อเขาพวกนี้ไว้แล้วหรือยัง
.
ข่าวการขาดแคลนน้ำมันไม่มีทางที่พวกท่านจะไม่ได้ยิน แต่ท่านเลือกที่จะปิดหูปิดตาแล้วบอกว่าประชาชนอย่าตื่นตระหนกสถานการณ์ ตอนนี้ถูกต้องแล้วที่ประชาชนต้องตื่นตระหนก รัฐบาลเองต่างหากที่นิ่งเกินไป ติดนิสัยดูแคลน ดูเบาปัญหาของประชาชน วันนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนท่านทำอะไรอยู่ ท่านออกรถอีวีใหม่ น้ำมันขาดแคลน แต่ท่านแก้ปัญหาด้วยการออกรถไฟฟ้า คนรวยแก้ปัญหาง่ายนิดเดียวแต่คนจนตาดำๆ ที่หาเช้ากินค่ำเค้าต้องทำอย่างไรต้องอดทนต่อแถวรอคิวเติมน้ำมันเป็นกิโลก็รอต่อไป
.
วันนี้ดิฉันจะบอกว่ารัฐบาลพรรคภูมิใจไทยกำลังจะผลัดความหวังของประชาชนออกไปก็ไม่เกินจริง เกือบเข้าสโลแกนแต่นี้ผลัดไม่ใช่พลัส ความหวังของประชาชนก็ผลัดออกไป คนขับแท็กซี่ 50 ปีในหาดใหญ่เค้าพูดเลยว่าเพิ่งฟื้นจากน้ำท่วม มาเจอน้ำมันแพงแบบนี้หาดใหญ่หนักแน่นอน” น.ส.ภคมน กล่าว
.
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนพูดตั้งแต่น้ำท่วมหาดใหญ่มา การสื่อสารของรัฐบาลต้องตรงไปตรงมา ไม่ใช่วิกฤตแล้วบอกว่าปกติ ตอนนี้จะกลายเป็นยี่ห้อติดตัวนายกฯ ไปแล้วว่าเมื่อไหร่ที่บอกว่าปกติธรรมดา กระจอก เมื่อนั้นเตรียมตัวได้เลย ตนไม่อยากให้คนเป็นผู้นำประเทศอ้าปากเมื่อไหร่เสียหายทุกที ลดทอนความเชื่อมั่นจากประชาชนด้วยคำพูดของตัวเองทุกครั้ง ท่านไม่ต้องเชื่อตนก็ได้ แต่ให้ย้อนไปดูอดีตว่าสิ่งที่ท่านทำมาสื่อสารแบบเดิมๆ มันเป็นอดีตที่ไล่ล่าท่านมาถึงวันนี้
.
สิ่งที่สำคัญวันนี้ที่ท่านต้องทำคือทำให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริงท่านไม่ต้องปิดบังว่ากองทุนน้ำมันติดลบเท่าไหร่ สถานการณ์โลกมีความเสี่ยงเพียงใด ในทางตรงกันข้ามการให้ข้อมูลเชิงลึกที่ย่อยง่ายว่าเหตุใดราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้คืออะไร หรือแต่ละประเทศเขาได้รับผลกระทบอย่างไร จะช่วยเปลี่ยนความโกรธแค้น ความสับสน ของประชาชนให้มองภาพรวมเดียวกันกับรัฐบาลเดินไปพร้อมกัน และก่อนที่ท่านพิพัฒน์จะทวงคืน 30 ปีในภาคใต้ ดิฉันขอทวงคืนความปกติให้ประชาชนก่อน และเรียนไปยังนายกฯ ว่าวันนี้ประชาชนเขารอคอยจะร้องขอชีวิตว่ารวยไม่ไหวแล้ว ท่านทำให้เห็นสักทีว่าความหวังเหล่านั้นมันยังเกิดขึ้นได้อยู่” น.ส.ภคมน กล่าว
.

.
พริษฐ์ เสียดาย ไร้ชื่อ อนุทิน อภิปรายญัตติด่วน แนะเปลี่ยนตัวคนตรวจสอบน้ำมัน หวั่นประโยชน์ทับซ้อน https://www.matichon.co.th/politics/news_5649998
.
จุติ ขอทุกคนตั้งสติแม้หยุดยิงแล้ว แต่ต้องซ่อมแซมโครงสร้าง 6 เดือน ลั่นต้องช่วยกันข่วนไอ้โม่งให้ตาย ด้าน พริษฐ์ เสียดาย สมาชิกลงชื่ออภิปรายญัตติด่วน 100 คน แต่ไร้หมายเลข 456 ชื่อ ‘อนุทิน’ ย้อนศร ระวังสโลแกน ‘พูดแล้วทำ’ จะกลายเป็น ‘พูดแล้วพัง’ เสนอ 2 ข้อแก้วิกฤตพลังงาน บอกพูดอย่างเดียวไม่พอ ต้องเปิดเผยข้อมูลให้ ปชช.รับทราบด้วยทุกขั้นตอน แนะเปลี่ยนตัวคนไล่ตรวจสอบน้ำมัน หวั่นมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน
.
