ประสบการณ์ที่เจ็บปวดของผมในการทำธุรกรรมการเงินกับแบ๊งค์เขียว

กระทู้สนทนา
เคยโพสต์ไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อราวสองเดือนที่แล้ว ถึงวันนี้ก็ได้บทสรุปเรียบร้อย ด้วยความเจ็บปวด

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อธันวาคมปีที่แล้วบริษัทผมได้งานก่อสร้างสถานีวิจัยจากบริษัทต่างชาติบริษัทหนึ่งมูลค่าไม่มากไม่น้อย ประมาณ 16 ล้านบาท โดยลูกค้าวางมัดจำ 30% เป็นเงินราว 4.8 ลัานบาท โดยต้องเอา  BG ไปวางด้วยมูลค่าเท่ากัน ซึ่งผมก็สบายใจเพราะรู้ว่าวงเงิน BG ที่มีอยู่ 10.7 ล้านบาทน่าจะยังเหลืออยู่สี่ล้านกว่าๆ คงพอแหละ

แต่จู่ๆก็ต้องช็อคเพราะธนาคารแจ้งว่าวงเงิน BG ทั้งหมดของบริษัทผมถูก hold เนื่องจากมีบริษทในเครือไปขอปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร ผมพยายามติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ดูแล account บริษัทผมเพื่อหาทางแก้ไข เนื่องจากธนาคารไม่ได้แจ้งบริษัทผมเลยเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้บริษัทในเครือว่าจะส่งผลกระทบอะไรมายังบริษัทผมบ้าง

ช่วงแรกยังพอติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ เขาบอกว่าจะพยายามยื่นเรื่องขอผ่อนปรนให้บริษัทผม โดยให้ผมส่งหลักฐานเพื่อโชว์ฝ่ายพิจารณาว่าปีนี้บริษัทผมน่าจะมีผลประกอบการที่ดี แม้ปีที่แล้วจะออกมาย่ำแย่

ปีที่แล้วทั้งปียอดรายได้แค่ 32 ล้าน จากที่เคยทำมาเฉลี่ยปีละเกือบ 100 ล้านบาท (เมื่อสิบปีก่อนเคยทำได้ 300 ลัานบาทต่อปีด้วยซ้ำ)

1. ยอด PO ปีนี้ 2 เดือนกว่าปาเข้าไปเกิน 60 ล้านบาท
2. BG ที่บริษัทเคยขอกับธนาคารมานานหลายปี ไม่มีแม้แต่งานเดียวที่ทิ้งงานหรือทำงานไม่เสร็จ
3. โชว์สัญญารวมทั้งเอกสาร PO ให้ธนาคารดูแบบไม่มีปิดบัง
4. ไปคุยด้วยตัวเองที่สำนัก

ส่งเอกสารไปมาจนผมเริ่มเอะใจว่าส่งแบบไม่จบสิ้น

เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าเริ่มติดต่อยาก  รวมทั้งผู้จัดการเขต ส่วนผู้อำนวยการภาคผมไม่มีเบอร์โทรแต่ไม่ยอมรับนัดผมทั้งๆที่เคยมาเยี่ยมผมถึงออฟฟิศ โทรไป 10 ครั้งก็จะรับสักครั้งหนึ่ง

ทางฝั่งลูกค้าเองก็เริ่มเร่งรัดถึง BG และแจ้งผมว่าเงินมัดจำ 4.8 ล้าน รวมทั้ง invoice ที่ผมไปวางตาม progress งานอีก 20% รวมแล้ว 8 ลัานบาทเขาอยากจะจ่ายเต็มที แต่ทำไม่ได้เนื่องจากฝั่ง  finance บริษัทแม่ไม่ยอม เขาบอกว่าในเมื่อก้อนแรก 4.8 ล้านออกไม่ได้ ก้อนต่อมามันก็ออกไม่ได้ กลายเป็นว่าถึงวันนี้ผมลงทุนไปหลายล้านบาทแล้ว แต่ยังเบิกเงินออกมาไม่ได้แม้แต่บาทเดียวทั้งๆที่ลูกค้าพร้อม release เงิน

