วิกฤตราคาน้ำมัน ระหว่าง "เจ็บแต่จบ" ปล่อยลอยตัวตามกลไกตลาด VS "ค่อยๆ ขึ้น" พยุงราคาไปเรื่อยๆ แบบไหนกระทบชีวิตน้อยกว่ากัน

กระทู้สนทนา


ช่วงนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนหนักมาก และกองทุนน้ำมันบ้านเราก็เริ่มจะแบกรับภาระการอุดหนุนไม่ไหวแล้ว เลยอยากมาชวนแลกเปลี่ยนมุมมองในเชิงเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตจริงของแต่ละคน

1. แนวทาง "เจ็บแต่จบ" 
คือการปล่อยลอยตัวให้สะท้อนราคาจริงตามตลาดโลกไปเลย ถ้าต้องขึ้นลิตรละ กี่บาท ก็ขึ้นทีเดียวให้จบ

 ข้อดี: กองทุนน้ำมันไม่เป็นหนี้เพิ่ม, กลไกตลาดทำงานเต็มที่, คนปรับตัวทันที (ลดการใช้รถ/วางแผนเดินทางใหม่)

 ข้อเสีย: ของแพงขึ้นทันทีแบบก้าวกระโดด, เงินเฟ้อพุ่ง, คนรายได้น้อยอาจจะช็อกจนตั้งตัวไม่ติด

2. แนวทาง "ค่อยเป็นค่อยไป" 
คือการที่รัฐยังช่วยพยุงไว้ แล้วค่อยๆ ขยับขึ้นต่อวัน

 ข้อดี: ภาคธุรกิจพอปรับตัวทัน, ประชาชนไม่รู้สึกว่าค่าครองชีพกระชากเกินไป
 

ข้อเสีย: รัฐต้องแบกหนี้มหาศาล, คนอาจจะยังใช้จ่ายเหมือนเดิมเพราะไม่รู้สึกถึงวิกฤตที่แท้จริง

ในมุมมองของทุกคน
 ถ้าเลือกได้ อยากให้รัฐบริหารจัดการแบบไหนมากกว่ากัน?

ตอนนี้คุณเริ่มปรับตัวกันอย่างไรบ้าง (เช่น เปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า, ลดการกินอาหารนอกบ้านขยับมาทำกับข้าวเอง, หรือเลิกเที่ยวต่างจังหวัด)
 

คิดว่า ราคาน้ำมันที่คนไทยจะรับไม่ไหวจริงๆ อยู่ที่ลิตรละเท่าไหร่?


โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่