เมื่อเวลา 21.05 น. วันที่ 25 มีนาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังเปิดให้สมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวางแล้ว นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย กล่าวสรุปญัตติของพรรคภูมิใจไทยว่า เชื่อว่าความคิดเห็นที่หลากหลายของเพื่อนสมาชิกที่ครอบคลุมทุกมิตินั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งอยากให้กระทรวงพลังงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้องบันทึกคำถามและข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกไว้ แต่อยากให้ทุกคนตั้งสติว่านายวิกฤตนี้แม้ใครจะต้องหวังอะไรก็ตาม หลังการหยุดยิงแล้ว เราต้องใช้ความลำบากยากเย็นอีก 6 เดือนในการซ่อมแซมโครงสร้างต่างๆ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็รับทราบความเดือดร้อนของประชาชนทั่วทุกแขนง เราต้องรับฟังประชาชน เพราะประชาชนคือเจ้านายของพวกเรา เพราะหากไม่ฟังจะมีแต่พังกับพัง
.
นายจุติกล่าวต่อว่า ทางออกที่สภาแห่งนี้เสนอให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติคือ 1.การสื่อสาร 2.การใช้เทคโนโลยีแก้ไข 3.โครงสร้างการปรับราคา และ 4.ไอ้โม่งที่คนพูดกันมา วันนี้สภาสามารถช่วยได้คือการข่วนไอ้โม่งให้สลบให้ตายไปเลย คือการให้รัฐบาลผ่านภาษีลอยที่เป็นการลงโทษคนที่ค้ากำไรเกินควรในยามที่ชาวบ้านเกิดวิกฤต รวมถึงจะเป็นการดัดหลังผู้กักตุนน้ำมัน สำหรับข้อห่วงใยของสมาชิกที่จะเสนอต่อรัฐบาลในวันนี้ ขอให้ท่านนำไปคิดไปทบทวนและปฏิบัติ เชื่อว่าคนไทยทุกคนจะรอดไปด้วยกัน
.
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวสรุปว่า วันนี้มีเพื่อนสมาชิกลงชื่ออภิปรายไว้ประมาณ 100 คน ถือว่ามากที่สุดตั้งแต่เราย้ายมาทำงานที่นี่ แต่น่าเสียดายที่เมื่อเช็กรายชื่อแล้วกลับไม่ปรากฏรายชื่อของเพื่อนสมาชิกที่ความจริงแล้วน่าจะมีอำนาจในการแก้ปัญหาได้มากที่สุดคือเพื่อนสมาชิกหมายเลข 456 ที่ชื่อว่า อนุทิน ชาญวีรกูล สิ่งที่จะทำให้วิกฤตครั้งนี้สาหัสกว่าเดิมไม่ใช่คำพูดของพวกเรา แต่คือคำพูดของรัฐบาลเอง เพราะหากรัฐบาลพูดอะไรออกมาแล้วประชาชนไม่เชื่อ วิกฤตนี้ก็จะยิ่งทวีคูณ หากรัฐบาลบอกว่าน้ำมันพอ แล้วประชาชนไม่เชื่อก็เข้าใจได้ที่ประชาชนจะปกป้องอนาคตตัวเองมากขึ้น และวิกฤตจะสาหัสขึ้นหากถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตความเชื่อมั่น หากรัฐบาลต้องการจะแก้ไขวิกฤตความเชื่อมั่นนี้ รัฐบาลต้องหยุดชี้นิ้วโทษประชาชนว่าทำไมจึงไม่เชื่อรัฐบาล แต่ต้องหันมาทบทวนตัวเองและทำให้คำพูดของรัฐบาลน่าเชื่อถือให้ได้ในสายตาของประชาชน
.
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ขอเสนอแนะรัฐบาลอย่างเรียบง่าย 2 ข้อคือ 1.มองว่าประชาชนจะเชื่อมั่นรัฐบาลก็ต่อเมื่อรัฐบาลพูดความจริง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในหลายกรณีคำพูดของนายกรัฐมนตรีสวนทางกับข้อเท็จจริงที่อยู่ต่อหน้าประชาชน เสมือนเหมือนกับนายกฯกับประชาชนอยู่บนโลกคนละใบ เมื่อคำพูดของนายกฯสวนทางกับความเป็นจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนที่ท่านเคยบอกว่าโควิดกระจอก เหมือนที่ท่านบินไปหาดใหญ่แล้วไปผัดข้าวและบอกว่าน้ำกำลังจะลด ก็ระวังว่าสโลแกนที่บอกว่า “พูดแล้วทำ” มันกำลังจะกลายเป็น “พูดแล้วพัง” หากนายกฯอยากให้ประชาชนเชื่อเวลาที่รัฐบาลพูดว่าไม่มีการกักตุนน้ำมันโดยไอ้โม่งที่ไหน ท่านพูดอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบด้วยทุกขั้นตอน เพื่อร่วมกันตรวจสอบว่าเวลาที่นายกฯบอกว่าไม่พบความผิดปกติ นายกฯพูดความจริงหรือไม่
.