หลังจากรออย่างมีความหวังมาสองเดือนกว่า สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็โทรมาแจ้งว่าเบื้องบนไม่อนุมัติ แต่ก็บอกว่ายังมีอีกทางหนึ่งซึ่งได้แน่ๆ คือผมต้องเอาเงินสดๆ ไปวาง 4.8 ล้านบาท คิดในใจจะเอาเงินที่ไหนไปวางแช่ในแบ๊งค์ในเมื่อบริษัทผมกำลุงขาดสภาพคล่อง สุดท้ายก็ตัดสินใจเอาเงินจาก PVD จากการทำงานประจำเมื่อหลายปีก่อนออกมาเพื่อให้บริษัทยืม (บริษัทนี้ไม่ใช่ของผมนะ แต่ผมเป็นผู้บริหารสูงสุด) แล้วเอาไปฝากธนาคารเป็นเงินค้ำ นึกในใจว่า เอาวะ เอา 4.8 ล้านไปฟรีซในแบ๊งค์ เพื่อเอา 8 ล้านบาทออกมาช่วยกู้สถานการณ์ cash flow

นั่งรอด้วยความหวังอยู่สองวัน เจ้าหน้าที่ที่ปกติติดต่อยากเย็นก็โทรมา บอกว่า BG ไม่อนุมัติครับ อ้าว เฮ้ย แล้วบอกว่าถ้าเอาเงินสดไปวางไม่มีปัญหาได้แน่ๆ เพราะธนาคารไม่เสี่ยงอะไร

พอผมถามถึงสาเหตุ เขาบอกว่าเพราะบริษัทผมเคยมีประวัติปรับโครงสร้างหนี้  แล้วทำไมคุณไม่บอกผมตั้งแต่วันแรกเพราะประวัติมันควรจะขึ้นในระบบตั้งแต่วันแรกที่คุณคีย์แล้ว

ล่าสุดลูกค้ามี warning letter จะยกเลิกสัญญา 16 ล้าน จะเอาแคชเชียร์เช็ค 4.8 ล้านให้ถือก็ไม่ยอม มืดแปดด้านเลยทีนี้  อุตส่าห์ทุ่มเทสุดชึวิตเพื่อบริษัทและพนักงานอยากให้มันไปรอด

ช่วงนึงระหว่างการสนทนา เจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่าถัาบริษัทอยากขายสินทรัพย์บอกได้นะ แบ๊งค์จะช่วย ซึ้งใจมากเลย นึกว่าอยากให้ธุรกิจเราไปได้แลัวจะได้มีเงินใช้หนี้ แต่สุดทัายเหมือนอยากตัดจบได้เงินคืนโดยการให้เราขายทรัพย์

ไปไม่ถูกล่ะ ธุรกิจกำลังไปได้สวย มาช็อคเอากับเหตุการณ์แบบนี้

ผมก็แค่ลูกค้าตัวเล็กๆของธนาคาร กิจการระดับร้อยล้านไม่ใช่พันหรือหมื่นล้าน คงต้องจำใจยอมรับแหละครับ แต่ก็มีเปัาหมายในใจคือจะเลิกทำธุรกรรมกับธนาคารนี้ให้เร็วที่สุด (ถ้าบริษัทไม่เจ๊งซะก่อนนะ 555)

- เอา BG ที่เหลือราว 6-7 ล้านไปคืน คาดว่าอีกสามเดือนน่าจะทำได้
- เอาเงินฝากประจำ 7.5 ล้านที่ค้ำวงเงิน BG ออก ไปจ่าย OD 5.5 ลัาน เหลือเงินออกมา 2 ล้าน
- ยกเลิกวงเงิน OD
- เอาโฉนดบ้านที่ค้ำ OD ออก
- ยกเลิก pay roll พนักงาน หาธนาคารอื่น

จริงๆมีพนักงานที่ธนาคารนี้แนะนำว่าพี่ลองร้องเรียนแลัวขอเปลี่ยนทีมดูแลดู เผื่อจะมีอะไรดีขึ้น แต่ผมคิดดูแล้วเสียเวลาเปล่า เปลี่ยนคนดูแล แต่ยังมีเขตคนเดิม ภาคคนเดิม ผมลัพท์คงน่าจะคงเดิมแหละ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่