"การเพ่ง ที่กายอย่างเดียว
ตลอดทุกอิริยาบถ ตามหนังสือมุตโตทัย
ก็เป็นการถูกต้องดีแล้ว เพราะมีสติอยู่...
กับกาย ตรงกับคำที่พระมหากัสสปะกล่าว
และท่านก็สมาทานว่า เราจะพิจารณากาย
เป็นอารมณ์ทั้งกายนอก และกายใน
กายใกล้ ให้เป็นสักแต่ว่าดิน น้ำ ไฟ ลม มัน
จะรวม หรือไม่รวมก็เอากายเป็นตัวประกัน
เมื่อมันยังไม่หน่าย ไม่คลายความกำหนัด ตราบใด ก็จำเป็นจะได้ม้างกาย
รื้อกาย ให้เห็นตามเป็นจริงว่าเป็นของปฏิกูล น่าเกลียด โสโครก พร้อมทั้งมีโรคต่างๆ
เกิดขึ้นสารพัดโรคจิปาถะ พระพุทธศาสนา
จึงยืนยันว่า...กายนี้ มีทุกข์มาก
มีโทษมาก เหล่าอาพาธต่างๆ ย่อมตั้งอยู่ในกายนี้ โรคในตา โรคในหู โรคในจมูก โรคในลิ้น โรคในฟัน โรคในปาก โรคในทวารหนักทวารเบา โรคกลาก โรคเกลื้อนกุฏฐัง โรคฝีทุกชนิด เหล่านี้...เป็นต้น
ถ้าจะไล่โรคให้ครบในกายนี้...
ก็จะไม่มีที่เสียแล้ว การที่พิจารณาอย่างนี้
เป็นสติ และปัญญาไปในตัว เป็นศีล สมาธิ ปัญญากลมกลืนกันด้วย คนเรา และสัตว์ทั้งปวงตลอด ทั้งเทวดา พรหม...
ถ้ารู้เท่ากายแล้ว...
การหลงหนังหุ้ม ก็เบาลง."
หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
หลวงปู่มั่นสอน ให้เพ่งที่กายอย่างเดียว
ตลอดทุกอิริยาบถ ตามหนังสือมุตโตทัย
ก็เป็นการถูกต้องดีแล้ว เพราะมีสติอยู่...
กับกาย ตรงกับคำที่พระมหากัสสปะกล่าว
และท่านก็สมาทานว่า เราจะพิจารณากาย
เป็นอารมณ์ทั้งกายนอก และกายใน
กายใกล้ ให้เป็นสักแต่ว่าดิน น้ำ ไฟ ลม มัน
จะรวม หรือไม่รวมก็เอากายเป็นตัวประกัน
เมื่อมันยังไม่หน่าย ไม่คลายความกำหนัด ตราบใด ก็จำเป็นจะได้ม้างกาย
รื้อกาย ให้เห็นตามเป็นจริงว่าเป็นของปฏิกูล น่าเกลียด โสโครก พร้อมทั้งมีโรคต่างๆ
เกิดขึ้นสารพัดโรคจิปาถะ พระพุทธศาสนา
จึงยืนยันว่า...กายนี้ มีทุกข์มาก
มีโทษมาก เหล่าอาพาธต่างๆ ย่อมตั้งอยู่ในกายนี้ โรคในตา โรคในหู โรคในจมูก โรคในลิ้น โรคในฟัน โรคในปาก โรคในทวารหนักทวารเบา โรคกลาก โรคเกลื้อนกุฏฐัง โรคฝีทุกชนิด เหล่านี้...เป็นต้น
ถ้าจะไล่โรคให้ครบในกายนี้...
ก็จะไม่มีที่เสียแล้ว การที่พิจารณาอย่างนี้
เป็นสติ และปัญญาไปในตัว เป็นศีล สมาธิ ปัญญากลมกลืนกันด้วย คนเรา และสัตว์ทั้งปวงตลอด ทั้งเทวดา พรหม...
ถ้ารู้เท่ากายแล้ว...
การหลงหนังหุ้ม ก็เบาลง."
หลวงปู่หล้า เขมปัตโต