นายพริษฐ์กล่าวด้วยว่า ข้อเสนอที่ 2 คือประชาชนจะเชื่อมั่นรัฐบาล หากเขามั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เข้าใจเหตุผลที่นายกฯเลือกนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นหัวหน้าทีมคณะไล่ตรวจสอบน้ำมัน คงเป็นเพราะนายพิพัฒน์มีประสบการณ์อย่างยาวนานในแวดวงน้ำมัน แต่ความเชี่ยวชาญหากใช้อย่างไม่ถูกวัตถุประสงค์ก็มีความสุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นความช่ำชองที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้ประชาชน
.
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ฉะนั้น จึงอยากเสนอแนะรัฐบาลด้วยความหวังดีว่าประโยชน์ที่นายกฯเห็นว่าจะได้จัดการตัดสินใจมอบหมายภารกิจครั้งนี้ อาจจะไม่คุ้มกับข้อกังขาที่ประชาชนอาจจะมองว่าผู้กำหนดนโยบายในรัฐบาลมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
.
นายพริษฐ์กล่าวว่า เมื่อไปดูผู้ถือหุ้นในห่วงโซ่ผู้ผลิตน้ำมันแล้วพบว่าแม้ไม่นับคนในครอบครัวของนายพิพัฒน์ เอาเฉพาะตัวนายพิพัฒน์ ข้อมูลล่าสุดปรากฏว่านายพิพัฒน์ยังถือหุ้น 5% ในบริษัท รัชกิจโฮลดิ้ง ซึ่งถือเป็นผู้ถือหุ้นหลัก 25% ในบริษัทพีทีจีเอเนอร์จี้ ซึ่งบริษัทดังกล่าวไม่ได้ทำเฉพาะธุรกิจน้ำมัน แต่ยังคงถือหุ้นและเป็นผู้เล่นในส่วนอื่นๆ ในห่วงโซ่อุปทานอย่างกว้างขวาง อย่างน้อยถือหุ้นในบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ตามมาตรา 7 และคลังน้ำมันอย่างน้อยสองราย ถือหุ้นในบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายย่อยตามมาตรา 10 อย่างน้อย 6 ราย และถือหุ้นในผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 อย่างน้อย 4 ราย
.
นายพริษฐ์กล่าวว่า ย้ำว่าไม่ได้กล่าวหาบริษัทพีทีฯว่าทำอะไรผิดไปแล้ว แค่อยากชี้ให้เห็นว่าสมมุติตนเป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มีเครือข่ายบริษัทน้ำมันอย่างกว้างขวางแทบจะทุกขั้นตอนในห่วงโซ่อุปทาน แล้วตนรู้มาก่อนว่านโยบายของรัฐบาลในแต่ละวันจะถูกกำหนดไว้อย่างไร ก็จะสามารถเปิดช่องอย่างมหาศาลในการที่จะสามารถเก็งกำไรบนความเดือดร้อนของประชาชนได้ หากนายกฯอยากให้ประชาชนมีความมั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านลองเปลี่ยนตัวคนที่มารับผิดชอบจากเรื่องนี้ดีกว่าหรือไม่ หากรัฐบาลพูดความจริงแล้วเอาข้อมูลมายืนยัน หากรัฐบาลไม่เคลียร์ตัวเองเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เกรงจริงๆ ว่าสิ่งที่จะหมดอาจจะไม่ใช่แค่น้ำมันตามปั๊ม แต่คือความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในสายตาของพี่น้องประชาชน
.

.
ส.ส.ปชน. ลุกบอกใบ้ พิพัฒน์รู้ดี ใครคือไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน เย้ยเอกนัฏ ทำอย่างที่พูด ชนนายทุนพลังงาน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5649945
.
“ศุภโชติ” บอกใบ้ “พิพัฒน์” รู้ดีไอ้โม่ง กักตุนน้ำมันคือใคร เย้ยเอกนัฏ ทำอย่างที่พูด ชนนายทุนพลังงาน 
.
เมื่อเวลา 19.45 น.วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายในญัตติด่วนแนวทางรับมือวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า ตนฟังนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ตามข่าวตนก็สงสัยท่านจะพูดถึงตัวเองทำไม แต่ก็ชอบประโยคที่ท่านบอกว่า รัฐมนตรีคนใหม่ ต้องกล้าชนกับนายทุนพลังงาน อยากให้ท่านรับตำแหน่งเร็วๆ จะได้รู้ว่าท่านกล้าที่จะทำอย่างที่พูดหรือไม่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่